breadcrumb symbol หน้าหลัก

เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร



เกาะติดลูกหนัง
by เก้า ณภัทร


"รางวัลของคนไม่ยอมแพ้"

อัพเดตเมื่อ : February 20, 2021 4:41am โดย : 9naphat

ซัมเมอร์ 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้อนรับผู้จัดการทีมคนใหม่นามว่า หลุยส์ ฟาน กัล ด้วยการทำเรื่องฮือฮาในตลาดซื้อ-ขาย นักเตะ พวกเขาลงตลาดดึงแข้งดังฝีเท้าดีมาร่วมทีมมากมายหลายราย เพื่อหวังจะได้คืนสู่ตำแหน่งแชมป์ลีกแดนผู้ดี หลังห่างหายมาเพียง 1 ปีในตอนนั้น
อังเคล ดิ มาเรีย , ราดาเมล ฟัลเกา , ดาลี่ย์ บลินด์ , อันเดร์ เอร์เรร่า , มาร์กอส โรโฮ รวมถึง บิคตอร์ บัลเดส นายด่านฝีมือดีที่ดึงมาจากบาร์เซโลน่าก็มากับเขาด้วย
ที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าดีลอื่นๆ คือการปิดดีลซิวแบ็กซ้ายดาวรุ่งที่กราฟพุ่งแรงสุดในชั่วโมงนั้นนามว่า ลุค ชอว์ มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์
ขณะนั้น ชอว์ ในวัย 19 กะรัต โด่งดังเป็นพลุแตกหลายทีมรุมตอม โดยเฉพาะ เชลซี ที่เป็นสโมสรในฝันของเจ้าตัวก็โผล่มาร่วมแจม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นปีศาจแดงที่สมหวังได้ลายเซ็นของแข้งรายนี้
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ในตอนนั้นเปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่เทหมดหน้าตักดึง ชอว์ มาร่วมทีม เป็นเพราะหากทุ่มสินสอดหนักพร้อมเปย์ค่าเหนื่อยแสนแพงให้แข้งวัยแค่ 19 อาจทำลายเพดานโครงสร้างค่าเหนื่อยในทีม และจะเป็นการทำให้บรรยากาศในทีมไม่สู้ดีนัก
แน่นอนว่าค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ย่อมมาพร้อมความคาดหวังที่สูงลิบ แถมตอนนั้น"พี่ติ๊ก" ปาทริซ เอวร่า ตำนานแบ็กซ้ายสายฮาเพิ่งโบกมือลาไป ส่งให้เหล่าแฟนผียิ่งหวังในตัวแข้งใหม่ป้ายแดงมากเข้าไปอีก
ฤดูกาลแรก ฟาน กัล เลือกใช้แข้งมากหน้าหลายตาประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายไม่ว่าจะเป็น ลุค ชอว์ , มาร์กอส โรโฮ , ดาลี่ย์ บลินด์ หรือ ไทเลอร์ แบล็คเก็ต ที่พุ่งพรวดขึ้นมาจากอะคาเดมี่สโมสร ส่งให้ ชอว์ ได้ลงเล่น 20 เกมรวมทุกรายการ
ดาวเตะร่างอวบเริ่มปรับตัวเข้ากับปรัชญาอาจารย์หลุยส์ และเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่น่าเสียดายที่โชคร้ายบาดเจ็บหนักในซีซั่นถัดมา
15 กันยายน 2015 แมนฯ ยูไนเต็ด ยกพลไปเยือน พีเอสวี ไฮนด์โฮเฟ่น ทีมดังแดนกังหัน เพื่อทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนามฟิลิปส์ สเตเดี้ยม เกมนั้นนอกจากอสูรสีแดงจะพลาดท่าบุกไปปราชัย 2-1 แล้ว พวกเขายังต้องเจอข่าวร้ายสุดช็อค เมื่อ ลุค ชอว์ ที่กำลังฟอร์มดีวันดีคืนขาหักสยดสยอง จากจังหวะพาบอลทะยานเข้ากรอบเขตโทษก่อนโดน เฮคตอร์ โมเรโน่ สกัดหนักสุดโหด
อาการบาดเจ็บในครั้งนั้นทำให้เขาต้องพักร่วมปี ถือเป็นเรื่องที่ชวนเศร้ามากๆ สำหรับนักฟุตบอลอาชีพสักคนที่เจ็บหนักในรูปแบบนี้
