breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"งูใหญ่ยังไม่ตาย"

อัพเดตเมื่อ : December 02, 2020 7:59am โดย : Aleman

 
เป็นอันว่างานชิ้นแรกของ อินเตอร์ มิลาน ลุล่วงด้วยดีนะครับ
นั่นคือการบุกชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ได้สำเร็จ
เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนนี้ พลพรรค "งูใหญ่" ไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากต้องเก็บ 3 คะแนนเต็มเท่านั้น หากยังคงมุ่งหวังที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ต่อไป
ถ้าผลออกมาเป็นแบบอื่น ทุกอย่างจะจบลงทันที
ยิ่งการที่ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สามารถเอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที มันยิ่งทำให้การแข่งขันในกลุ่ม บี เปิดกว้างมากขึ้นไปอีก
เราจึงได้เห็น อันโตนิโอ คอนเต้ จัดทัพแบบเน้นเป็นพิเศษเลยทีเดียว เพราะหากต้องหยุดเส้นทางไว้ที่รอบแบ่งกลุ่ม นั่นหมายความถึงการล้มเหลวอย่างไม่มีข้อแก้ตัว
ผู้รักษาประตูเป็น ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช
สามแนวรับ พอ มิลาน สคริเนียร์ หายโควิดกลับมาก็ได้ยืนร่วมกับ สเตฟาน เดอ ฟราย และ อเลสซานโดร บาสโตนี่ ตลอดในระยะหลัง
แดนกลางไม่มี อาร์ตูโร่ วิดัล ที่ติดโทษแบน แต่ก็ได้ มาร์เซโล่ โบรโซวิช หายโควิดกลับมาเรียบร้อยคอยประสานงานกับ นิโกโล่ บาเรลล่า และ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ วิงแบ็กขวายังวางใจ มัตเตโอ ดาร์เมียน ที่ฟอร์มดีในนัดล่าสุด ส่งผลให้ อาชราฟ ฮาคิมี่ ต้องนั่งสำรองไปก่อน ส่วนฝั่งซ้ายใช้ แอชลี่ย์ ยัง
กองหน้าเป็นคู่หู "LuLa" โรเมลู ลูกากู กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
 
 
การเลือก ดาร์เมียน ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะ คอนเต้ บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาต้องการที่จะให้ ฮาคิมี่ เรียนรู้การเล่นเกมรับให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่บุกจนลืมหลัง แต่ที่เป็นโบนัสคือวิงแบ็กอิตาเลียนดันทำประตูได้ซะด้วย
แต่พอนำแล้ว เกมของ อินเตอร์ กลับหยุดชะงักไป กลายเป็น "สิงห์หนุ่ม" ที่ตั้งเกมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมาได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรก
จากที่จะจบ 45 นาทีแรกด้วยการเป็นฝ่ายออกนำ โดนประตูนี้เข้าไป มันย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจของขุนพล "เนรัซซูร์รี่" ไม่น้อยเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม
ต้องชม คอนเต้ ที่เรียกสมาธิของลูกทีมกลับคืนมาใหม่ ทำให้กลับมาอยู่ในเกมอีกครั้ง และโดยเฉพาะต้องขอบคุณ ลูกากู ที่ชั่วโมงนี้แทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ทีมแล้ว
โยนบอลไปข้างหน้าเถอะ หัวหอกเบลเยียมเก็บได้หมด จะพักบอลเอาไว้เล่นเอง หรือจ่ายต่อให้เพื่อน "บิ๊กรอม" ทำได้แทบไม่มีที่ติ
ที่สำคัญ ยังไว้ใจได้เสมอเรื่องการทำประตู
ลูกแรกเบียดไปกับกองหลังคู่แข่ง ก่อนซัดด้วยขวาข้างที่ไม่ถนัดเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่วนลูกสองชาร์จด้วยซ้ายจากลูกเปิดเข้ามาของ ฮาคิมี่ แบบเฉียบคมไม่แพ้กัน
แต่จากความผิดพลาดของ อเล็กซิส ซานเชซ ทำให้ทีมต้องเสียประตู และต้องมาลุ้นจนสิ้นเสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสิน แทนที่จะปิดเกมกันให้ได้ก่อนหน้านี้
 
 
3 แต้มนี้จึงทำให้ อินเตอร์ ยังไม่ตาย
พวกเขายังคงมีหวังที่จะผ่านเข้ารอบ แม้โชคชะตาจะไม่ได้อยู่ในมือตัวเองทั้งหมดก็ตาม
ตอนนี้รั้งเป็นบ๊วยของกลุ่มก็จริง โดยมีอยู่เพียง 5 คะแนน แต่หากนัดสุดท้ายเปิดบ้านเอาชนะ ชัคตาร์ฯ ก็ยังมีโอกาสผ่านเข้ารอบ ถ้าอีกคู่ระหว่าง มาดริด กับ กลัคบัค มีผลแพ้ชนะ
แต่หาก อินเตอร์ ชนะ และเกมระหว่าง มาดริด กับ กลัดบัค ผลออกมาเป็นเสมอ คู่หลังนี้จะจูงมือกันผ่านเข้ารอบทันที
ทว่า มาดริด กับ กลัดบัค ก็จะเล่นเอาแค่ผลเสมอไม่ได้เหมือนกัน เพราะอย่าลืมว่า ชัคตาร์ฯ ก็ยังมีลุ้นที่จะเข้ารอบด้วย
เรียกว่ากลุ่มนี้ยังได้ลุ้นกันทั้ง 4 ทีม และคงจะลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายทีเดียว
แต่สำหรับลูกทีมของ คอนเต้
อันดับแรกพวกเขาจำเป็นจะต้องชนะไว้ก่อน
จากนั้นภาวนาว่าผลของอีกคู่จะเป็นใจ
อย่าให้เหมือน 2 ปีหลังสุดที่ทำกันไม่ได้เองในนัดสุดท้าย ทั้งที่โอกาสอยู่ในมือแล้ว ก่อนจะต้องตกรอบไปแบบชอกช้ำ
อันนั้นน่าเขกกระโหลกกว่าเป็นไหนๆ
Facebook Comment