breadcrumb symbol หน้าหลัก

เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร



เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร


บททดสอบครั้งสำคัญ!

อัพเดตเมื่อ : January 23, 2021 4:06am โดย : 9naphat

เกมพรีเมียร์ลีกคู่เดียวเมื่อคืนที่ผ่านมา ผลออกมาช็อกโลกไม่น้อย เมื่อ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าพลาดท่าเปิดบ้านพ่ายต่อ เบิร์นลี่ย์ 0-1 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจากจุดโทษของ แอชลี่ย์ บาร์นส์
หงส์แดง แพ้ เดอะ คลาเร็ตส์ ว่าไม่น่าเชื่อแล้ว แต่การแพ้ในแอนฟิลด์ สนามที่เปรียบดั่งป้อมปราการในพรีเมียร์ลีกมา 3 ปีกว่านั้น เหลือเชื่อยิ่งกว่า
ผลจากความปราชัยต่อ เบิร์นลี่ย์ ส่งให้ ลิเวอร์พูล หยุดสถิติไร้พ่ายในบ้านไว้เพียงแค่ 68 นัดเท่านั้น(ชนะ 55 เสมอ 13 *เกมที่ 69 แพ้)  ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าผิดหวังมากๆ เพราะครั้งล่าสุดที่พวกเขาแพ้ ต้องย้อนไปไกลถึงเดือนเมษายน 2017 ที่โดน คริสตัล พาเลซ บุกมาทำแสบ
ตั้งแต่เมษายน 2017 จนถึงปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด , แมนฯ ซิตี้ , สเปอร์ส , เอฟเวอร์ตัน , อาร์เซน่อล หรือแม้กระทั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยบุกมาชนะที่สนามแห่งนี้ได้เลย
ผู้จัดการทีมเลื่องชื่อทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า , โชเซ่ มูรินโญ่ , เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ , อูไน เอเมอรี่ , คาร์โล อันเชล็อตติ , โอเล่ กุนนาร์ โซลชา , เบรนแดน ร็อดเจอร์ส , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , มิเกล อาร์เตต้า ก็ยังมิอาจทำได้
สวอนซี ซิตี้/คริสตัล พาเลซ/เบิร์นลี่ย์ เป็น 3 สโมสรล่าสุดที่บุกมายัดเยียดความปราชัยให้พญาหงส์ที่นี้ เซอร์ไพรซ์ไปกว่านั้นคือทั้งสามทีมมี พอล คลีเมนต์/แซม อัลลาไดซ์/ฌอน ไดซ์ นำทัพ
สำหรับ ลิเวอร์พูล แล้วมันน่าเจ็บใจมากๆ เพราะพวกเขามิอาจทำลายสถิติไร้พ่ายยามเฝ้าบ้านในพรีเมียร์ลีกแซงหน้า เชลซี  เจ้าของสถิติไร้พ่ายยาวนานสุดที่ทำไว้ 86 เกมลงได้  เพราะการมาไกลไม่แพ้ใครในรังมา 3 ปีกว่า มันไม่ง่ายเลย  แล้ว เบิร์นลี่ย์ เองไม่เคยบุกมาคว้าชัยที่สนามแห่งนี้ตั้งแต่ปี 1974  นี่แหละที่เพิ่มความช็อก
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เท่าไรนัก
2 พฤศจิกายน 2020 ลิเวอร์พูล นำจ่าฝูงมีแต้มเหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 6 คะแนน
22 มกราคม 2021 แมนฯ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูงมีแต้มเหนือ ลิเวอร์พูล 6 คะแนน (ปล.แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงตาม ยูไนเต็ด 2 คะแนนแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด)
นับตั้งแต่บุกถลุง คริสตัล พาเลซ 7-0 ถึงเซลเฮิร์สท์ พาร์ค เมื่อ 19 ธันวาคม 2020   เร้ด เมชีน ก็ควานหาชัยชนะในลีกไม่เจอมา 5 นัดเข้าไปแล้ว แปลกนะแต่มันคือเรื่องจริง
ลิเวอร์พูล 1-1 เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน
นิวคาสเซิ่ล 0-0 ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล 0-1 เบิร์นลี่ย์
แล้วไม่ใช่แค่นั้น ปัญหาที่น่าห่วงสำหรับหงส์แดง ณ ตอนนี้ คือแนวรุกนัดกันปืนฝืดจืดสนิท พังตาข่ายคู่แข่งในเกมลีกไม่ได้มา 4 เกมติดแล้ว หรือนับตั้งแต่ที่ ซาดิโอ มาเน่ ยิงได้ในเกมเจอเดอะ แบ็กกี้ส์  เป็นสถิติเลวร้ายสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2000 ทั้งๆ ที่มีโอกาสสับไกยิงรวม 87 ครั้ง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้นมันยังเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี 2006 ที่ทีมของ น้าคล็อปป์ เบิกสกอร์ไม่ได้  สมัยนั้นกุนซือเฮฟวี่ย์เมทัล ยังเอ๊าะๆอยู่กับไมนซ์
ฤดูกาล 2019/20 ที่หงส์แดงร้อนแรงตะแคงฟ้า ผงาดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ พวกเขา คว้าชัยไป 11 จาก 12 เกมที่เจอกับ 6 ทีมท้ายตาราง มีสะดุดพ่าย วัตฟอร์ด แค่เกมเดียวเท่านั้น  ตัดภาพมาที่ซีซั่นนี้เล่นกับ 6 ทีมโซนล่างคว้าชัยได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น
อันดับ 15. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-0
อันดับ 16. ไบรท์ตัน โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1
อันดับ 17. เบิร์นลี่ย์ 1-0
อันดับ 18. ฟูแล่ม 1-1
อันดับ 19. เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1
อันดับ 20. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-2
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าอภิรมย์ใจสักเท่าไรสำหรับ พลพรรคเครื่องจักรสีแดงรวมถึงเหล่าเดอะ ค็อป ทุกหมู่เหล่า แต่เราต้องอย่าลืมว่าฟุตบอลมันลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่แข็งแกร่งสุด
โปรแกรมถัดไปของพวกเขาจะยกพลไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด อริตลอดกาลที่โรงละครแห่งความฝัน ในบอลถ้วยรายการเอฟเอ คัพ แน่นอนว่าไปเยือนที่นั่นในห้วงเวลาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีนัก แต่หากมองในมุมกลับกัน เกมหยุดโลกประเภทนี้แหละเป็นโอกาสดีที่จะคืนฟอร์มเก่งกลับมา
คำถามที่ว่า ลิเวอร์พูล จะสะดุดอีกนานแค่ไหน และเมื่อไรจะคืนฟอร์ม เวลาเท่านั้นคือคำตอบ แต่สิ่งที่เรารู้แน่นอนคือการยกพลไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สุดสัปดาห์นี้แหละ เป็นบททดสอบสำคัญด่านแรกที่พวกเขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้
 
 
Facebook Comment