breadcrumb symbol หน้าหลัก

ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว



ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว


"กว่าจะผ่านการพิสูจน์"

อัพเดตเมื่อ : July 01, 2021 7:50pm โดย : Dr-piew

 
นับถึงตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดครบ 2 ปีเรียบร้อยนะครับ
เป็น 2 ปีที่ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถูกคาดหวังไว้สูงลิบลิ่วตอนย้ายมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ในปี 2019
อีกทั้งค่าตัว 80 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นกองหลังแพงสุดในโลกที่แบกรับไว้ มันทำให้ความกดดันโถมทับหนักกว่าเก่าอีก
ขณะเดียวกัน แม็กไกวร์ ย้ายมาในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนแปลงของสโมสร เพิ่งมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ เป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ไม่นานเท่าไรนัก
ผลงานเองก็ยังไม่นิ่ง ไร้มาตรฐานความแน่นอน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแพ้ได้ชนะได้ทุกทีม แฟนๆจึงเชื่อว่า แม็กไกวร์ น่าจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์มาช่วยไขปัญหาให้ลุล่วง
แต่นานวันไม่เป็นอย่างั้นเลย เขาต้องเจอกับการตั้งคำถาม เต็มไปด้วยความคลางแคลงสงสัยว่าตกลงนี่คือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เก่งสมราคาหรือเปล่า
ไม่ใช่แค่ฟอร์มในสนามอย่างเดียว เรื่องของภาวะความเป็นผู้นำก็เป็นที่น่ากังขา เพราะเงียบเกินไป ไม่ค่อยสั่งการตามบทบาทของคนที่มีปลอกกัปตันรัดบนต้นแขนเท่าไร แอ็กชั่นที่ควรมีก็ไม่ค่อยได้เห็น
มันต้องปลุกเร้าให้เพื่อนๆฮึกเหิมกันบ้าง ไม่ใช่โดนบุกโดนยิง แล้วก้มหน้ามองพื้นดิน กองเชียร์หมดอารมณ์ตามไปด้วยพอดี
ปีแรกในสีเสื้อปีศาจแดงผ่านไปอย่างกระท่อนกระแท่น ก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่กับชีวิตอีกครั้งตอนไปพักผ่อนที่เกาะมีโคนอส ประเทศกรีซ
แม็กไกวร์ กลายเป็นผู้ต้องหา โดนตำรวจกรีซเล่นงานไป 3 คดี ทำร้ายเจ้าพนักงาน ขัดขืนการจับกุมและติดสินบน เรียกว่าอ่วมอรทัย กลับมายังอังกฤษแบบหมดสภาพ โดยที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น
เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ โซลชา ปลดจากัปตันทีม หาคนที่เหมาะมาแทนดีกว่า ดูแล้วคงต้องใช้เวลาจัดการเรื่องส่วนตัวและปรับสภาพจิตใจให้เข้ารูปเข้ารอยอีกพอสมควร
แต่ โซลชา ไม่ฟังเสียงใคร เชื่อในเสียงหัวใจของตัวเองมากกว่า แม็กไกวร์ เลยได้เป็นผู้นำทีมเช่นเคย
แม้ซีซั่นที่เพิ่งปิดฉากไป แมนฯยูไนเต็ดจะมือเปล่าอีกครั้ง ไม่มีโทรฟี่ติดมือมาประดับตู้โชว์ กระนั้นภาพรวมหลายอย่างดูกระเตื้องขึ้นบ้าง
แม็กไกวร์ เริ่มโชว์ให้เห็นถึงฟอร์มในสนาม เยือกเย็นสุขุม รัดกุมและแข็งแกร่งกว่าเดิม ความมั่นใจมาเยอะอย่างเห็นได้ชัด
โซลชา เองรู้ดีว่า แม็กไกวร์ มีความสำคัญมากแค่ไหน ถึงไม่ยอมจับพักเลย ให้ลงเล่นแบบนันสต๊อป ซึ่งนักเตะเองก็แฮปปี้แหล่ะ ไม่เคยเกี่ยงงอนด้วย พร้อมลงเล่นทุกวินาที
กระทั่งมาโชคร้ายเจ็บช่วงโค้งท้ายซีซั่น ลำพังในลีกไม่กระทบเท่าไรนัก เพราะจองโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไว้แล้ว แต่นัดชิงดำยูฟ่า ยูโรปาลีกไม่มีกัปตันนี่เกิดปัญหาในแผงหลังเลย
นี่คือการตอกย้ำความจริงในเรื่องฝีเท้าของเขาด้วย ตอนเล่นให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเคยได้แข้งยอดเยี่ยมของทีม 3 ซีซั่นติดต่อกัน พอย้ายมาฮัลล์ ซิตี้ก็ยังได้รางวัลนี้อีก เช่นเดียวกับตอนมาโยกมารับใช้เลสเตอร์ ซิตี้
ภาพแจ่มชัดเข้าไปอีกเมื่อ แม็กไกวร์ เปลี่ยนมาสวมยูนิฟอร์มทีมชาติอังกฤษลุยศึกยูโร
ยังจำได้ตอน แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศรายชื่อ 26 ขุนพลสุดท้าย สื่อนั้นโจมตีและตั้งคำถามอีกว่าจะเอาไปด้วยทำไม ในเมื่อมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้ลงเล่น 3 เกมในกรุ๊ปสเตท ไม่น่าจะฟื้นตัวทัน
แต่ แม็กไกวร์ เรียกความฟิตกลับมาได้ ลงทันนัดสามเจอสาธารณรัฐเช็ก ออกสตาร์ตจับคู่ จอห์น สโตนส์ ก่อนจะรักษาคลีนชีตได้และช่วยทีมเก็บ 3 แต้ม
หลังเสร็จสิ้นภารกิจรอบแรก อาการบาดเจ็บของเขาทำท่ากำเริบอีก ต้องให้พักไปก่อน ไม่ได้ซ้อมตามปกติกับเพื่อนๆ
ก่อนจะชี้ชะตาเยอรมันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เดลี่ เมลสื่อชั้นนำทำสกู๊ปคล้ายอยากจะถามไปยัง เซาธ์เกต ว่าเดิมพันใส่ชื่อ แม็กไกวร์ ซึ่งอาจไม่สมบูรณ์สุดขีดเป็นตัวจริงหรือ?
ไม่รู้ว่า เซาธ์เกต ได้ยินเสียงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆไม่ได้แคร์อะไรเลย แม็กไกวร์ ถูกเข็นลงเล่นในระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนจะตอบแทนความไว้ใจเจ้านายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับกองเชียร์อย่างที่เห็นกัน
แม้จะไม่ฟิตขีดสุด ออกอาการไม่ค่อยดีอยู่บ้าง แต่ก็ยังโดดเด่นทั้งเกมรับและเติมไปช่วยเกมรุก จนคว้าแมนออฟเดอะแมตช์อย่างที่เรารู้กัน
ช่วงที่เผชิญมรสุมเจอถล่มหนักทั้งจากสื่อและแฟนบอล แม็กไกวร์ ไม่เคยปริปากบ่น โอดครวญอะไรเลย ก้มหน้าทำงานของตัวเองไปให้ดีที่สุด
เมื่อมาถึงจุดนี้เขาจึงน่าจะภาคภูมิใจเป็นที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมาอีกเช่นกัน
Facebook Comment