breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"เทพธิดาผู้จะฆ่ายักษ์"

อัพเดตเมื่อ : October 16, 2021 7:09pm โดย : Aleman

 
วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญสำหรับชาวแบร์กาโม่ทั้งหลาย
วันที่พวกเขาจะได้รู้ว่าความฝันของพวกเขาสามารถดำเนินต่อไปหรือไม่
วันที่ อตาลันต้า จะพบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ
อย่างที่ทราบกันนะครับ ตอนนี้ลูกทีมของ จาน ปิเอโร่ กัสเปรินี่ กลายเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีสำหรับการชิงชัยถ้วยสโมสรใบใหญ่สุดของยุโรป หลังจากทั้ง ยูเวนตุส และ นาโปลี ชิงตกรอบไปเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งที่นี่คือทีมที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงไม้ประดับของรายการเท่านั้น
ทีมที่แพ้รวด 3 นัดแรก จนหลายคนปรามาสว่าคงต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่ไก่โห่
แต่ขุนพล "ลา เดอา" ตอบโต้ทุกเสียงวิจารณ์ด้วยผลงานบนสนามกับการหักปากกาเซียนผ่านรอบแรกมาได้แบบเซอร์ไพรส์ แถมยังมาไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายซะด้วย
 
 
อย่างไรก็ตาม ด่านต่อไปของพวกเขาถือว่าหนักหนาสาหัสทีเดียว เพราะต้องเจอกับ "เปแอสเช" ทีมที่มองเหลี่ยมไหนก็เหนือกว่าพวกเขาแทบทุกด้าน ทั้งเรื่องของชื่อชั้น, เกียรติประวัติ หรือประสบการณ์บนเวทียุโรป
โดยเฉพาะเรื่องของตัวเลขทางด้านการเงินที่เห็นถึงความแตกต่างแบบชัดเจนระหว่างทั้งสองทีม
มูลค่าทีมของ ปารีสฯ ตอนนี้อยู่ที่ 786 ล้านยูโร ส่วน อตาลันต้า อยู่ที่ 266 ล้านยูโร หรือน้อยกว่าเกือบ 3 เท่าทีเดียว
ค่าเหนื่อยนักเตะทั้งทีม ปรากฎว่า ปารีสฯ ต้องจ่ายถึงปีละ 340 ล้านยูโร ขณะที่ อตาลันต้า เพียงปีละ 36 ล้านยูโร
คนที่ได้มากสุดของ ปารีสฯ คือ เนย์มาร์ ที่ปีละ 30 ล้านยูโร หรือเกือบจะเท่าทั้งทีมของ อตาลันต้า ก็ว่าได้ โดยคนที่ได้มากสุดของทีมแบร์กาโม่คือ อเลฮานโดร โกเมซ ที่รับแค่ปีละ 1.2 ล้านยูโรเท่านั้น
ดูถึงตัวเลขตรงนี้มันเหมือนเป็นการเผชิญหน้าที่เป็นไปไม่ได้เลย
เหมือนมดตัวน้อยที่ต้องต่อสู้กับยักษ์ใหญ่
แต่บนสนามก็อีกเรื่องหนึ่ง
 
 
ดังที่เห็นกันแล้วว่าฤดูกาลนี้ อตาลันต้า ทำผลงานในเซเรีย อา ได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาเป็นรองเพียง ยูเวนตุส กับ อินเตอร์ มิลาน เท่านั้น ขนาดว่าทีมใหญ่อย่าง ลาซิโอ, โรม่า, เอซี มิลาน หรือ นาโปลี ยังต้องยอม
ต้องชม กัสเปรินี่ ที่สร้างทีมชุดนี้มาได้ไกลมาก
พวกเขาเป็นทีมเล่นเป็นระบบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ ทุกคนช่วยกันวิ่งช่วยกันเล่น ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
อาจมี อเลฮานโดร โกเมซ หรือ ดูวาน ซาปาต้า ที่โดดเด่นกว่าคนอื่น แต่หลายต่อหลายนัดที่่ยามสองคนนี้ไม่ได้ลงสนาม คนที่ลงไปแทนก็แทบไม่ได้ทำให้ทีมด้อยลงไปเท่าไหร่
ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรจะเสียด้วย การมาถึงตรงนี้ได้ถือว่าเกินความคาดหมายแล้ว ถัดจากนี้คือผลพลอยได้ที่จะตามมา
ยิ่งเกมเตะนัดเดียวแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้
คืนนี้มาลุ้นกันครับว่าขุนพลเทพธิดาจะสามารถเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ได้หรือไม่!
Facebook Comment