หลังจากนั้นแม้จะกลับคืนฟลอร์หญ้าอีกคำรบ แต่ ชอว์ ไม่เคยเหมือนเดิมอีก มิหนำซ้ำอาการบาดเจ็บเรื้อรังในส่วนอื่นยังคอยรังควานเล่นงานเรื่อยมา
โดยเฉพาะในยุคที่มีเจ้านายคนใหม่นามว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ฤดูกาล 2016/17-2017/18 เวลาลงเล่นแทบไม่มี ขวัญกำลังใจค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย
ฟอร์มของ ลุค ออกทะเลไปไกลจนเคยโดน มูรินโญ่ วิจารณ์ออกสื่อในปี 2017 หลังมีผลงานย่ำแย่ยากจะยอมรับในเกมเจอ เอฟเวอร์ตัน มาแล้ว
หากเป็นคนอื่นคงจิตใจห่อเหี้ยวยากที่จะเลี้ยวกลับ แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ ชอว์ เลยสักนิด แม้บุคลิกจะดูเงียบขรึมไม่ค่อยแสดงออกมากนัก แต่เขาทำงานหนักอยู่ในมุมเงียบเสมอ
ฤดูกาล 2018/19 ช่วงออกสตาร์ทแม้ ยูไนเต็ด จะมีผลงานทรุดอย่างน่าใจหาย แต่ ชอว์ คือหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คน ที่เปล่งประกาย ดีถึงขนาดที่กุนซือชาวโปรตุกีส ยังต้องซูฮกยกย่อง แถมด้วยการชูนิ้วโป้งกดไลค์ให้เลย
แม้ว่า มูรินโญ่ จะโดนตะเพิด แล้วเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาแทนที่ เขายังเป็นตัวเลือกเบอร์หนึ่งอยู่ดี น่าเสียดายที่สลัดโรคเดี้ยงไม่พ้น
มาในซีซั่น 2019/20 ปีแรกที่กุนซือหน้าทารกได้คุมทัพแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชอว์ ผุดผาดมากๆ ดีกว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาชัดเจน แต่ก็มีบางเวลาที่ต้องไปนอนโรงหมอ ช่วงเวลานั้นเองทำให้เจ้าหนู แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ขึ้นมาสร้างชื่อให้แฟนบอลได้รู้จัก
ซัมเมอร์ 2020 แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดดีลซิว อเล็กซ์ เตลลีส แบ็กซ้ายสายครอสมาจากเอฟซี ปอร์โต้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายนักเตะ และดีลนี้เองที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
เตลลีส ได้ลงประเดิมสนามในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยกพลไปเยือนปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงถิ่นปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ เกมนั้นผีแดงคว้า 3 แต้มกลับเมืองแมนได้ แถม เตลลีส ลงเล่นได้อย่างเหนือชั้น ดุดันมากๆ โดยเฉพาะลูกครอสที่แม่นยำราวจับวาง แฟนผีเริ่มมีหวังครั้งใหญ่
ทว่า ลุค ชอว์ ก็ลงเล่นเกมนั้นด้วยเหมือนกัน ฟอร์มของเขาเกมนั้นเหนียวแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ
วันเวลาผ่านไป ชอว์ ส่องแสงมากขึ้นเรื่อย เกมรับเหนียวแน่น เกมรุกก็ห้อตะบึงพุ่งไปข้างหน้า พัฒนารุดหน้าไปมาก แล้วสกิลใหม่ที่เห็นชัดเลยคือการครอสบอลสุดแม่นยำ ลูกเซ็ตพีช ทั้งเตะมุม รวมถึงฟรีคิกมีมาให้เห็นบ่อยๆ
