breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ] ตอน: ดัตช์ – บาร์เซโลน่า (ตอนที่1)

อัพเดตเมื่อ : June 22, 2021 1:46am โดย : Eaststand-united

พลันที่บาร์เซโลน่าประกาศคว้าตัวเมมฟิส เดอปาย อย่างเป็นทางการ นั่นจึงเป็นการบอกให้โลกได้รู้กลาย ๆ ว่า ยุคสมัยของ ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคใหม่ล่าสุดได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว คนดัตช์ กับ บาร์เซโลน่า ได้มีความเกี่ยวพันกันมาตั้งนานแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของ ดัตช์ - บาร์เซโลน่า นั้นได้ถือกำเนิดเป็นครั้งแรกเมื่อ 50 ปีก่อน เมื่อผู้จัดการทีมชาวดัตช์คนหนึ่งได้ตัดสินใจรับงานคุมทีมที่บาร์เซโลน่า
โดยนับตั้งแต่ “ท่านนายพล” ไรนุส มิเชลส์ หนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของชนชาวดัตช์ทั้งปวงเข้ามาคุมทีมบาร์เซโลน่า ทีมดังแห่งแคว้นคาตาลัน ในปี 1971 ดูเหมือนว่านับตั้งแต่นั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ คนดัตช์ จะแทบไม่เคยแยกจากกันอีกเลย
ไรนุส มิเชลส์ โยกจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เข้ามาคุมบาร์เซโลน่าในปี 1971 ซึ่งในขณะนั้น บาร์เซโลน่า ไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา มาตั้งแต่ปี 1960 หรือ 11 ปีเข้าไปแล้ว โดยปีที่ 3 ในการคุมบาร์ซ่าของมิเชลส์ เขาได้ซื้อ “จิ๊กซอว์” ตัวสุดท้ายที่จะทำให้แฟนบอลบาร์ซ่าได้ เฉลิมฉลอง และยุติการรอคอยแชมป์ลา ลีกา ที่รอกันมาอย่างยาวนานเสียที นั่นคือศิษย์เอกคู่ใจของเขา และเป็นบุคคลที่เข้าใจระบบการเล่นของเขาได้อย่างลึกซึ้งที่สุด “นักเตะเทวดา” โยฮัน ครัฟฟ์
ครัฟฟ์คือคนดัตช์คนแรกที่มิเชลส์ซื้อเข้ามาในช่วงที่เขาคุมบาร์ซ่า และแค่เพียงปีแรกเท่านั้นที่ครัฟฟ์ย้ายเข้ามา บาร์เซโลน่าก็คว้าแชมป์ลา ลีกา ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีได้สำเร็จ และปีต่อมา โยฮัน นิสเก้นส์ มิดฟิลด์ชาวดัตช์อีกคนหนึ่งก็ย้ายตามครัฟฟ์มาจากอาแจ็กซ์เช่นเดียวกัน
แต่ความสำเร็จของกลุ่มชาวดัตช์ชุดแรก มิเชลส์ - ครัฟฟ์ - นีสเก้นส์ ก็มีเพียงแค่ 2 รายการเท่านั้นคือ ลา ลีกา (1974) และ โคปา เดล เรย์ (1978) อย่างละ 1 สมัย ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไป
และเมื่อ โยฮัน ครัฟฟ์ หวนกลับบาร์เซโลน่าในฐานะผู้จัดการทีม ในปี 1988 ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านับตั้งแต่เขาย้ายมาเล่นให้บาร์เซโลน่าสมัยเป็นนักเตะและพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สำเร็จในปี 1974 นับจากนั้นจนถึงปี 1988 ที่เขากลับมาในฐานะผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ ลา ลีกา เพิ่มได้อีกแค่ 1 สมัยเท่านั้นคือในปี 1985
