breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"ฝันของโรมานิสต้า"

อัพเดตเมื่อ : December 19, 2020 7:17am โดย : Aleman

 
นานแค่ไหนแล้วที่ โรม่า ต้องร้างราความสำเร็จในรูปแบบถ้วยรางวัล
ฤดูกาล 2007-08 คือครั้งสุดท้ายที่พลพรรค "หมาป่าเหลือง-แดง" คว้าโทรฟี่กับตำแหน่งแชมป์โคปปา อิตาเลีย
แต่หากพูดถึงสคูเด็ตโต้ ต้องย้อนไปโน่น เมื่อซีซั่น 2000-01 หรือเกือบ 20 ปีเข้าไปแล้ว
หลังจากนั้นมาพวกเขาไม่ได้สัมผัสกับคำว่าแชมป์อิตาลีอีกเลย
ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้เป็นอีกปีที่ โรม่า ถูกมองว่าเป็นเพียงม้านอกสายตาเท่านั้น พวกเขายังเป็นรอง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ในการขับเคี่ยวแย่งสคูเด็ตโต้
ไหนจะมีทีมอย่าง นาโปลี, เอซี มิลาน, ลาซิโอ หรือ อตาลันต้า อีก
แต่จากผลการแข่งขันนัดล่าสุดที่เปิด สตาดิโอ โอลิมปิโก ทุบเอาชนะ โตริโน่ 3-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำเป็นเล่นไปนะครับ เพราะตอนนี้ลูกทีมของ เปาโล ฟอนเซก้า ก้าวขึ้นมารั้งอันดับ 3 ร่วมกับ ยูเวนตุส แล้ว แถมไล่หลัง มิลาน ทีมจ่าฝูงเพียง 4 คะแนนเท่านั้น
เซเรีย อา ผ่านมา 12 นัด พวกเขาชนะได้ 7 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้อีก 2 นัด โดยหนึ่งในนั้นคือการถูกปรับแพ้ เฮลลาส เวโรน่า เนื่องจากทำผิดกฎในการส่งนักเตะลงสนาม แต่ตอนนี้ก็ยังยื่นอุทธรณ์ขอสู้อย่างสุดฤทธิ์
เรียกว่ามีเพียงนัดเดียวที่พวกเขาแพ้ในสนาม นั่นคือเกมที่ไปเยือน นาโปลี
ส่วนที่เหลือเก็บได้เกือบหมด เจอกับ ยูเว่ และ มิลาน ก็ยังเอาผลเสมอได้
ไม่ธรรมดาเลยนะครับ
 
 
อย่าลืมว่าอีกในศึกยูโรปา ลีก ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ได้แบบสบาย และเป็นแชมป์กลุ่มด้วย
แถมพวกเขายังกลายเป็นทีมที่เหมือนกับเป็นเครื่องจักรสังหารประตูไปแล้ว
ซีซั่นนี้ขุนพล "จัลโล่รอสซี่" ลงสนามมาทั้งสิ้น 18 นัดในทุกรายการ ทั้งในเซเรีย อา และยูโรปา ลีก ปรากฎว่าทำไปได้ถึง 40 ประตูทีเดียว หรือเฉลี่ยนัดละ 2.2 ลูกด้วยกัน
เทียบกับเมื่อฤดูกาลก่อน เตะ 18 นัดเท่ากัน ตอนนี้พวกเขาทำได้มากกว่าเดิมถึง 7 ประตู
ยิ่งหากนับจากที่ ฟอนเซก้า เข้ามารับงานเมื่อซัมเมอร์ปี 2019 จนถึงตอนนี้เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสคุมทีมไปแล้ว 67 นัดในทุกรายการ ทำไปได้ 134 ประตู หรือเฉลี่ยนัดละ 2 ลูก
ตัวเลขตรงนี้เหนือกว่าในยุคของ ซเดเน็ค ซีแมน และ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ซะอีก
นอกเหนือจากนั้น ทีมของ ฟอนเซก้า ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้พึ่งพาการทำประตูที่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ
โอเคว่า เอดิน เชโก้ อาจเป็นความหวังอันดับ 1 ในแนวรุก แต่ผู้เล่นคนอื่นก็พร้อมที่จะช่วยแบ่งเบาภาระได้เช่นกัน
ณ เวลานี้ "หมาป่ากรุงโรม" มีนักเตะที่ทำประตูได้มากหน้าหลายตาถึง 13 คนเลยทีเดียว
กองหลังตัวกลางมี มาราช คุมบุลล่า กับ โรเจอร์ อีบันเยซ วิงแบ็กเป็น เลโอนาร์โด้ สปินัซโซล่า, บรูโน่ เปเรส และ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กองกลางมี จอร์แดน แวร์กตูต์ กับ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ มิดฟิลด์ตัวรุกเป็น เปโดร, เฮนริค มคิทาร์ยาน, การ์เลส เปเรซ และ ตอมมาโซ่ มิลาเนเซ่ ส่วนกองหน้า เชโก้ กับ บอร์ฆา มาโยรัล
โดยเฉพาะ มคิทาร์ยาน ที่กำลังท็อปฟอร์มมาก
 
 
ประตูล่าสุดในเกมกับ โตริโน่ คือลูกที่ 7 ในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ของเขาแล้ว แถมยังมีอีก 5 แอสซิสต์ นั่นหมายความว่าดาวเตะอาร์เมเนียมีส่วนร่วมกับประตูของทีมถึง 12 ลูกทีเดียว
ในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ ไม่มีใครอีกแล้วใน 5 ลีกยักษ์ใหญ่ของยุโรปที่จะทำได้ดีไปกว่าเขาเลย
ทั้งหมดนี้จึงน่าจะทำให้แฟนบอลหมาป่าอิ่มอกอิ่มใจได้กับผลงานของทีมรักในชั่วโมงนี้
จริงอยู่ที่คัมปิโอนาโต้เพิ่งผ่านมา 12 นัด หรือราว 1 ใน 3 ของฤดูกาล แต่หาก โรม่า ยังรักษาผลงานได้แบบนี้ต่อไป พวกเขาก็สามารถที่จะลุ้นได้
ยิ่งฟุตบอลในยุคโควิดมันไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ทุกทีมต่างแพ้ชนะกันได้หมด
ตอนนี้ มิลาน อาจนำเป็นจ่าฝูงก็จริง แต่น้อยนักที่เชื่อว่าพวกเขาจะยืนระยะได้ไปจนจบ หรือ อินเตอร์ กับ ยูเว่ ก็ใช่ว่าจะโดดเด่นเหนือทีมอื่นไปเลย
แล้วแบบนี้ทำไมสาวกโรมานิสต้าจะแอบฝันบ้างไม่ได้?
Facebook Comment