เกมแดงเดือดยกแรกประจำฤดูกาลนี้ที่ ปีศาจแดง บุกเจ๊า หงส์แดง ลิเวอร์พูล 0-0 ถึงแอนฟิลด์ คืออีกหนึ่งเกมที่ "อีชอว์" ผุดผาดมากๆ กำราบแนวรุกเร้ด เมชีนได้อยู่หมัด โดยเฉพาะ โม ซาลาห์ ที่ไปไม่เป็น เจ๋งถึงขั้นคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์มานอนกอด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมาของ อเล็กซ์ เตลลีส ช่วยกระตุ้นให้ผลงานของ ลุค ชอว์ ยกระดับขึ้นมาอย่างที่ทุกคนเห็นกันในตอนนี้ แล้วการแข่งขันภายในทีมย่อมส่งผลดีต่อตัว เตลลีส เช่นกัน
---------
"เมื่อ 2-3 ปีก่อนมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ ตอนที่ผมไม่ได้เล่น ตอนที่ผมไม่มีแม้กระทั่งส่วนร่วม"
"แต่ผมเชื่อมั่นศรัทธาในตัวเองเสมอ มีหลายครั้งที่ผู้คนอาจพูดว่า"หมอนี่ควรจะย้ายออกไปนะ"แต่ผมเชื่ออยู่เสมอว่าวันหนึ่งผมจะต่อสู้ และกลับเข้ามาสู่ทีม และโชว์ให้คนอื่นเห็นว่าผมมีดีแค่ไหน"
"ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมกำลังเริ่มทำสิ่งนั้น แต่ยังไม่หมดแค่นี้หรอก ยังมีดีอีกเยอะ ผมยังหนุ่มยังแน่น และยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเอง"
ลุค ชอว์ เปิดใจผ่านทาง BBC Sport ว่าตัวเขานั้นไม่เคยท้อถอย ถอดใจ หรือคิดยอมแพ้ต่อโชคชะตา กับช่วงเวลาอันแสนเลวร้ายที่พบเจอมาเลยแม้แต่น้อย
---------
"มันเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะบางครั้งผมไม่สามารถถ่ายทอดคำพูดออกไป มีคนมากมายคอยหนุนหลังผมที่นี้ ผมรู้ดีว่าผมได้รับการสนับสนุนนั้น ผมแค่ต้องก้มตาก้มตาทำงานหนัก และนิ่งไว้"
"จริงอยู่ที่ผู้คนพูดเกี่ยวกับตัวผมในแง่ลบ แต่ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาการเรียนรู้ และสิ่งที่ทำให้ผมดีขึ้นในฐานะคนๆ หนึ่งเมื่ออยู่นอกสนาม
"คุณอาจมีข้อสงสัยอยู่เสมอ แต่ผมโชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ผมเชื่อเสมอว่าจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่นี้ได้"
"คุณอยากอยู่ที่นี้ และโชว์ให้คนอื่นเห็นว่าคุณทำอะไรได้บ้าง หวังว่าผมจะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ และพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าพวกเขาคิดผิด"
ลุค ชอว์ กล่าวถึงช่วงเวลาที่โดน โชเซ่ มูรินโญ่ วิจารณ์และเรียกร้องออกสื่อในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ร่วมงานกันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ฤดูกาลนี้ ชอว์ ลงสนาม 26 นัด จัดไป 5 แอสซิสต์ อาจไม่ใช่ตัวเลขที่เลิศเลอเพอร์เฟคอะไรนัก แต่สิ่งที่ ชอว์ ทำได้ และแสดงให้เห็นตอนนี้มันเจ๋งมากๆ และหากเขารักษาผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ดูแลตัวเองหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้ละก็ อนาคตที่สดใสรออยู่ในวันข้างหน้าแน่ๆ
แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ ชอว์ มุ่งมั่นตั้งใจทำออกมานั้น มันผลิดอกออกผลให้โลกลูกหนังได้เห็นกันไปแล้วในตอนนี้ และสิ่งที่เขาได้รับมันคือรางวัลของคนไม่ยอมแพ้

 

Facebook Comment