breadcrumb symbol หน้าหลัก

เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร



เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร


"ความหวังครั้งยิ่งใหญ่"

อัพเดตเมื่อ : November 28, 2020 5:36am โดย : 9naphat

ในตอนที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ออกจากตำแหน่งแล้วแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาทำหน้าที่แทน สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการลูกหนังอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะว่านี่คือตำนานกุนซือเชลซีอริร่วมเมืองที่นำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มากถึง 3 สมัย ไม่มีใครคิดหรอกว่า น้ามู แกจะมาลงเอยที่นี้
อีกเรื่องคือสไตล์การคุมทีมของ โปเช็ตติโน่ กับ มูรินโญ่ ต่างกันสิ้นเชิง คนหนึ่งเน้นเกมรุกบุกแหลกเอ็นเตอร์เทนแฟนบอล อีกคนเน้นรับเต็มตัวเหมือนเอารถบัสมาจอดขวางทางสร้างความหงุดหงิดใจให้แฟนๆไม่น้อย แต่หากวัดกันที่ความสำเร็จต้องบอกเลยว่า พอช ยังเป็นรอง น้ามู มากเหลือเกิน
ช่วงแรกที่เข้ามาคุมทีมผลงานผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีเสียงวิจารณ์ถาโถมเข้ามา แต่จนแล้วจนรอดยี่ห้อ มูรินโญ่ ก็ยังคงเดิม เขานำท็อตแน่มคว้าตั๋วไปลุยยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จตามธงที่ปักเอาไว้
แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรยอมรับว่าหนักใจไม่น้อยที่ต้องตัดสินใจแยกทางกับยอดกุนซือฝีมือดีอย่าง โปเช็ตติโน่ แต่มันถึงเวลาต้องมองไปข้างหน้าและจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง
เลวี่ ต้องการนำความสำเร็จเป็นรูปธรรมอันหมายถึงการนำโทรฟี่กลับมาให้แฟนบอลได้เชยชมอีกครั้งเพราะ คลับไก่ ได้แชมป์ล่าสุดต้องย้อนไปไกลถึงปี 2008 ตอนนั้นเป็นแชมป์ลีกคัพ เขาจึงตัดสินใจเลือก มูรินโญ่
มูรินโญ่ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับแทบทุกสโมสรที่เขาไปนั่งรั้งบังเหียนทั้ง เอฟซี ปอร์โต้ , เชลซี , อินเตอร์ มิลาน , เรอัล มาดริด ไม่เว้นแม้กระทั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบไม่สวยเท่าไรนัก
ซัมเมอร์ 2020  เลวี่ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ มูรินโญ่ นั่นคือพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ในการลงตลาดนักเตะอยากได้ใครขอให้บอก หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงรับรองเลยว่าจะทำสุดความสามารถเพื่อกระชากตัวมาให้ได้
สเปอร์ส ปิดตลาดได้อย่างน่าสนใจชื่อของ ปิแอร์ เอมิล-ฮอยเบิร์ก , แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ , โจ ฮาร์ท , โจ โรดอน , คาร์ลอส วินิซิอุส , เซร์คิโอ เรกีล่อน และที่เซอร์ไพรซ์ที่สุดคือการกลับมาของ แกเร็ธ เบล ทั้งหมดนี้กลายเป็นนักเตะที่พร้อมให้ มูรินโญ่ เลือกใช้งาน  
แม้จะเปิดหัวฤดูกาลใหม่ไม่สวยโดน เอฟเวอร์ตัน บุกมาหักเดือยคาเล้าแต่หลังจากนั้นต้องบอกเลยว่าน่าประทับใจมากจริงๆ
ปัจจุบัน สเปอร์ส รั้งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก แข่ง 9 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 มีแต้มเท่าแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ที่ 20 คะแนน แต่ประตูได้เสียดีกว่าถึง 7 ประตูด้วยกัน สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงพัฒนาการที่รุดหน้าได้เป็นอย่างดี
นักเตะเริ่มเรียนรู้ซึมซับแนวทางที่กุนซือชาวโปรตุกีสต้องการ แม้จะยังเน้นรับแบบรัดกุมตามแบบฉบับน้ามู แต่เกมสวนกลับเกมรุกของคลับไก่ในชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าอันตรายเกิดต้านจริง
แฮร์รี่ เคน และ ซน เฮือง-มิน ประสานงานกันสุดลงตัว แดนกลางดูดีมีราศีโดยมี ปิแอร์ เอมิล-ฮอยเบิร์ก เป็นผู้ปิดทองหลักพระ แนวรับแน่นอนว่ายังมีจุดให้ต้องแก้ไข แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
เจ๋งไปกว่านั้นคือการปลุกจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ของ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ นักเตะค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์สโมสรให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ทั้งๆที่ปีแรกในลอนดอนสอบตกแบบไม่ต้องสืบ
อาจจะมีอนาคต เดเล่ อัลลี่ ที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามเพราะหลุดจากทีมในลีกไปแบบยาวๆ แต่ล่าสุดในเกมเปิดบ้านถล่ม ลูโดโกเรต์ส 4-0 นั้นแข้งแบดบอยแสดงให้เห็นแล้วว่ายังมีดีและพร้อมจะสู้เพื่อเอาชนะใจ มูรินโญ่ ให้ได้
ฤดูกาลนี้สเปอร์สมีเปอร์เซนต์ชนะสูงถึง 76% รวมทุกเกมที่ลงแข่งขัน เมื่อนำไปเทียบผลงานปัจจุบันของทีมเก่าๆของ มูรินโญ่ อย่าง เชลซี(60%) แมนฯ ยูไนเต็ด (57%) เรอัล มาดริด (54%) อินเตอร์ มิลาน (25%) ถือว่าห่างกันพอสมควร
อาจเร็วเกินไปที่จะบอกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นหนึ่งทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง เพราะซีซั่นเพิ่งจะเริ่มต้นและยังเหลือเส้นทางอีกยาวไกลให้ได้ใส่กันเต็มที่ แต่หากมององค์ประกอบจากจุดนี้มันก็มีโอกาสไม่น้อยเหมือนกัน
มูรินโญ่ มีเครื่องไม้เครื่องมือคุณภาพสูงให้เลือกใช้ครบครัน นักเตะรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อทะยานไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ บรรยากาศในทีมสดใส ขวัญกำลังใจจากผลการแข่งขันที่ดีวันดีคืน มันเป็นสถานการณ์ด้านบวกสำหรับท็อตแน่มจริงๆ
แน่นอนว่าการเดินทางไปถึงเส้นชัยมันยังอีกยาวไกล แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นความหวังครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่ายิดอาร์มี่อย่างแท้จริง
ฝันของแฟนบอลท็อตแน่มจะเป็นไปอย่างที่หวังหรือไม่เกม"ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์" ที่จะบุกเยือน เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ค่ำคืนวันอาทิตย์นี้จะเป็นด่านแรกที่พวกเขาต้องฝ่าไปให้ได้
Facebook Comment