breadcrumb symbol หน้าหลัก

เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร



เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร


"ผู้จัดการทีมคนพิเศษ"

อัพเดตเมื่อ : June 23, 2021 9:38am โดย : 9naphat

ย้อนกลับไป 28 สิงหาคม 2011 หรือเมื่อวานนี้ของ 9 ปีที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ทำช็อคเปิดบ้านไล่ถล่มคู่อริตัวฉกาจอย่าง อาร์เซน่อล 8-2 ในเกมเปิดซีซั่น 2011/2012

เกมนั้นสร้างความเซอร์ไพรซ์ให้กับใครหลายคนอย่างมาก เพราะการที่ ผีแดง เอาชนะ ปืนใหญ่ ได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การเอาชนะขาดลอย ย่อยยับนี่สิที่แปลก

ยิ่งเหลือบไปมองดูไลน์อัพในวันนั้นแล้วน่าตกใจอย่างยิ่งผู้รักษาประตูใช้ ดาบิด เด เกอา นายด่านตัวใหม่ผมแห้งแรงน้อย ที่เพิ่งได้มาจากแอตเลติโก้ มาดริด

แผงแบ็กโฟร์มี ปาทริซ เอฟร่า กัปตันทีมรับบทแบ็กซ้าย เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเป็นคู่หูดาวรุ่ง จอนนี่ อีแวนส์ ประสานงานกับ คริส สมอลลิ่ง(ริโอกับวิดิช เจ็บ) แบ็กขวาใช้ ฟิล โจนส์ ดาวรุ่งที่เพิ่งดึงมาจากแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส

แดนกลางมี แอนเดอร์สัน กับ ทอม เคลฟเวอรี่ย์ ปั้นเกม ปีกขวาเป็น หลุยส์ นานี่ ฝั่งซ้าย แอชลี่ย์ ยัง ที่เพิ่งจะเซ็นมาจากแอสตัน วิลล่า

คู่หน้าห้อย เวย์น รูนี่ย์ กับ แดนนี่ มหาเทพเวลเบ็ค(ตอนนั้นเพิ่งขึ้นมาสู่ชุดใหญ่)

อาร์เซน่อล ของ พี่เจ๊ อาร์แซน เวนเกอร์ มี วอยเช็ค เชสนี่ มือกาวดาวรุ่งชาวโปแลนด์เฝ้าเสา(ปัจจุบันมือ1ยูเวนตุส)

แบ็กโฟร์มี คาร์ล เจนกินสัน , โยฮัน ฌูรู , โลร็องต์ กอสซิเอลนี่ และ เอร์มองต์ ตราโอเร่

แดนกลาง โทมัส โรซิคกี้ ปั้นเกมร่วมกับ ฟราสซิส โกเกอเล็ง ตัวรุกเลือก อารอน แรมซี่ย์ ปีกซ้าย อังเดร อาร์ชาวิน ปีกขวาเจ้าหนู ธีโอ วัลคอตต์

หน้าเป้าจัด ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน โรบิน ฟาน เพอรซี่ย์ ล่าตาข่ายพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีมซะด้วย

เมื่อเราดูจากไลน์อัพของทั้งสองทีมแล้วจะเห็นว่าคุณภาพมันไม่ได้ต่างกันเท่าไรเลย แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดตัวหลักมากกว่าด้วยซ้ำ แถม 3 จาก 11 คน เป็นเด็กใหม่ที่โชว์ฟอร์มในเกมประเดิมสนามได้อย่างน่าประทับใจ

วันนั้นผมมีโอกาสได้นั่งชมเกมสดๆจำได้ดีว่า ผีแดง เหนือกว่าทุกอณู เวย์น รูนี่ย์ ซัดฟรีคิกเป็นเข้า จารย์ยัง ประเดิมปั่นโค้งๆงามหยด นานี่ ยิงอย่างเหนือ

เคลฟเวอร์ลี่ย์ กับ เวลเบ็ค ได้รับการยกย่องว่านี่แหละอนาคตของสโมสร(สุดท้ายไปไม่สุด) เด เกอา ออกสตาร์ทได้สวย (ปีนั้นเป็นปีที่เดฟถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะผลงานไม่เอาไหน)

อีแวนส์ , สมอลลิ่ง รวมถึง โจนส์ ก็เหมือนซึมซับความเก่งกล้าของ เปาโล มัลดินี่ , อเล็กซานโดร เนสต้า และ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ มาชั่วคราว (สุดท้ายไม่มีใครไปได้สุดสักคน)