ครัฟฟ์เข้ามาพร้อมกับการรื้อโครงสร้างในหลาย ๆ อย่างของบาร์ซ่า ที่เห็นได้ชัดคือระบบเยาวชน และเช่นเดียวกันกับ ไรนุส มิเชลส์ ครัฟฟ์ซื้อผู้เล่นชาวดัตช์เข้ามา 1 คน ผู้ที่เคยเป็นลูกทีมของเขาสมัยที่เขาคุมอาแจ็กซ์ นั่นก็คือ โรนัลด์ คูมัน ก่อกำเนิดเป็น ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 2 ซึ่งเป็นยุคที่บาร์เซโลน่าโกยความสำเร็จอย่างอิ่มแปล้ กวาดแชมป์ ลา ลีกา 4 สมัยรวด คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติสโมสร แถมคูมันยังเป็นผู้ยิงประตูชัยในนัดชิงอีกด้วย และยังได้ถ้วยรองอย่าง คัพ วินเนอร์ส คัพ และ โคปา เดล เรย์ แถมมาอีก โดยที่ผู้คนทั้งโลกต่างเรียกทีมอันเกรียงไกรของโยฮัน ครัฟฟ์ ว่า “ดรีม ทีม” หรือ ทีมในฝัน
เมื่อหมดรอบวัฏจักรของทีมฟุตบอลตามที่ครัฟฟ์เคยกล่าวเอาไว้ ว่าทีมฟุตบอลที่สุดยอดทีมหนึ่งจะมีวัฏจักรของมันในราว ๆ 4 ปี ซึ่งแม้แต่ดรีมทีมของครัฟฟ์ก็หนีวัฏจักรนี้ไม่พ้น เพราะสองปีสุดท้ายในการคุมบาร์ซ่าของโยฮัน ครัฟฟ์ เขาทะเลาะกับนักเตะ และไม่สามารถพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์อะไรได้เลย เขาจึงแยกทางกับทีมในปี 1996 ปิดฉาก ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 2 ที่กินเวลาราว ๆ 8 ปี และเป็นยุคที่บาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลานั้น
หลังจาก ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 2 ปิดฉากลงไป ช่วงเวลานั้นที่บาร์เซโลน่าก็เกิดปรากฏการณ์สั้น ๆ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจ และน่าจดจำ เมื่อบาร์เซโลน่าเลือก บ็อบบี้ ร็อบสัน กุนซือมากประสบการณ์เข้ามาคุมทีมแทนครัฟฟ์
ร็อบสันเข้ามาพร้อมกับกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดแห่งยุค วัยเพียงแค่  20 ปี ที่บาร์เซโลน่าไปซื้อด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก มาจาก พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น จากลีกฮอลแลนด์ เพียงแต่เขาไม่ใช่คนดัตช์ แต่เขาคือชาวบราซิล นามว่า โรนัลโด้ หลุยส์ นาซาริโอ้ เดอ ลิม่า
ถึงแม้บ็อบบี้ ร็อบสัน จะพาทีมคว้าแชมป์ได้ 2 รายการในปีนั้นอย่าง โคปา เดล เรย์ และ คัพ วินเนอร์ส คัพ พร้อมกับการยิงประตูกระจุยกระจายของโรนัลโด้ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่าต่อไปได้ เนื่องเพราะตอนนั้น มีกุนซืออีกคนที่บาร์เซโลน่าหมายตาไว้ตั้งแต่ตอนที่ครัฟฟ์ออกจากทีม เพียงแต่เขายังไม่จบภารกิจกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมทีมที่เขากำลังคุมอยู่ บาร์เซโลน่าจึงไปเอาร็อบสันมาคุมทีมไปพลาง ๆ ก่อน และเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นใจ กุนซือหนุ่มผู้นั้นจึงเข้ามาคุมบาร์เซโลน่าแทนบ็อบบี้ ร็อบสัน ในปี 1997 ซึ่งกุนซื้อคนนั้น ก็คือหลุยส์ ฟาน กัล นั่นเอง
และเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล ได้กลายมาเป็นกุนซือชาวดัตช์คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของบาร์เซโลน่า จากนั้น ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 3 ก็ถือกำเนิดขึ้น และเป็นยุคที่คนดัตช์ย้ายมาค้าแข้งให้บาร์เซโลน่าในช่วงเวลาเดียวกันมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์..!
ติดตามต่อได้ในตอนที่ 2 สัปดาห์หน้า
---------------------
...[“ ท่านชายในสายหมอก ”]...
และใครกำลังหาเว็บไซด์ระดับตำนานที่ไม่หนีหายไปไหนต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment