breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"ได้เวลาคูลู"

อัพเดตเมื่อ : February 27, 2021 7:28am โดย : Aleman

 
ดูเหมือนว่าแนวรุกกลับกลายเป็นปัญหาที่น่าจะหนักสุดแล้วที่ ยูเวนตุส ต้องประสบพบเจอในช่วงเวลานี้
เพราะขณะที่แนวรับทำผลงานกันได้อย่างแข็งแกร่ง เสียไปแค่ 19 ประตูเท่านั้นในเซเรีย อา น้อยกว่าทุกทีม แต่ "ม้าลาย" กลับทำประตูคู่แข่งได้เพียง 44 ลูก จาก 22 นัด
พวกเขารั้งอยู่เพียงอันดับ 6 ของทีมที่ทำประตูได้มากสุด
แน่นอนว่าการขาดหายไปของทั้ง เปาโล ดีบาล่า และ อัลบาโร่ โมราต้า ในระยะหลัง ส่งผลกระทบไม่น้อยเลย
โดยเฉพาะรายแรกที่ต้องเจอฤดูกาลที่หนักมาก แรกเริ่มมีปัญหาติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ จากนั้นเจ็บยาวจนตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะกลับมาได้เมื่อไหร่ ขณะที่รายหลังก็โดนไวรัสเล่นงานจนสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พร้อม ต้องฝืนเล่นในช่วงหลายนัดที่ผ่านมา
ไอ้ครั้นจะฝากความหวังไว้ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนเดียว คงเป็นไปไม่ได้
พวกเขาจำเป็นต้องมีผู้ช่วยของ "CR7" เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระ ผลักดันทีมให้เดินหน้าต่อไปสู่เส้นทางของสคูเด็ตโต้
และผู้ช่วยที่ว่าก็คือ เดยัน คูลูเซฟสกี้
 
 
ค่าตัว 35 ล้านยูโร ที่ ยูเว่ ต้องหมดไป บวกกับโบนัสอีกก้อนหนึ่ง ทำให้เขาถูกตั้งความหวังไว้ไม่น้อยว่าจะเป็นตัวตัดสินให้ทีม หรือสร้างความแตกต่างได้
ผ่านมาจนถึงเวลานี้ แม้ไม่ถือว่าล้มเหลว แต่มันคงไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน
ทั้งที่ตอนแรกดาวเตะสวีดิชมาดีเลย เปิดตัวหรูด้วยการประเดิมประตูได้ทันทีในเกมแรกของซีซั่นที่เปิดรัง อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ถล่มเอาชนะ ซามพ์โดเรีย ไป 3-0
เขาแสดงให้เห็นแล้วว่ามีของ และมีส่วนสำคัญยิ่งกับผลการแข่งขันของทีมในหลายนัด
แต่จากนั้นกลายเป็นว่ากลับไปไม่สุด เข้าๆ ออกๆ ในทีมตัวจริง และกลายเป็นต้องไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของตัวเอง
ตรงนี้แหละที่หลายคนมองว่าเป็นการจำกัดขีดความสามารถของเขา
สมัยที่ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ปาร์ม่า เมื่อฤดูกาลที่แล้ว คูลูเซฟสกี้ ลงเล่นเป็นตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาในระบบ 4-3-3
อันที่จริงตอนอยู่กับ "จัลโล่บลู" เขาเคยถูกวางให้ลงเล่นในทุกตำแหน่งของตัวรุกเลย บางนัดริมเส้นฝั่งขวา บางนัดขยับไปอยู่ฝั่งซ้าย บางนัดยืนเป็นหน้าเป้ายังมี
แต่ที่จี๊ดจ๊าดสุดคงต้องยกให้เป็นริมเส้นฝั่งขวา
พอมาอยู่กับ ยูเว่ กลายเป็นว่า อันเดรีย ปีร์โล่ แทบไม่ได้เล่นในระบบ 3 แนวรุกแบบนี้เลย แท็กติกที่ใช้เป็นประจำคือ 3-5-2 เวลาเล่นเกมรุก และปรับมาเป็น 4-4-2 เวลาเล่นเกมรับ
ตอนแรกที่นักเตะแนวรุกของทีมอย่าง โรนัลโด้, โมราต้า และ ดีบาล่า ยังไม่พร้อมสมบูรณ์ ลงได้บ้างไม่ได้บ้าง คูลูเซฟสกี้ จึงถูกใช้ให้เป็นกองหน้า โดยผลงานถือว่าสอบผ่าน
กระนั้นพอทุกคนหายกลับมา ปีร์โล่ กลับจับให้ดาวเตะวัย 20 ปี ไปยืนเป็นวิงแบ็กขวาบ้าง ปีกขวาบ้าง หรือบางทีขยับไปอยู่ฝั่งซ้าย และนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาดร็อปลงไป
จากที่อันตรายเมื่ออยู่ใกล้หน้าปากประตูคู่แข่ง เลี้ยงตัดจากขวาเข้าใน และปั่นด้วยซ้ายที่ถือเป็นทีเด็ด มันกลายเป็นว่าเขาต้องถูกถ่างออกไปปักหลักทางริมเส้น และลดความอันตรายลงไปเยอะเลย
 
 
แต่มาช่วงเวลานี้ กับการที่ทั้ง ดีบาล่า และ โมราต้า ยังไม่พร้อมสมบูรณ์ พลพรรค "เบียงโคเนรี่" จึงจำเป็นต้องใช้ความสามารถของ คูลูเซฟสกี้ ในการประสานงานร่วมกับ โรนัลโด้ สำหรับเกมมาราธอนที่จะเตะกันถี่ยิบนับจากนี้
เริ่มด้วยค่ำคืนนี้ที่จะบุกเยือน เฮลลาส เวโรน่า
หากใครจำกันได้ เกมแรกที่เจอกับ เวโรน่า ที่ตูริน เป็น คูลูเซฟสกี้ นี่แหละที่ถือเป็นตัวตัดสินเกมเลย โดยเขาถูกเปลี่ยนลงเป็นสำรองแทน เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ในนาทีที่ 61 แต่ช่วงเวลาราว 30 นาทีที่อยู่บนสนามในตำแหน่งที่สนับสนุน โมราต้า และ ดีบาล่า เขาสร้างความแตกต่างได้ชัดเจน และเป็นคนซัดประตูตีเสมอให้ทีมได้ด้วย
คืนนี้จึงต้องมาดูกันว่าดาวรุ่งไวกิ้งจะมีทีเด็ดอะไรอีกมั้ย
ที่แน่นอนคือสาวกยูเวนตินี่คงต้องเฝ้าภาวนาว่าเขาจะกลับมาเป็นแบบเดิมเหมือนเมื่อช่วงต้นฤดูกาล
เพราะการที่ทีมรักจะประสบความสำเร็จในซีซั่นนี้หรือไม่นั้น
ความสามารถของ คูลูเซฟสกี้ ย่อมมีส่วนสำคัญไม่น้อยเลย
Facebook Comment