หลังจบเกม โลกลูกหนักต่างซูฮกยกย่อง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าวางแท็คติก ได้สุดเฉียบ ถึงได้ไล่ต้อน ปืนโต ของเจ๊เวนจนมุมย่อยยับขนาดนี้

แต่เชื่อหรือไม่ว่า แม้ปีนั้นพวกเขาจะมีแนวรุกร้อนแรงแค่ไหน แต่แนวรับของผีแดงก็แย่จนน่าเห็นใจ เพราะมันดันมีเกมที่โดน เรือใบสีฟ้า บุกมาอัดคาโรงละครแห่งความฝัน ด้วยสกอร์ 6-1 อับอายขายหน้าอย่างที่สุด

ถึงแม้ว่าปีนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นเพียงแค่รองแชมป์ โดนเพื่อนบ้านน่ารำคาญอย่าง แมนฯ ซิตี้ ยึดบัลลังก์ไปครองด้วยการคว้าแชมป์ด้วยประตูได้เสียดีกว่า (แต้มเท่ากัน)

แต่แฟนบอลก็คงได้แต่เสียดาย คงไม่เสียใจเท่าไรนัก เพราะทำเต็มที่แล้ว แถมสู้จนถึงนาทีสุดท้าย ก่อนจะมาโดน"เจ้ากุน" เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ มายิงช่วงทดเจ็บใส่ คิวพีอาร์ ซะงั้น ดราม่าแบบโคตรๆ

ปีนั้นแหละคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ เดอะ ซิติเซนต์ ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ป๋ากี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนพิเศษด้วยสูตรลับที่นำ แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ สร้างความยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาอย่างยาวนาน

แต่เผื่อแฟนบอลปีศาจแดง อาจจะลืมไปแล้วว่ายังมีอีกหนึ่งเกมสำคัญ ที่มันช่วยยืนยันความยอดเยี่ยม เด็ดเดี่ยว ห้าวหาญของ ท่านเซอร์ได้เป็นอย่างดี

เกมนี้ต้องย้อนไปไกลนิดนึง เพราะเกิดในซีซั่น 2010/2011 ช่วงเดือนมีนาคม 2011 ซึ่งเกมนั้นก็เจอ อาร์เซน่อล อีกนี่แหละ (เมื่อก่อนสองทีมนี้เจอกันทีไร ลุกเป็นไฟทุกที)

เป็นศึกเอฟเอ คัพ ซึ่งผู้พ่ายแพ้จะตกรอบอัตโนมัติ ผลออกมาเป็น ผีแดง 2-0 ปืนโต สกอร์มันเฉยๆใช่ไหมล่ะ? แต่บอกเลยว่าเกมนี้มีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นนะสิ

เพราะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดันส่งผู้เล่นแนวรับหรือกองหลังออกสตาร์ทเป็นตัวจริงพร้อมกันถึง 7 คน

ผู้รักษาประตู เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์

แนวรับจากขวาไปซ้าย เวส บราวน์ , เนมันย่า วิดิช , คริส สมอลลิ่ง , ปาทริซ เอฟร่า

แดนกลางปีกขวาซ้ายเลือกสองศรีพี่น้อง ราฟาเอล ดา ซิลวา กับ ฟาบิโอ ดา ซิลวา คู่กลางจัด ดารอน กิ๊บสัน กับ จอห์น โอเชีย

คู่หน้า เวย์น รูนี่ย์ ประสานงาน ถั่วน้อย ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ (ตอนนั้นเพิ่งมาใหม่ๆ)

คือเห็นไลน์อัพแล้วต้องตกตะลึง เพราะเหล่าแข้งผีเจออาการบาดเจ็บเล่นงานเป็นขบวน ทำให้ เฟอร์กี้ ไม่มีทางเลือกมากนัก จำต้องส่งผู้เล่นชุดนี้ออกไปรบ(น่าจะเป็นการจัดตัวที่ดีสุดแล้วล่ะ)

แดนกลางมี ดารอน กิ๊บสัน คนเดียวเท่านั้นที่ได้เล่นตำแหน่งถนัด ที่เหลือ ฟาบิโอ , ราฟาเอล และ โอเชีย มันกองหลังทั้งนั้นครับท่านผู้ชม

ฟาบิโอ กับ รูนี่ย์ ทำคนละประตูช่วยเขี่ย อาร์เซน่อล ตกรอบไปอย่างน่าเจ็บหัวใจ

แล้วก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ปืนใหญ่ เพิ่งโดนเบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ อัดกระเด็นในลีก คัพ มาหมาดๆ ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็โดน บาร์เซโลน่า เล่นงานตกรอบเช่นกัน แล้วมาโดน ผี หลอกซ้ำอีกทีในเอฟเอ คัพ

ร่วง 3 รายการภายในระยะเวลาห่างกันไม่นาน อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือสมองเพชรปวดหัวไม่น้อยเลย

เกมนี้แหละที่ยืนยันความเป็นคนพิเศษของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เป็นอย่างดี ว่านี่แหละคือยอดกุนซืออันดับ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ไม่ใช่แค่พาทีมประสบความสำเร็จ จนมีแฟนคลับมากมายทั่วทุกมุมโลกเท่านั้น แต่เขาคือคนที่ปลูกฝังดีเอ็นเอความเป็นนักสู้สู่ลูกน้อง สู่สโมสร

ปั้นนักเตะฝีเท้าดาดๆให้พอใช้งาน เป็นตำนานก็มี ใช้เงินก็อาจจะมีบ้าง แต่รับรองเลยว่าไม่มือเติบเหมือนทุกวันนี้

เฟอร์กี้ เด็ดขาดเหลือเกิน ไม่ว่าเหล่าสตาร์ดังคนไหนที่คิดว่าตัวเองใหญ่กว่าผู้จัดการทีมและสโมสรต่างโดนแกเล่นมาหลายคนแล้ว

ยาป สตัม , เดวิด เบ็คแฮม , รอย คีน , รุด ฟาน นิสเตลรอย ยืนยันเรื่องนี้ได้

ความพิเศษของเขาชัดเจนขึ้นมาแบบเห็นได้ชัดก็ตอนที่ประกาศรีไทร์หลังพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ในซีซั่น 2012/13 นั่นแหละ (สมัยล่าสุดของสโมสร)

ปีนั้นมันคือปฏิบัติการทวงบัลลังก์คืนมาจากเพื่อนบ้านน่ารำคาญ และก็ทำได้ตามที่หวัง โดยมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ สวมเสื้อตัดอ้อยเป็นคีย์แมนสำคัญนำความสำเร็จมาให้

หลังจากป๋ารีไทร์ ยอดโค้ชหลายคนหลั่งไหลเข้ามา เดวิด มอยส์ , หลุยส์ ฟาน กัล หรือแม้แต่"เดอะ สเปเชียล วัน" อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทุกคนต่างเอาชื่อเสียงมาทิ้งที่นี้ทั้งนั้น

บางทีหากเรามองในอีกมุมนึง ไม่ใช่ว่ากุนซือเหล่านี้ทำผลงานไม่ดีหรอก แต่มาตรฐานที่มีอยู่ก่อนหน้ามันสูงมาก จะแปลกอะไรที่ต้องถูกคาดหวังมากเป็นธรรมดา

แถมสไตล์ของป๋า เน้นบุกแหลกเอาใจแฟนบอล ไม่ยอมแพ้ยันสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย ยิงประตูโกงตายช่วงทดเจ็บจนได้ชื่อ"เฟอร์กี้ ไทมส์" แบบนี้ใครจะหลงใหล

ฟาน กัล มาด้วยสไตล์การต่อบอล ต่อกันไป ต่อกันมา ไม่ยิงสักที (น่าเบื่อชวนง่วงโคตร)

มูรินโญ่ มาพร้อมรถบัสคันใหญ่ เน้นผล ไม่เอนเตอร์เทน ขัดใจแฟนบอล งัดข้อบอร์ด สุดท้ายก็ต้องไป

แม้ปัจจุบัน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตศิษย์เก่าจะเข้ามาปลุกผีตัวนี้ให้เริ่มกลับมาหลอกหลอนได้นิดหน่อย แต่บอกเลยว่าบารมี รัศมีหรือกึ๋นอะไรต่างๆ โอเล่ ไม่มีทางเทียบบอสได้เลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นสำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้จัดการทีมคนพิเศษตลอดกาลของพวกเขาคือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนเดียวเท่านั้นและจะไม่มีวันเปลี่ยนไป
Facebook Comment