breadcrumb symbol หน้าหลัก

ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว



ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว


"ต้องซ่อมกันอีกเยอะ"

อัพเดตเมื่อ : February 10, 2021 9:23pm โดย : Dr-piew

 
หลังใช้เวลา 120 นาทีเชือดเวสต์แฮม ยูไนเต็ดลงได้สำเร็จ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกมาแสดงความพอใจจากการให้สัมภาษณ์ก็จริง
แต่ลึกลงไปกว่านั้น กุนซือนอร์วีเจี้ยนน่าจะมองเห็นปัญหาที่ต้องหาทางสะสางมากมายหลายจุด เพราะมันไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อให้สูญพลังเลย
ไลน์อัพที่จัดวางมาเป็นแบบผสมตามคาด ไม่ได้ใส่แบบเต็มเหนี่ยวส่งแกนหลักลงเต็มพิกัด อย่างน้อยการกล้าพัก บรูโน่ แฟร์นันด์ส บ้างถือเป็นเรื่องดี ยังมีศึกใหญ่อีกมากรออยู่
อีกทั้ง ปอล ป็อกบา ที่กำลังพีกเกิดบาดเจ็บพอดี จังหวะอย่างนี้มีมาไม่บ่อยนัก
แฟนผีหลายคนยินดีที่เห็น ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ออกสตาร์ต อย่างน้อยเพื่อพิสูจน์ว่าดีพอที่จะได้รับโอกาสมากขึ้น
เขาได้รับมอบตำแหน่งเบอร์ 10 หรือตัวรุกปั้นเกมทดแทน บรูโน่ ซึ่งรอจังหวะอยู่ที่ข้างสนาม
อย่างไรก็ตามกำลังใจที่ทุกคนต่างส่งไปให้ กลับไม่ช่วยให้ดาวเตะดัตช์โชว์ผลงานดีเหมือนตอนอยู่อาแจ็กซ์เลย
ดอนนี่ เล่นแบบมีความหวาดกลัวครอบงำ บอลมาถึงที่เท้าก็ร้อนรนรีบแปะคืนขอแค่เอาตัวรอดไปก่อน ไม่ได้สำแดงให้เห็นว่าอยากจะปั้นเกมเองหรือพุ่งไปข้างหน้า
หนำซ้ำบางจังหวะให้บอลง่ายๆยังพลาดอีกต่างหาก แทบไม่หลงเหลือริ้วรอยเดิมๆ
ดูเหมือนว่าความมั่นใจจะเป็นปมใหญ่ที่ทำให้ ดอนนี่ ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เมื่อไม่กล้าเล่นตามแบบฉบับของตัวเองมันก็ยากจะกอบกู้ฟอร์มคืนมา
สีหน้าแววตาฟ้องแบบนั้นเลยหรือช่วงนาที 73 ที่เขาเหลือบไปเห็นว่ากำลังมีการเปลี่ยนตัว เหมือนรู้เลยว่าโดนถอดออกแน่นอน ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง
Manchester Evening News สื่อท้องถิ่นให้คะแนนความสามารถของ ดอนนี่ แค่ 3 เต็ม 10 เท่านั้น เรียกว่าต่ำอย่างน่าใจหาย บ่งบอกเลยว่าผลงานย่ำแย่ขนาดไหน
ซ้ำร้ายไปกว่านั้นการต้องเล่นตัวรุกแล้วประสานร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยิ่งดูกดให้สถานการณ์ทรุดกว่าเดิม
ต้องยอมรับว่าคู่หูคู่นี้แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มาร์กซิยาล ยังดูดีขึ้นมาบ้างในแง่ของความขยัน ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่จังหวะปิดสกอร์ยังทื่อเป็นเอกลักษณ์
แรชชี่ ดูน่าห่วงกว่า สไตล์การเล่นแบบลุยเดี่ยวทะลุทะลวงอยากจะเลี้ยงผ่านทีละ 4-5 คนยังแก้ไม่หาย รู้ทั้งรู้ว่าโอกาสที่จะหลุดไปยิงประตูนั้นโคตรยาก แต่ก็มุทะลุต่อไป
คล้ายว่าเล่นเพื่อตัวเองมากกว่าแคร์สโมสร หากเป็นดาวรุ่งเพิ่งก้าวสู่ชุดใหญ่จะไม่ตำหนิเลย แต่นี่คือเกม 250 ในทุกรายการที่รับใช้แมนฯยูไนเต็ด ทำสถิติอายุน้อยสุดลำดับ 4
แรชฟอร์ด ได้รับการคาดหมายว่าจะกลายเป็นนักเตะเวิล์ดคลาส ทว่าพัฒนาการเหมือนย่ำอยู่กับที่หรือบางทีก็ถอยหลังลงคลอง
เขาขึ้นชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2015 จากวันโน้นถึงวันนี้รวม 6 ฤดูกาล มันควรจะต่อยอดจากคำว่า "วันเดอร์คิด" กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ถูกยอมรับในฐานะซูเปอร์สตาร์
เห็นผลงานแล้วหลายคนโอดครวญว่า สถานะดาวรุ่งยังเกาะหนึบเช่นเดียว มีแววว่าจะเป็นดาวรุ่งตลอดการ เปรียบไปแล้วก็คือเด็กไม่รู้จักโต
เกมนี้แมนฯยูไนเต็ดสร้างโอกาสได้ไม่ใช่น้อย แต่ขาดความเฉียบคมจริงๆ สุดท้าย โซลชา ไม่มีทางเลือกบีบบังคับต้องให้ส่งตัวหลักลงมาลุย
พอเข็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ มาประจำการแล้ว เห็นความแตกต่างเลย เกมรุกดูมีทรงมากขึ้น แฟนบอลก็เริ่มเห็นแสงแห่งความหวัง ไม่ใช่นั่งหาวดูแต่จังหวะทิ้งขว้างโอกาส
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฟนบอลบางคนถึงบอกว่า No Bruno , No Party ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นเลย
หมายความว่าหาก โซลชา จะโรเตชั่น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใส่ชื่อดาวเตะโปรตุกีสไว้ เพราะหลายเกมแล้วไม่ได้พักเต็มๆหรอก ยังไงก็ต้องพึ่งพาลงมาแก้สถานการณ์
ปัญหาคืออะไหล่ไม่อาจทดแทนตัวหลักได้ มองโลกในแง่ร้ายถ้า บรูโน่ เจ็บยาวขึ้นมาจะทำอย่างไรกัน
ยังไม่นับผู้เล่นบางคนที่ยังก่อความผิดพลาดง่ายๆอย่างไม่ควรจะเป็น เฟร็ด อาจจะทำงานหนัก แต่ยังมีปัญหาการออกบอลเช่นเดียวกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แม้จะเล่นได้ดียังมีจุดอ่อนที่อาจโดนคู่ต่อสู้ใช้โจมตี
เกมนี้จบลงพร้อมตั๋วรอบควอเตอร์ไฟนั่ล เป็นเรื่องน่ายินดี แต่อีกมุม โซลชา มีการบ้านกองโตต้องสะสาง
โจทย์ที่ยากมากๆมี ข้อคือ 1.ทำอย่างไรเพื่อให้ ดอนนี่ กลับมาเป็นคนเดิม
และ2. ทำอย่างไรเพื่อให้ แรชฟอร์ด มีพัฒนาการและเปลี่ยนทัศนคติดีขึ้น
ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าข้อไหนหินกว่ากัน
Facebook Comment