breadcrumb symbol หน้าหลัก

เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร



เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร


"หัวใจสีแดงตลอดไป"

อัพเดตเมื่อ : January 16, 2021 12:05am โดย : 9naphat

"เขา(คาวานี่) ขอนำแนะนำจากผม ผมบอกว่านี่คือหนึ่งในสโมสรที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้" อันเดร์ เอร์เรร่า กล่าวกับCadena Ser หลังถูกถามว่า เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงป้ายแดงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ขอคำแนะนำถึงการย้ายไปเล่นกับ ปีศาจแดง จากเขาหรือไม่

ล่าสุด"เอล มาทาดอร์"ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้ผ่านเว็บไซต์ทางการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว"ผมได้คุยกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลายอย่าง รวมถึงเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆด้วยเช่น อังเคล(ดิมาเรีย) ที่ผมอยู่ด้วยที่ปารีส"

"มันมาถึงนาทีสุดท้ายแล้วจริงๆและผมได้โทรหา อันเดร์ เพื่อคุยกับเขา"

"ผมชื่นชม อันเดร์ เป็นอย่างมากในแบบที่เขาเป็นและผมรู้สึกว่าคำพูดของเขาจะช่วยผมได้เยอะ โดยการบอกผมสักหน่อยว่า ยูไนเต็ด เป็นอย่างไร ใช่มันเป็นเรื่องจริง หลังจากที่ผมได้คุยกับ อันเดร์ ผมก็ตกลงกับสโมสรทันที"

"ผมไม่ได้รู้จัก อันเดร์ มานานนัก แต่เรามีความสุขและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นในช่วงเวลาที่อยู่กับเปแอสเชและเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนถึงทุกวันนี้"

เดิมที เอร์เรร่า หรือที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดเรียกว่า"พี่น้อย"เป็นที่รักและชื่นชอบของแฟนบอลมากพออยู่แล้ว ยังมาทำหน้าที่เอเยนต์จำเป็นหว่านล้อมให้ คาวานี่ เลือกย้ายมาลงหลักปักฐานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยิ่งทำให้ความรักที่แฟนบอลมีให้เขานั้นทวีขึ้นไปอีก

กองกลางชาวสแปนิชเป็นเด็กปั้นของ เรอัล ซาราโกซ่า ทีมในบ้านเกิด ก่อนจะมาสร้างชื่อโด่งดังเป็นพลุแตกก็ตอนสวมยูนิฟอร์มสีขาวแดงแห่งแคว้นบาสก์โชว์เพลงแข้งให้กับ แอธเลติก บิลเบา นั้นแหละ

ซัมเมอร์ 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงิน 29 ล้านปอนด์ ดึงตัวมาจาก บิลเบา เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาต้อนรับกุนซือคนใหม่นามว่า หลุยส์ ฟาน กัล ในตอนนั้น

ตลอดระยะเวลา 5 ปีในยูนิฟอร์มสีแดง เอร์เรร่า เป็นนักเตะที่แฟนบอลมอบความรักและเทิดทูนบูชามากที่สุดคนหนึ่ง ก็เพราะแพสชั่น วินัย ความจงรักภักดี สไตล์การเล่นสุดทุ่มเทและที่สำคัญคือแข้งคนนี้มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีมแทบทุกคน ไม่ว่าจะมาจากชาติไหน พูดภาษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม

หลุยส์ ฟาน กัล และ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยพูดเองเลยว่า อันเดร์ เอร์เรร่า นี่แหละคือนักเตะที่มีดีเอ็นเอความเป็นอสูรสีแดงสูงมากคนหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาจากรั้วอะคาเดมี่ของยูไนเต็ดโดยตรงก็ตาม

ตลอดระยะเวลา 5 ปี แม้เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ได้ไม่มากไม่มายเหมือนยุคก่อนที่มี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทัพ แต่รางวัล เอฟเอ คัพ , คาราบาว คัพ , ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อย่างละหนึ่งสมัยที่เขาคว้ามาประดับเกียรติยศได้นั้น ตัวเขาเองคือฟันเฟืองสำคัญของทีมอย่างแท้ทรู

เรื่องที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันและเหล่าเร้ด อาร์มี่เสียดายมาจนถึงทุกวันนี้คือการที่ไม่อาจรั้ง เอร์เรร่า ให้ตัดสินใจต่อสัญญาอยู่ค้าแข้งในโรงละครแห่งความฝันต่อไปได้ เพราะเจ้าตัวหมดสัญญาและย้ายไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบไร้ค่าตัวในซัมเมอร์ 2019

เอร์เรร่า เคยยอมรับเองเลยว่า โอเล่ ต้องการให้เขาอยู่ต่อ แต่การพูดคุยโน้มน้าวนั้นมันมาผิดเวลาเกินไป เพราะในตอนนั้นเขาตกลงปลงใจจะย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ที่กรุงปารีสเสียแล้ว

ตลอดการค้าแข้งในเมืองแมนเชสเตอร์ เขาไม่เคยปริปากบ่นหรือให้ร้ายสโมสร ผู้จัดการทีม เพื่อนร่วมทีมหรือแม้กระทั่งบอร์ดบริหารของผีแดงเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งๆที่ความจริงทุกคนก็รู้แล้วว่ามันมีปัญหาหมักหมมสะสมมากขนาดไหน

กระทั่งย้ายไปประสบความสำเร็จมากมายกับ เปแอสเช ก็ไม่เคยพูดโจมตีหรือมีคำพูดใดทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดเสียหายเล็ดลอดออกมาจากปากของเขาเลย

กองกลางพลังดีดมีโอกาสได้นำต้นสังกัดปัจจุบันลงวัดแข้งกับทีมเก่าสุดรักในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเกมเหย้าที่หวดกันที่ปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ หรือกลับไปเยือนอู่ข้าวอู่น้ำเก่าที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาจะต้องได้รับเสียงปรบมือชื่นชมและการต้อนรับจากแฟนบอลยูไนเต็ดอย่างอบอุ่น ต่างจาก อังเคล ดิ มาเรีย แน่นอน

แม้ว่าปัจจุบัน อันเดร์ เอร์เรร่า จะไม่ได้มีสถานะเป็นพลพรรคขุนพลปีศาจแดงแล้ว แต่สิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่าอะไรคือหัวใจของเขาจะเป็นสีแดงตลอดไป

"มันมีสีแดงอยู่ในหัวใจของผม ผมรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้ลงเล่นที่นี่และครั้งแรกที่ผมได้สวมเสื้อสโมสรแห่งนี้"

"สโมสรที่เต็มไปด้วยแฟนบอลนับหมื่นซึ่งให้ความเคารพและจดจำนักเตะทุกคนที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างได้ ผมรู้สึกพิเศษมาก เมื่อได้ยินพวกคุณตะโกนชื่อของผม ผมรู้สึกภูมิใจเมื่อแฟนบอลให้ผมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง"

"ทุกครั้งที่ผมได้ลงสนามเป็นตัวแทนสโมสรแห่งนี้ ทุกๆเกม ไม่ว่าแพ้หรือชนะ หรือแม้ตอนที่ผมไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ ผมเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความหมายของสโมสรแห่งนี้"

"ผมจะจดจำเกมทุกนัดจากเกือบ 200 นัดที่ผมได้ลงสนามในสีเสื้อนี้ เพราะการได้ลงเล่นให้กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ถือเป็นเกียรติยศอย่างแท้จริง ขอบคุณช่วงเวลา 5 ปีที่สุดแสนจะวิเศษ"

อันเดร์ เอร์เรร่า
Facebook Comment