breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ตอน: เกือบผ่าน ]

อัพเดตเมื่อ : June 01, 2021 7:48pm โดย : Eaststand-united

รูดม่านปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับฤดูกาล 2020/2021 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานอ่านได้ว่า
พรีเมียร์ ลีก - ได้รองแชมป์ แต้มน้อยกว่าแชมป์อย่างแมนฯ ซิตี้ 12 คะแนน
เอฟเอ คัพ - ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ลีก คัพ - ตกรอบรองชนะเลิศ
แชมเปี้ยนส์ ลีก - ตกรอบแบ่งกลุ่ม โดยได้อันดับ 3 หล่นไปเล่น ยูโรปา ลีก
ยูโรปา ลีก - รองแชมป์
เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ “มือเปล่า” และนับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมเป็นเวลา 2 ฤดูกาลครึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ใด ๆ ได้เลย
ในพรีเมียร์ ลีก ขยับจากอันดับ 3 มาจบอันดับ 2 ได้รองแชมป์ ในวงเล็บว่า
ลิเวอร์พูลแนวรับเจ็บเกือบทั้งหมดเป็นเวลาเกือบทั้งฤดูกาล
เชลซีมีปัญหา แฟรงค์ แลมพาร์ดโดนไล่ออกกลางทาง
สเปอร์ก็แหกโค้ง มูรินโญ่ก็โดนไล่ออกเช่นเดียวกัน
เลสเตอร์ น้ำมันหมดช่วงท้ายไปดื้อ ๆ แต่ยังได้แชมป์เอฟเอ คัพ มาเติมในตู้รางวัลของสโมสร
จะเห็นได้ว่า ในบรรดาทีมชั้นนำ เหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด จะมีปัญหาน้อยกว่าชาวบ้านเขา แม็กไกวร์จริง ๆ ก็เรียกได้ว่าเล่นได้ทั้งฤดูกาล เพิ่งมาเจ็บ 3-4 นัดก่อนจบ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรในพรีเมียร์ ลีก บรูโน่ก็แบกทีมมาทั้งซีซั่น ไม่มีเจ็บ ไม่มีแบน เก้าอี้โอเล่ โซลชา ก็มั่นคง ทีมมีความเสถียรภาพมาก ๆ แต่ก็ยังวืดหมดทุกถ้วย


