breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"ตัดสินในอีก90นาที"

อัพเดตเมื่อ : November 13, 2021 7:20am โดย : Aleman


 
แชมป์ยุโรปอยู่ในสถานการณ์ไม่สู้ดีเอาซะเลย
เมื่อคืนนี้หลายคนคาดหวังว่า อิตาลี จะเปิดบ้านเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ แบบสวยๆ พร้อมแหย่ขาข้างหนึ่งผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ แต่ทำไปทำมากลับเล่นได้น่าผิดหวัง
จริงอยู่ที่นัดนี้ขาดตัวเจ็บไปหลายราย ไล่ตั้งแต่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่, มาร์โก แวร์รัตติ, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, นิโกโล่ ซานิโอโล่ และ ชิโร่ อิมโมบิเล่ แต่ตัวที่เหลือใช่ว่าจะขี้เหร่
ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่ร่วมด้วยช่วยกันคว้าแชมป์ยูโรมานั่นแหละ
ผู้รักษาประตู จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังอยู่เหมือนเดิม แนวรับ ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ ได้เล่นแทน คิเอลลินี่ โดยจับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบ็กสองข้างยังเป็น โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ และ เอเมอร์ซอน ปัลมิเอรี่
แดนกลางไม่มี แวร์รัตติ ดังนั้น มานูเอล โลคาเตลลี่ จึงได้รับโอกาสให้ประสานงานกับ จอร์จินโญ่ และ นิโกโล่ บาเรลล่า
ขณะที่แนวรุก คนที่แทน อิมโมบิเล่ คือ อันเดรีย เบล็อตติ ริมเส้นสองข้างใช้ เฟเดริโก้ เคียซ่า กับ ลอเรนโซ่ อินซินเย่
 
 
ปรากฎเล่นไปเล่นมาไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งเลย กลับเป็น สวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำในช่วงแรก และมาได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงผีจับยัดของ ซิลวาน วิดแมร์
แนวรับพอไม่มี คิเอลลินี่ เห็นเลยว่ายืนตำแหน่งกันสะเปะสะปะ ไม่เพียงประตูที่เสีย แต่อีกหลายครั้งที่ขุนพลแดนนาฬิกาบุกขึ้นมาได้ลุ้นตลอด
ยังดีที่พลพรรค "อัซซูร์รี่" มาตามตีเสมอได้จาก ดิ ลอเรนโซ่ ในช่วงเวลาสำคัญท้ายครึ่งแรก ไม่งั้นอาจป่วนกว่านี้
ครึ่งหลังหลายคนคาดว่าลูกทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ จะบดเอาประตูชัย หลังตีเสมอได้แล้ว แต่เอาเข้าจริงแทบไม่ได้กดดันผู้มาเยือนเท่าไหร่เลย
แนวรุกใบ้สนิท พอเปลี่ยนเอา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ลงไปแทน เบล็อตติ นั่นแหละถึงดูวูบวาบขึ้นมาหน่อย
แดนกลางผลัดกันทำบอลเสีย แถมเล่นกันช้า เช่นเดียวกับแนวรับ จ่ายขวางกันไปขวางกันมาแบบเนิบนาบ ต่างจากเมื่อตอนเล่นในศึกยูโร 2020 อย่างเห็นได้ชัด
ไอ้ครั้นพอมาได้จุดโทษในนาทีสุดท้าย จอร์จินโญ่ ก็ดันมาพลาดซะอีก
มันคือการพลาดจุดโทษ 3 ครั้งติดต่อกันแล้วของมิดฟิลด์จากสโมสร เชลซี ในการเล่นให้กับทีมชาติ
หนแรกเป็นนัดชิงชนะเลิศศึกยูโรกับ อังกฤษ ต่อมาเป็นเกมคัดบอลโลกที่บุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ โดยคราวนั้น เบราร์ดี้ เรียกฟาวล์ให้ทีมได้ แต่ จอร์จินโญ่ ยิงไปติดเซฟ ยานน์ ซอมเมอร์ และครั้งล่าสุดเมื่อคืนนี้ที่ เบราร์ดี้ ก็เรียกฟาวล์ให้ทีมเหมือนเดิม ครั้งนี้กองกลางเชื้อสายบราซิเลียนตะบันข้ามคานไปเฉยเลย
พลาดครั้งแรกยังไม่เท่าไหร่ เพราะสุดท้ายทีมยังได้แชมป์ แต่การพลาด 2 ครั้งหลังสุด มันชัดเจนว่าส่งผลอย่างยิ่งต่อโอกาสในการผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย
หากยิงเข้าไปทั้ง 2 ลูก สาวกอัซซูร์รี่คงไม่ต้องมาลุ้นกันขนาดนี้
 
 
จากผลการแข่งขันที่ออกมา ทำให้สถานการณ์ของกลุ่ม ซี ยุ่งยากทีเดียว และต้องไปตัดสินกันในนัดสุดท้าย
อย่าลืมว่าแชมป์กลุ่มเท่านั้นที่จะได้ไปเล่นรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ส่วนรองแชมป์กลุ่มไปวัดดวงกันต่อในรอบเพลย์ออฟ
ตอนนี้ อิตาลี ยังเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 15 คะแนน จาก 7 นัด เท่ากับ สวิตเซอร์แลนด์ แต่ประตูได้เสียดีกว่า โดยบวกอยู่ 11 ส่วน สวิส บวกอยู่ 9
นัดสุดท้ายวันจันทร์นี้ ลูกทีมของ "มันโช่" จะบุกไปเยือน ไอร์แลนด์เหนือ โดยผลชนะอาจไม่เพียงพอ เพราะหาก สวิส เปิดบ้านเอาชนะ บัลแกเรีย แบบถล่มทลาย มีโอกาสที่พวกเขาจะแซงเข้าป้ายด้วยการที่มีประตูได้เสียดีกว่า
ยกตัวอย่าง หาก อิตาลี ชนะ 1-0 และ สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 4-0 ทีมที่เข้ารอบจะเป็น สวิส
แต่ในกรณีที่ผลต่างประตูได้เสียเท่ากัน อย่าง อิตาลี ชนะ 2-1 และ สวิส ชนะ 3-0 ทีมที่เข้ารอบจะเป็น อัซซูร์รี่ เพราะเคสนี้จะดูว่าทีมไหนยิงประตูรวมได้มากกว่า
กระนั้นมันยังออกได้อีกหน้า หาก อิตาลี ชนะ 1-0 และ สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 3-0 ทั้งประตูได้เสีย และประตูได้ของทั้งสองทีมจะเท่ากันหมด แต่จะเป็น สวิส ที่เข้ารอบ เนื่องจากกรณีนี้จะดูผลงานที่พบกันว่าทีมไหนยิงประตูนอกบ้านของอีกฝ่ายได้มากกว่า โดยเกมแรกที่บาเซิ่ล เสมอกัน 0-0 ส่วนเมื่อคืนนี้ที่โรม เจ๊ากัน 1-1
เอาเป็นว่าทางที่ดีแชมป์ยุโรปจำเป็นต้องชนะ ไอร์แลนด์เหนือ ในนัดสุดท้าย และจะต้องชนะแบบหลายประตูด้วย
ไม่งั้นถ้าต้องหลุดไปเล่นเพลย์ออฟ อะไรก็เกิดขึ้นได้
ทุกอย่างจะถูกตัดสินกันในอีก 90 นาทีสุดท้ายนี้แล้ว

อาเล่แมน ล่าสุด

Facebook Comment