breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ "ตอน: ชำแหละอัศวินสีส้ม" ]

อัพเดตเมื่อ : June 29, 2021 4:15pm โดย : Eaststand-united

หลังจากที่ทีมชาติฮอลแลนด์แพ้สาธารณรัฐเช็ก 0-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้จึงจะมาสรุปผลงานของทีมชาติฮอลแลนด์ในศึก ยูโร 2020 ให้ได้อ่านกัน
 


• แผน 3-5-2 ที่ไม่ได้ผลของ แฟรงค์ เดอ บัวร์
ก่อนการลงสนามยูโร 2020 ในรอบแรก แฟรงค์ เดอ บัวร์ พาทีมอุ่นเครื่องกับสก็อตแลนด์ และ จอร์เจีย โดยใช้ระบบ ปราการหลังตัวกลาง 3 คน นั่นจึงทำให้รู้ว่าเขาใช้ระบบ 3-5-2 แน่ ๆ ในการแข่งจริง ซึ่งมันก็เป็นตามคาด
เดาใจว่าการที่ทีมขาดเซ็นเตอร์อันดับ 1 อย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำให้เดอร์ บัวร์ ไม่ไว้ใจแนวรับของตัวเองมากนัก จึงทำเกมรับให้แน่นด้วยการใช้กองหลัง 3 คนไว้ก่อน พร้อมด้วยคู่วิงแบ็คอย่าง พาทริค ฟาน อาน โฮลท์ และ เดนเซล ดุมฟรีส์ และยังมีมิดฟิลด์ที่เป็นตัวรับถึง 2 คน นั่นคือ มาร์เต็น เดอ รูน กับ เฟรงกี้ เดอ ยอง ทำให้ฮอลแลนด์ชุดนี้มีผู้เล่นเกมรับถึง 7 คน ส่วนเกมรุกจะเป็นหน้าที่ของ จินี่ ไวจ์นัลดุม และคู่กองหน้าอย่าง เมมฟิส เดอปาย และ เวาท์ เว็กฮอร์ส หรือ ดอนเยลล์ มาเล่น
 
ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่แผนแม่แบบของทีมชาติฮอลแลนด์ เพราะฮอลแลนด์แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเล่นในระบบที่ผิดแผกไปจาก 4-3-3 แต่ซึ่ง 3 เกมในรอบแรกถือว่าใช้ 3-5-2 ได้ผลดีมาก เมื่อเก็บชัยชนะได้เรียบวุธ ยิงไปถึง 8 ประตู มากกว่าทุกทีมในรอบแบ่งกลุ่ม เดอ บัวร์ ให้อิสระแก่ เดนเซล ดุมฟรีส์ วิงแบ็คขวาเติมเกมรุกได้เต็มที่ และเขาก็ทำได้ดีมาก ๆ แต่อย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ในรอบแรกของพวกเขาคือ ยูเครน ออสเตรีย และ นอร์ท มาซิโดเนีย ที่ต้องบอกว่าฝีเท้ายังห่างชั้นกับฮอลแลนด์อยู่พอสมควร รอยแผลจึงยังไม่เปิดออกมา
แต่เมื่อเจอทีมที่แข็งขึ้นมาอย่างเช็ก แผนนี้กลับทำอะไรเช็กไม่ได้เลย ตอนที่ตัวผู้เล่นเท่ากันก่อนที่เดอ ลิกต์ จะโดนใบแดง ฮอลแลนด์ยังไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยด้วยซ้ำ เพราะถ้าจะว่ากันจริง ๆ แผนนี้ทำให้มีผู้เล่นในแนวรุกน้อยเกินไปจนไม่สามารถทำเกมบุกคุกคามทีมที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกันได้ นี่คือความผิดพลาดข้อที่ 1
 


• ผู้เล่นไม่มีประสบการณ์ในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่
ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ฮอลแลนด์ได้เข้าร่วมก็คือฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งก็ผ่านมา 7 ปีแล้ว และผู้เล่นในทีมชุดนี้เหลือรอดมาจากปี 2014 ก็มีเพียง 5 คนเท่านั้น คือ เดอปาย, บลินด์, จินี่ และผู้รักษาประตูอีก 2 คน ทำให้เมื่อมีจังหวะที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ผู้เล่นดาวรุ่งที่ไม่คุ้นเคยกับเวทีใหญ่ระดับนี้จึงมีข้อผิดพลาดได้ง่าย ทั้งการพลาดแบบหมูหกของมาเล่น หรือการเอามือไปปัดบอลดื้อ ๆ ของเดอ ลิกต์ ทั้ง 2 จังหวะนี้มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขา “ไม่นิ่งพอ” และมันส่งผลถึงขั้นทำให้ทีมตกรอบเลยทีเดียว


 
• ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ไม่มีความเป็นผู้นำมากพอ
เมื่อฟาน ไดค์ ไม่อยู่ จินี่ ไวจ์นัลดุม จึงต้องขึ้นมาเป็นกัปตันทีมชุดนี้ ซึ่งเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาขาดคุณสมบัติความเป็นกัปตันทีมอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดในนัดเจอกับเช็ก ในภาวะคับขันที่ลูกทีมสติกระเจิงไปหมดแล้วหลังจากเหลือผู้เล่น 10 คน เขาไม่สามารถรวมพลังลูกทีมของเขาให้กลับมามีสมาธิได้เลย กลายเป็นว่ายิ่งเล่นยิ่งลน ยิ่งลนยิ่งเละ และตัวเขาเองก็หายไปจากเกมแบบไร้ร่องรอย เรียกได้ว่าความเป็นผู้นำไม่มี ฟอร์มส่วนตัวก็แย่หนักเข้าไปอีก