 
เกมนอกบ้านแม้ว่าจะเป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใครทั้งฤดูกาล แต่เกมในบ้าน 19 นัด ชนะแค่ 9 นัด ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ โดยเป็นการแพ้คาบ้านไปถึง 6 นัด สถิติในบ้านยังแย่กว่าเวสต์แฮม ซะอีก
ถึงแม้จะมีจุดเด่นในการ “คัมแบ็ค” เพราะมีถึง 9 เกมด้วยกัน ที่ออกไปเป็นทีมเยือนแล้วโดนคู่แข่งยิงนำไปก่อน แต่สุดท้ายแซงกลับมาชนะได้ แน่นอนว่ามันแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักสู้ของนักเตะได้ดีก็จริง แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่า หากไม่โดนนำไปก่อน พวกเขาก็จะไม่มีพลังฮึดใช่หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่แสดงออกในสนามส่วนมากมันก็เป็นแบบนั้น เมื่อทีมโดนนำในครึ่งแรก พวกเขามักจะออกมาเล่นในครึ่งหลังด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม บุกกดดันคู่แข่งแบบไม่ให้หายใจ จนตีเสมอได้ และแซงนำในที่สุด คำถามก็คือ ทำไมโอเล่ โซลชา ไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นแบบนี้ได้ตั้งแต่นาทีแรกของเกม..?
การแก้เกมของโอเล่ โซลชา ในบางครั้ง (หรือหลายครั้ง) ยังคงมีการตั้งคำถามจากแฟนบอล บางครั้งทีมต้องการประตู แต่เปลี่ยนฟูลแบ็คลงไป รวมถึงการไม่กล้าได้กล้าเสีย เรียกง่าย ๆ ว่า “ใจไม่ถึง”
ดูได้จากนัดชิงฯ ยูโรปา ลีก นัดล่าสุด โอเล่ไม่กล้าเปลี่ยนตัวจริงออกทั้ง ๆ ที่ตัวจริงบางคนเล่นไม่ออกเลย เช่น มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ฟอร์มออกทะเลไปมากในช่วงหลัง ตั้งแต่กลับมาจากอาการบาดเจ็บ แต่โอเล่ไม่กล้าเปลี่ยน กว่าจะเปลี่ยนคนแรกคือนาทีที่ 100 นั่นคือช่วงต่อเวลาพิเศษไปแล้ว มันแสดงให้เห็นว่า เขาลังเลใจ ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งโค้ชระดับโลกจะไม่ออกอาการแบบนี้
การกระตุ้นลูกทีมก็สอบตก หลายครั้งที่กล้องจับไปข้างสนาม เวลาลูกทีมเล่นไม่ได้ดั่งใจ โอเล่ก็จะนั่งซึม ไม่หือ ไม่อือ ไม่ลุกโวยวาย ไม่กระตุ้นอะไรทั้งนั้น เวลากรรมการตัดสินให้ทีมเสียเปรียบ ก็ไม่ค่อยเห็นไปโวยวายกับผู้ตัดสินที่สี่ ทั้งหมดนี้คือเรื่องของจิตวิทยาล้วน ๆ ซึ่งโอเล่ไม่มีเลย
แทคติคที่ใส่ลงไปในสนาม การป้องกันลูกตั้งเตะ ไม่มีการพัฒนา เป็นจุดอ่อนอย่างไร ก็อ่อนอยู่อย่างนั้น เสียประตูง่ายมาก บทจะเสียก็เสียดื้อ ๆ ไม่ต้องมีความเข้าใจใด ๆ
เกมรุกพอมีทีมเวิร์คให้เห็นบ้าง เพราะได้ เอดินสัน คาวานี่ ที่เป็นหน้าเป้าขนานแท้มาปักหลักในเขตโทษ แต่ถ้าไม่ใช่คาวานี่ แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยาล นี่ไปคนละทางเลย นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ถึงยังเล่นไม่ได้ เพราะที่อาแจ็กซ์ระบบมันเอื้อให้สไตล์ดอนนี่อย่างเต็มที่ เน้นทีมเวิร์ค ให้แล้วไป ส่งแล้ววิ่งหาช่อง
แต่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ฝากบอลไว้ที่แรชฟอร์ดปุ๊ป แรชฟอร์ดจะไม่พยายามหาช่องแล้วส่งคิลเลอร์พาส แบบที่ฮาคิม ซิเย็ค ทำแบบนั้นที่อาแจ็กซ์ แต่แรชฟอร์ดจะเลี้ยงเพื่อพยายามเอาชนะฟูลแบ็คของฝั่งตรงข้าม วันไหนกดสูตรติดก็เลี้ยงผ่าน วันไหนออกทะเลก็จะเหมือนเกมกับบียาร์เรอัลนั่นแหละ
จริง ๆ หลายนัดในฤดูกาลนี้ รูปเกมไม่ได้แย่ เพราะหลายนัดรูปเกมดีกว่าคู่แข่ง แต่มันยังขาดอะไรไปบางอย่าง บางอย่างที่ว่าก็คือ แทคติค และ จิตวิทยา ของผู้จัดการทีมระดับโลก รวม ๆ เรียกว่า “กึ๋น” ซึ่งโอเล่ โซลชา ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า ไม่มีตรงนี้


 
และยิ่งเสียดายที่สุดคือยูโรปา ลีก ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือกว่าทีมอื่นทั้งหมด แม้แต่แชมป์อย่างบียาร์เรอัล พอมาเล่นจริง ๆ ก็ไม่มีทีเด็ดอะไร แต่เป็นพลพรรคปีศาจแดงต่างหากที่เล่นกันไม่ดีเอง และโอเล่ โซลชา ก็ปอดแหกเกินไป
สรุปว่า ฤดูกาลนี้ ให้คะแนนโอเล่ 4.9 เต็ม 10
2 คะแนนมาจากได้รองแชมป์พรีเมียร์ ลีก
2 คะแนนมาจากได้รองแชมป์ยูโรปา ลีก
0.9 คะแนนมาจาก Comeback king 9 นัด
แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ “สอบตก”
หมายเหตุ :
ฤดูกาลหน้า แมนฯ ซิตี้ เป๊ปยังอยู่ และน่าจะได้หน้าเป้าระดับโลกมา 1 คน ลิเวอร์พูล ฟาน ไดค์ กลับมาซ้อม และคล็อปป์เตรียมสร้างทีมใหม่ เชลซี ทูเคิ่ลเพิ่งโชว์กึ๋นได้แชมป์ยุโรปมาหมาด ๆ สเปอร์กำลังหาโค้ชชั้นดีคนใหม่
และแมนฯ ยูฯ ของโอเล่ โซลชา จะไปแทรกตรงไหน..? และถ้าไม่ได้นักเตะระดับโลกอย่างน้อย 2 คน ในตำแหน่งตัวรุก กับ ปราการหลังตัวกลาง บางที ซีเนอดีน ซีดาน จะพัก 1 ฤดูกาล แล้วค่อยมารับตำแหน่งแทนใครบางคนก็เป็นได้..!
แต่หากอยากลองสัมผัสความมันไม่มีตกยุค MYSBOBET คุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี่มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment