breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"อีกก้าวเดียว"

อัพเดตเมื่อ : July 07, 2021 7:59am โดย : Aleman

 
ยังจำความรู้สึกของเมื่อตอนที่ทีมชาติอิตาลีผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูโรเมื่อปี 2012 ได้ดีครับ
ตอนนั้นได้รับโอกาสไปให้เกาะติดทัวร์นาเมนต์เลย และเกมรอบรองชนะเลิศที่อัด เยอรมัน 2-1 ได้อยู่ในสนามด้วย
จำได้ว่าดีใจสุดขีด บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
เสียดายนิดก็ตรงที่ไม่สามารถข้ามจากโปแลนด์ ไปที่ยูเครน เพื่อให้กำลังใจพลพรรค "อัซซูร์รี่" ในนัดชิงชนะเลิศได้ เนื่องจากติดขัดในเรื่องวีซ่า
ความรู้สึกตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นเลย
ต้องบอกว่าขุนพลเลี่ยนชุดนี้มาได้ไกลมากนะครับ มันไกลกว่าที่ใครหลายคนคาดกันไว้
ยิ่งเมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน มันยิ่งทำให้น่าปลาบปลื้มเข้าไปใหญ่กับผลงานที่ออกมา
แน่นอนว่าคนที่สมควรได้รับเครดิตตรงนี้ย่อมหนีไม่พ้น โรแบร์โต้ มันชินี่
 
 
"มันโช่" เข้ามาก่อร่างสร้างทีมทีละเล็กทีละน้อย รวบรวมทีมที่กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง จากที่เคยอยู่ในจุดต่ำสุด ไต่กลับขึ้นมาจนถึงตรงนี้ได้
โดยเฉพาะในศึกยูโร 2020 คราวนี้ที่เรียกความภาคภูมิใจของวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีกลับคืนมาอีกครั้ง
มันเป็น อิตาลี ที่ดูแล้วสนุก ต่อบอลจากเท้าสู่เท้า เล่นเกมรุกบุกแหลก มีการเข้าทำที่รวดเร็ว
ผลงานที่ชนะ ตุรกี 3-0, สวิตเซอร์แลนด์ 3-0, เวลส์ 1-0, ออสเตรีย 2-1 และ เบลเยียม 2-1 ไม่ใช่เรื่องฟลุ้คแต่อย่างใด
ส่วนแมตช์กับ สเปน เมื่อคืนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของแท็กติก แต่ใจนี่แหละสำคัญสุด
รูปเกมต้องยอมรับว่าเป็นรอง "กระทิงดุ" เยอะเลย โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่เชื่อได้ว่าสาวกอัซซูร์รี่คงนั่งกันไม่ติดเก้าอี้
ต้องชมนักเตะเลี่ยนทุกคนที่เล่นกันอย่างมีสมาธิ อดทนรอโอกาส และมันก็มาถึงจริงในครึ่งเวลาหลังจากเกมสวนกลับเร็วที่เป็น เฟเดริโก้ เคียซ่า สับไกเข้าไปอย่างสุดสวย
ตอนนั้นคือยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจแล้ว
 
 
โชคร้ายที่การเผลอเพียงแวบเดียว ทำให้ต้องโดน อัลบาโร่ โมราต้า ลงโทษอย่างเจ็บแสบ
ยังดีที่การพลาดครั้งนั้นไม่ทำให้ลูกทีมของ มันชินี่ เสียขวัญ ทุกคนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ทั้งแนวรับที่เล่นกันอย่างเหนียวแน่น แดนกลางที่ช่วยวิ่งไล่แย่งบอลแบบไม่มีหมด และแนวรุกที่เป็นด่านแรกในการกดดันคู่แข่ง
กระทั่งต้องมาตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ
ถึงตรงนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้แล้ว
สุดท้ายเป็นขุนพลเลี่ยนนี่แหละที่ทั้งแม่นกว่า และใจแข็งกว่า คว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
ไม่ว่าคู่แข่งในวันที่ 11 กรกฎาคม นี้ จะเป็นใคร อังกฤษ หรือ เดนมาร์ก มาถึงขั้นนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป
ตอนนี้มันเหลืออีกเพียงก้าวเดียว
ก้าวเดียวเท่านั้นที่ความฝันของพวกเขาจะเป็นจริง...
Facebook Comment