breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ตอน : วัฏจักรฟุตบอล ]

อัพเดตเมื่อ : October 11, 2022 7:46pm โดย : Eaststand-united


ตอนนี้หลายคนมีคำถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล”

ออกสตาร์ทพรีเมียร์ ลีก ปีนี้ 8 นัดแรก ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 2 มี 10 คะแนน จากลุ้น 4 แชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนนี้อยู่อันดับ 10 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก

โยฮัน ครัฟฟ์ เคยบอกว่า วัฏจักรอันยอดเยี่ยมของทีมฟุตบอลทีมหนึ่งมีระยะเวลาประมาณ 4 ปี หากจะเทียบกับคำกล่าวของครัฟฟ์ วัฏจักรที่สุดยอดของลิเวอร์พูลก็น่าจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2018/2019 เมื่อเยอร์เก้น คล็อปป์ได้คว้าจิ๊กซอว์ 2 ชิ้นสุดท้ายของเขามาได้ นั่นคือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ และ ฟาบินโญ่

ฤดูกาลก่อนหน้านั้น ลิเวอร์พูลก้าวไปถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทุกอย่างเกือบลงตัว ทุกคนลงความเห็นว่าพวกเขาแพ้เพราะผู้รักษาประตูอย่าง ลอริอุส คลาริอุส ไม่เก่งพอ และอลิสซอนก็ถูกนำตัวมาจากโรม่า และความสุดยอดของลิเวอร์พูลก็เริ่มจากตรงนั้น

ฤดูกาล 2018/2019 ปีแรกที่อลิสซอนเฝ้าเสา ลิเวอร์พูลก้าวไปถึงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในพรีเมียร์ ลีก สะสมได้ 97 คะแนน ถึงแม้ว่าจะแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 1 คะแนน แต่ 97 คะแนนที่ลิเวอร์พูลได้นั่นคือรองแชมป์พรีเมียร์ ลีก ที่คะแนนเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่าลิเวอร์พูลคือทีมที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ

และฤดูกาลต่อมา 2019/2020 ลิเวอร์พูลยอดเยี่ยมกว่าเดิม ด้วยการนำเป็นจ่าฝูงในพรีเมียร์ ลีก แบบม้วนเดียวจบ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยแรก แชมป์ลีกสูงสุดสมัย 19 ไปครองได้แบบไร้คู่แข่งด้วยการสะสม 99 คะแนน ทิ้งห่างแมนฯ ซิตี้ รองแชมป์ที่เก็บไปได้ 81 คะแนน ถึง 18 แต้มเต็ม ในตอนนั้นฟุตบอลแบบ “เฮฟวี่ เมทัล” กำลังสยายปีกครองโลก

หลังอิ่มเอมกับความสำเร็จ ผลงานของลิเวอร์พูลก็ตกลงไปในฤดูกาลต่อมาซึ่งเป็นฤดูกาลที่สามของวัฏจักร นั่นคือฤดูกาล 2020/2021 พวกเขาเข้าป้ายเพียงแค่อันดับสามในลีก ตกรอบ 8 ทีมในถ้วยยุโรป และบอลถ้วยในประเทศก็ตกรอบเร็วทั้งคู่

แต่พวกเขาก็กลับมาได้ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งพวกเขายังคงมีลุ้น 4 แชมป์จนถึงช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งสุดท้ายพวกเขาได้ไป 2 แชมป์บอลถ้วยในประเทศ รองแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก และรองแชมป์พรีเมียร์ ลีก เรียกได้ว่าพวกเขาลงเล่นทุกนัดที่ทีมทีมหนึ่งจะสามารถลงเล่นได้ใน 1 ฤดูกาล ซึ่งก็นับเป็นความสำเร็จที่สุดยอดมาก ๆ

แต่พอมาปีนี้ ผลงานของพวกเขาตกลงอย่างน่าใจหาย หลายคนมองว่าเป็นเพราะทีมเสีย ซาดิโอ มาเน่ แต่มันไม่ใช่เหตุผลหลักเลย ลองดูตัวผู้เล่นของลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน

เจมส์ มิลเนอร์ 36 ปี
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 32 ปี
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 31 ปี
โชเอล มาติป 31 ปี
ติอาโก้ 31 ปี
โรเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 31 ปี
โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ 30 ปี

อายุของผู้เล่นเหล่านี้อาจไม่ตอบโจทย์ของเยอร์เก้น คล็อปป์ หากจะเล่นฟุตบอลในสไตล์ “เกเก้น เพรสซิ่ง” ที่ใช้พลังงานสูงมาก ในการบดบี้คู่แข่ง ในช่วงทีมพีค ๆ พวกเขาทำเกมบุกใส่คู่ต่อสู้ประหนึ่งเกลียวคลื่นที่ดาหน้าซัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า

แต่ด้วยอายุของผู้เล่นตัวหลักปัจจุบัน ไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขาทำแบบนั้นได้อีกแล้ว ฟาน ไดค์ ดูโรยไปอย่างเห็นได้ชัด โม ซาล่าห์ ปีนี้ฝืดสนิทตั้งแต่ต่อสัญญาฉบับใหม่ เทรนต์ อาร์โนลด์ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ฟอร์มดูเหมือนจะตกมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ ขณะที่ตัวใหม่ทั้ง หลุยส์ ดิอาซ กับ ดาร์วิน นูนเญซ ก็ดันไม่ใช่แบบซาล่าห์ หรือ มาเน่ ที่ซื้อมาแล้วเปรี้ยงเลย พวกเขายังต้องใช้เวลาเพาะบ่มอีกสักระยะ ซึ่ง “สักระยะ” ที่ว่า ก็ไม่รู้จะนานขนาดไหน มิดฟิลด์ที่เพิ่งซื้อมาอย่าง อาร์ตูร์ เมโล่ ก็เจ็บยาวไปแล้ว

ทั้งหมดทั้งมวล มันอาจจะเป็นอย่างที่ โยฮัน ครัฟฟ์ ว่าไว้ วัฏจักรของฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม มันมีระยะเวลา 4 ปีจริง ๆ ถึงตรงนี้พวกเขาอาจจะต้องมองหาตัวแทน ฟาน ไดค์ หรือ โม ซาลาห์ ไว้บ้างแล้ว ขณะที่มิดฟิลด์ตัวกลางระดับโลก พวกเขาก็ต้องการเช่นเดียวกัน ลำพังแค่ดาวรุ่งอย่าง คาวัลโญ่ เอลเลียต หรือ โจนส์ ทุกคนรู้ดีว่าไม่เพียงพอต่อการสร้างทีมใหม่อย่างแน่นอน

ช่วงเวลาแห่งการถ่ายเลือดแบบจริง ๆ จัง ๆ คงมาถึงแล้ว สาวกหงส์แดงคงต้องเตรียมบอกลานักเตะชุดแชมป์ยุโรปสมัย 6 และชุดสุดแกร่ง 99 คะแนน ที่นอกจาก ซาดิโอ มาเน่ ก็คงทยอยเดินออกมาอีกพอสมควร

แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของทีมฟุตบอลแหละครับ

---------------------
...[“ ท่านชายในสายหมอก ”]...

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

ท่านชายในสายหมอก ล่าสุด

Facebook Comment