 
• เมมฟิส เดอปาย ไม่ควรเป็นจุดศูนย์กลาง
ทั้ง 4 นัดในทัวร์นาเม้นต์นี้ ต้องบอกว่าไม่มีนัดไหนที่เดอปายเล่นได้ดีอย่างที่คาดหวัง ทั้ง ๆ ที่เขาคือตัวรุกความหวังอันดับหนึ่งของทีมชุดนี้ เขาคือผู้เล่นที่ดูดลูกบอลจากเพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุด แต่กลายเป็นว่าบอลไปเสียที่เขามากที่สุดเช่นกัน การฝืนเล่น การดื้อจะเลี้ยง และนาน ๆ ครั้งที่จะมีการเล่นที่เป็นประโยชน์กับทีม เขายังคงเป็นคนเดิมเหมือนสมัยที่เล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด
ฮอลแลนด์จะไปได้ไม่ไกล หากยังให้เขาเป็นศูนย์กลางเกมรุก แต่มันตลกร้ายปนน่าเศร้าตรงที่ ทั่วทั้งฮอลแลนด์ตอนนี้ ดันไม่มีแนวรุกคนไหนที่จะเก่งไปกว่าเขาอีกแล้ว


 
• แฟรงค์ เดอ บัวร์ ฝีมือไม่ถึง
ข้อสุดท้ายนี่ชัดเจนมาก การทำให้อาแจ็กซ์คว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติด มันวัดฝีมืออะไรไม่ได้มาก เพราะนั่นคืออาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมที่อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่อาหารของเอเรดิวิชี่ ลีก ที่มีลุ้นแชมป์อยู่ทุกปีอยู่แล้ว แต่การล้มเหลวกับอินเตอร์ และ คริสตัล พาเลซ ไปจนถึงเมเจอร์ ลีก ของสหรัฐฯ นั่นคือเครื่องหมายคำถามตัวโตว่าทำไม “เคเอ็นวีบี” ถึงเลือกเขา
แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่เชื่อมือว่าเขาจะนำความสำเร็จมาให้ฮอลแลนด์ ซึ่งสุดท้ายสิ่งที่แฟนบอลคิดก็คือสิ่งที่ถูก เมื่อทีมมีจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่า เหมือนแฟรงค์ เดอ บัวร์ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า เขารีบเปลี่ยน ดอนเยลล์ มาเล่น ออกทันที แต่ใส่ผู้เล่นอย่างควินซี่ พรอมเมส ที่เล่นตำแหน่งเดียวกันลงไป ทั้งที่มาเล่นเล่นได้ดีกว่าเดอปายด้วยซ้ำ
พอทีมตามหลัง ฮอลแลนด์ก็เก็บทรงไม่อยู่ เล่นไม่มีทรง เดอ บัวร์ เปลี่ยนเกมรุกแบบมวยวัดกะจะลากเช็กลงไปคลุกฝุ่น แต่เช็กทรงดีกว่า ไม่มีตื่น ไม่มีเป๋ กลายเป็นเดอ บัวร์ ที่ออกลูกมั่วชัดเจน และสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จังหวะหวาดเสียวก็ยังไม่มี
เขากระตุ้นลูกทีมไม่ได้ เรียกสตินักเตะไม่เป็น แทคติคก็มั่ว นี่มันคือสิ่งที่แฟนบอลฮอลแลนด์คาดเดาไว้อยู่แล้วว่าแฟรงค์ เดอ บัวร์ ก็จะได้ประมาณนี้แหละ เพียงแต่รอบแรกเจอทีมไม่แข็ง ก็เลยยิงได้เยอะตามที่มันควรจะเป็นอยู่แล้ว
หลังจากนี้ไม่รู้ว่า “เคเอ็นวีบี” จะเอายังไงต่อ ถ้ายังให้โอกาสแฟรงค์ เดอ บัวร์ คุมทีมต่อไป ก็ไม่ต้องลุ้นอะไรมากสำหรับแฟนบอลอัศวินสีส้ม เอาแค่ให้ผ่านรอบคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลโลกปีหน้าได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จ
อีกมุมหนึ่งก็เข้าใจเคเอ็นวีบี ว่าโค้ชเก่ง ๆ ของฮอลแลนด์ สมัยนี้มันหาได้ยากเต็มที ถ้าจะเอาโค้ชต่างชาติมา มันก็ยากอีก
กวาดตามองตัวผู้เล่นในอนาคต ก็ต้องบอกว่าแฟน ๆ ฮอลแลนด์อาจจะต้องทำใจ ดาวรุ่งฝีเท้าดีน่ะมีอยู่ แต่ยังเทียบกับยุค 90 อย่างพวก ไคลเวิร์ต เบิร์กแคมป์ โอเวอร์มาร์ส หรือ ยุค 2000 อย่าง ร็อบเบน สไนจ์เดอร์ ฟาน เพอร์ซี่ ยังไม่ได้เลย
ภาวนาอย่างเดียว คือขอให้ดาวรุ่งที่กำลังขึ้นมาตอนนี้ สามารถพัฒนาฝีเท้าได้ดีกว่าที่คิด ถึงจะพอไปสู้กับทีมใหญ่ ๆ ได้ ไม่งั้นก็คงรออีกนาน กว่าแฟนบอลจะได้อิ่มเอิบกับการเข้ารอบลึก ๆ ในฟุตบอลรายการใหญ่
ตอนนี้ไม่ต้องหวังถึงแชมป์ เอาแค่มีส่วนร่วมในทุก ๆ ทัวร์นาเม้นต์ให้ได้ก่อน..!!!!!!
---------------------
...[“ ท่านชายในสายหมอก ”]...
 
อยากได้ความสนุก ไม่มีสะดุด พร้อมเล่นได้ทันที ลองมาที่ MYSBOBET คุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี่มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment