breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"ค่ำคืนมหัศจรรย์ที่ คัมป์ นู"

อัพเดตเมื่อ : December 09, 2020 8:15am โดย : Aleman

 
สำหรับใครที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนบอล ยูเวนตุส แล้ว
หากเมื่อคืนนี้ไม่ได้ดูเกม ถือว่าพลาดมาก!
จริงอยู่ที่มันยังเป็นเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมพวกเขาผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เรียบร้อย แต่การสามารถบุกถล่ม บาร์เซโลน่า ได้ถึง คัมป์ นู 3-0 ย่อมไม่ใช่ผลงานที่ธรรมดา
ที่สำคัญคือยังทำให้ทีมปาดหน้าคว้าแชมป์กลุ่มได้อีกต่างหาก
เชื่อว่าหลายคนมองเหมือนกันว่ามันมีความเป็นไปได้น้อยมากที่พลพรรค "ม้าลาย" จะพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์กลุ่ม หลังนัดแรกที่ตูริน พ่ายให้กับ บาร์ซ่า ไปก่อน 0-2 ดังนั้นต้องชนะตั้งแต่ 3-0 ขึ้นไป แค่ 2 ลูกยังไม่พอ เพราะแม้แต้มจะเท่ากัน แต่ประตูได้เสียเป็นรอง
เอาจริง อันเดรีย ปีร์โล่ ก็คงจะทำใจไว้บ้างเหมือนกันนะครับ เนื่องจากอย่างที่บอกว่าโอกาสมันน้อย เห็นได้จากการจัดทัพที่เขาเลือกจะหมุนเวียนทีมในบางตำแหน่ง
 
 
ผู้รักษาประตูเปลี่ยนใช้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาพอดี
สามกองหลัง ตอนแรก ปีร์โล่ คิดที่จะพัก มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ปรากฎส่งลงตัวจริงเลยร่วมกับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ ดานิโล่
มิดฟิลด์คู่กลางเลือก เวสตัน แม็คเคนนี่ กับ อาร์ตูร์ วิงแบ็กขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้ ฝั่งซ้ายใช้ อเล็กซ์ ซานโดร โดยมี อารอน แรมซี่ย์ ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง อัลบาโร่ โมราต้า กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ถ้าขึ้นเกมรุก จะออกมาในลักษณะนี้ คือ 3-4-1-2 แต่หากต้องถอยลงไปรับ จะปรับมาเป็น 4-4-2 ถ่าง แรมซี่ย์ ไปช่วยริมเส้น
ปรากฎว่าที่ส่งลงไปนั้น เล่นกันได้ดีทุกคนเลย
บุฟฟ่อน แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมเขาถึงเป็นตำนาน เกมนี้ บาร์ซ่า ได้ยิงตรงกรอบ 7 ครั้ง ทั้งหมดล้วนมาจาก ลิโอเนล เมสซี่ และทั้ง 7 ครั้ง "จิจี้" ไม่ปล่อยให้ผ่านมือไปสักครั้งเดียว
แนวรับก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้ง โบนุชชี่ และ เดอ ลิกท์
แดนกลางช่วยกันวิ่งช่วยกันเล่น โดยเฉพาะ แม็คเคนนี่ ที่พละกำลังเหลือเฟือ แถมยังสอดขึ้นไปทำลูก 2-0 ได้ด้วย
ริมเส้น กวาดราโด้ โดดเด่นเช่นเคย และไม่พลาดที่จะมี 1 แอสซิสต์อีกแล้ว
ข้างหน้า โมราต้า กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น นัดนี้อาจไม่มีประตู แต่เขาเล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง ทั้งลงมาล้วงบอล พาบอลขึ้นไปเอง คอยเก็บบอลแดนหน้า หรือเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม
เช่นเดียวกับ โรนัลโด้ ที่นอกจากเป็นผู้สังหาร 2 จุดโทษให้ทีมแล้ว แมตช์นี้ดูเหมือนเขาจะมีความกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ วิ่งไม่มีหมดเช่นกัน ขนาดท้ายเกมยังลงไปช่วยเกมรับสกัด เมสซี่ ในจังหวะสำคัญได้อีกต่างหาก
 
 
3 แต้มนี้ และด้วยสกอร์ 3-0 นี้ จึงถือว่าสำคัญยิ่ง เพราะส่งผลให้ขุนพล "เบียงโคเนรี่" จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม และถือเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ สำหรับการประกบคู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เนื่องจากจะไม่ต้องเจอกับทีมที่เป็นแชมป์ของกลุ่มอื่น และยังจะได้เล่นนัดสองที่บ้านตัวเอง
นอกเหนือจากนั้น มันยังช่วยในเรื่องของความมั่นใจด้วย
เพราะคงมีไม่กี่ทีมที่จะบุกชนะ บาร์ซ่า ได้ถึง คัมป์ นู แถมเป็นการชนะได้แบบหมดจด
เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนอันมหัศจรรย์ที่ลูกทีมของ ปีร์โล่ จะไม่มีวันลืมเลือนไปได้เลย...
Facebook Comment