breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ] ตอน: ดัตช์ - บาร์เซโลน่า (ตอนจบ)

อัพเดตเมื่อ : July 06, 2021 11:33pm โดย : Eaststand-united

หลังจากที่ไบรอัน ร็อบสัน อำลาทีมไปในปี 1997 ในที่สุด บาร์เซโลน่า ก็ได้โค้ชคนที่พวกเขาต้องการจริง ๆ เสียที นั่นก็คือ หลุยส์ ฟาน กัล โค้ชหนุ่มไฟแรงชาวดัตช์ ที่เสกให้อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เป็นแชมป์ยุโรปเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้น
ฟาน กัล คือกุนซือสัญชาติดัตช์คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรบาร์เซโลน่า เขาเข้ามาพร้อมกับสตาร์คนใหม่ นั่นคือ ริวัลโด้ จอมทัพบราซิลที่เข้ามาเพื่อทดแทนนักเตะบราซิลอีกคนหนึ่งที่ย้ายออกไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวสถิติโลกอย่าง โรนัลโด้
นักเตะดัตช์ที่ฟาน กัล ซื้อเข้ามาสู่ทีมในปีแรกที่เขาคุมทีมทันที เพื่อเริ่มต้นยุคสมัยที่ 3 ของนักเตะดัตช์ในบาร์เซโลน่า นั่นคือ รุด เฮสป์, วินสตัน โบกาเด้ และ มิเชล ไรซีเกอร์
เพียงแค่ฤดูกาลแรก ฟาน กัล ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ทันที นั่นคือ ลา ลีกา และ โคปา เดล เรย์ แต่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่ากลับไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
และในปีที่สองของการคุมทีม นักเตะดัตช์ก็ทยอยตบเท้าเข้ามารายงานตัวกับฟาน กัล อีกเกือบครึ่งโหล ทั้ง พาทริค ไคลเวิร์ต, ฝาแฝดพี่น้องตระกูล เดอ บัวร์, บูเดอไวจ์น เซนเด้น และ ฟิลลิป โคคู เท่ากับว่าตอนนี้บาร์เซโลน่า มีนักเตะดัตช์อยู่เกือบสิบคนในทีม และผลงานก็คือป้องกันแชมป์ลา ลีกา เอาไว้ได้ แต่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากจับสลากมาอยู่ในกรุ๊ป ออฟ เดธ ที่มีทั้งบาร์เยิน มิวนิค และ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้ายในนัดชิงปีนั้นก็เกิดปาฏิหาริย์แห่งคัมป์ นู อันลือลั่น
ปีที่สามในการคุมทีม ฤดูกาล 1999/2000 หลุยส์ ฟาน กัล ปิดฉาก ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 3 ได้ไม่สวยนัก เมื่อจบฤดูกาลมือเปล่า คว้าแชมป์อะไรไม่ได้เลย จนเขาต้องอำลาทีมเพื่อไปคุมทีมชาติฮอลแลนด์แทนแฟรงค์ ไรจ์การ์ด สรุปว่าในยุคที่ 3 แห่ง ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ความสำเร็จคือคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และ โคปา เดล เรย์ อีก 1 ครั้ง
และเมื่อฟาน กัล พาฮอลแลนด์ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก เขากลับมาคุมบาร์เซโลน่าอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันกลับแตกต่างจากครั้งแรกที่เขาคุมทีมอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะมีนักเตะดัตช์เพิ่มมา 1 คน คือ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส แต่ผลงานของบาร์เซโลน่าย่ำแย่หนัก อยู่อันดับ 12 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 3 แต้ม ฟาน กับ จึงอยู่ได้แค่ครึ่งฤดูกาลก็ต้องออก
และในปีถัดมา ยุคที่ 4 ของ ดัตช์ - บาร์เซโลน่าก็มาถึง เมื่อ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือดัตช์รายที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสรเข้ามาคุมทีม
เขายืม โจวานนี่ ฟาน บรองฮอร์ส มาจากอาร์เซน่อล และยังมีผู้เล่นดัตช์ที่หลงเหลืออยู่คือ ไรซีเกอร์, ไคลเวิร์ต, โคคู, โอเวอร์มาร์ส
ไรจ์การ์ดเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก อันดับร่วงลงไปอยู่ถึงอันดับ 12 จนกระทั่ง … เขายืมตัวมิดฟิลด์ชาวดัตช์คนหนึ่งในช่วงตลาดหน้าหนาว และนั่นก็คือจุดเปลี่ยน บาร์เซโลน่าเดินหน้ากวาดชัยชนะ 9 นัดรวด สุดท้ายตอนจบฤดูกาล บาร์เซโลน่าสปีดขึ้นมาจบถึงตำแหน่งรองแชมป์ ลา ลีกา ซึ่งจุดเปลี่ยนก็คือการเข้ามาของมิดฟิลด์ฮาร์ดแมนชาวดัตช์ เอ็ดการ์ ดาวิดส์
ในปีต่อมาเขาปล่อย 3 นักเตะดัตช์ ไคลเวิร์ต, โคคู, ไรซีเกอร์ ออกจากทีม โดยเซ็นสัญญาถาวรกับโจวานนี่ ฟาน บรองฮอร์ส และเดินหน้าคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สำเร็จ
และในที่สุด ช่วงพีคของยุคนี้ก็เดินทางมาถึง เมื่อในฤดูกาล 2005/2006 บาร์เซโลน่าภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ ไรจ์การ์ด ก็คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้ง ลา ลีกา และ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยนอกจากโรนัลดินโญ่ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด มิดฟิลด์ดัตช์อีกคนที่ไรจ์การ์ดดึงมาในปีนั้น ก็โชว์ฟอร์มได้ดีเช่นกัน นั่นก็คือ มาร์ค ฟาน บอมเมล
และหลังจากปีที่พีคที่สุดได้ผ่านไป หลังจากนั้น ไรจ์การ์ดก็เจอกับภาวะขาลงเต็ม ๆ โดย 2 ปีต่อจากนั้น บาร์เซโลน่าภายใต้การกุมบังเหียนของเขาจบลงด้วยการไม่มีถ้วยแชมป์ใด ๆ มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้เลย และบาร์เซโลน่าก็ไม่ใช่สโมสรที่รอคอยอะไรได้นาน ไรจ์การ์ดจึงต้องออกจากทีมในปี 2008 ในที่สุด ปิดฉากดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยุคที่มีความสำเร็จระดับทวีปมาให้แฟน ๆ บาร์ซ่าได้เชยชม
จากนั้นอีก 10 กว่าปี นักฟุตบอลชาวดัตช์กับบาร์เซโลน่าก็ดูจะห่างเหินกันไปพักใหญ่ โดยในช่วงปี 2008 ถึง 2019 บาร์เซโลน่ากอบโกยความสำเร็จอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่นักเตะดัตช์ก็ดูจะแผ่วความแกร่งกล้าลงไป จนบาร์เซโลน่าไม่ได้ให้ความสนใจเหมือนแต่ก่อน
จนกระทั่งการเข้ามาของเฟรงกี้ เดอ ยอง มิดฟิลด์เทคนิคชั้นเลิศ ที่ผลิตฟอร์มร้อนแรงทะลุกลางปล้องกับอาแจ็กซ์ จนบาร์ซ่าต้องคว้าตัวมาในปี 2019 ในขณะที่ฝั่งตัวกุนซือ เมื่อกิเก้ เซเตียน ล้มเหลวอย่างสุด ๆ บาร์เซโลน่าจึงหวนกลับไปทาบทามหนึ่งในตำนานของสโมสรอย่าง โรนัลด์ คูมัน ผู้เล่นคนสำคัญจาก ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคที่ 2 มาคุมทีมแทนในปี 2020
และในที่สุดนับจากนั้น ดัตช์ - บาร์เซโลน่า ยุคล่าสุด ยุคที่ 5 ก็ถือกำเนิด โดยนอกจากตัวกุนซืออย่างคูมันที่เป็นกุนซือสัญชาติดัตช์คนที่ 5 ของประวัติศาสตร์สโมสรแล้ว ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง บาร์เซโลน่าก็จะมีผู้เล่นสำคัญสัญชาติดัตช์ถึง 2 คน นั่นคือ เฟรงกี้ เดอ ยอง และ เมมฟิส เดอปาย และถ้าจินี่ ไวจ์นัลดุม ไม่เลี้ยวรถไปปารีสเสียก่อน ฤดูกาลหน้าบาร์เซโลน่าก็จะมีผู้เล่นดัตช์ถึง 3 คนเลยทีเดียว
จากสถิติที่ผ่านมา กุนซือสัญชาติดัตช์ในแต่ละยุคไม่เคยร้างราความสำเร็จ อย่างน้อยก็สอยแชมป์ ลา ลีกา ให้แฟน ๆ ได้ฉลองกันตลอด
ผ่านมา 1 ฤดูกาล คูมันเสกแชมป์ให้บาร์เซโลน่าแล้ว 1 รายการแล้วนั่นคือ โคปา เดล เรย์ อาจจะไม่ใช่รายการใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
แล้วยิ่งฤดูกาลนี้มีคนบ้านเดียวกัน ศิษย์เอกที่เคยคุมในทีมชาติถึง 2 คน มาผนึกกำลังไล่ล่าความสำเร็จด้วยกัน บวกกับถ้าเลโอ เมสซี่ ต่อสัญญากับทีมออกไป
แฟนบาร์ซ่าไม่หวังสูง ไม่ได้แล้ว..!
---------------------
...[“ ท่านชายในสายหมอก ”]...
ส่วนใครเป็นคนที่หวังสูงจากเว็บไซด์ที่อยากจะเจอการบริการดีๆ ว่องไว รวดเร็ว มั่นคงไม่เป็นสองรองใครต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment