breadcrumb symbol หน้าหลัก

บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก



บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์
by ท่านชายในสายหมอก


[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ตอน : หาขาใหญ่ให้เจอ ]

อัพเดตเมื่อ : January 10, 2022 5:40pm โดย : Eaststand-united


ไป ๆ มา ๆ หลังจากการเปลี่ยนโค้ช และ ราล์ฟ รังนิค ได้โอกาสคุมทีมมาประมาณ 5-6 นัด อาการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่
ทั้งแท็คติกแผนการเล่นที่มีการปรับเปลี่ยน ทั้งภาษากายของนักเตะที่ลงสนาม รวมถึงข่าวต่าง ๆ ที่ออกมาจากสื่อถึงเรื่องภายในแคมป์ของสโมสร ทุกอย่างล้วนไม่ใช่เรื่องที่เป็นข่าวดีเอาซะเลย
ภายในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตอนนี้ ผมมองว่าทีมกำลังขาดนักเตะที่เรียกว่า “ขาใหญ่” นักเตะประเภทนี้ไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะต้องบู๊ล้างผลาญ หรือมีเรื่องมีราวกับเขาไปทั่ว หากแต่เป็นนักเตะ “รุ่นใหญ่” ของทีม ที่เป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ และคอยประคับประคองนักเตะรุ่นน้องให้อยู่ในกรอบ ในร่องในรอย
ในยุค 90 ช่วงที่ฝูงลูกนก คลาส ออฟ 92 เพิ่งขึ้นมาโบยบินในทีมชุดใหญ่ใหม่ ๆ พวกเขามี “ขาใหญ่” หรือ “ลูกพี่” ที่สามารถเอาเป็นแบบอย่างได้เลย เช่น เอริค คันโตน่า รอย คีน เดนนิส เออร์วิ่น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แม้แต่ แกรี่ พัลลิสเตอร์ ที่อยู่กับทีมมานานปี การันตีเรื่องฝีเท้าและความสำเร็จเรียบร้อย และขาใหญ่พวกนี้ทัศนคติในการเล่นฟุตบอลยังดีเยี่ยมอีกต่างหาก พร้อมมีเฟอร์กี้คอยกำกับอยู่อีกชั้น ทำให้เด็กรุ่นนั้นที่ขึ้นมา สามารถอยู่ในธรรมนองคลองธรรมที่ดี เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพที่ดีเยี่ยม
และเมื่อกาลเวลาผ่านไป เมื่อคลาส ออฟ 92 ต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นขาใหญ่ในทีมบ้าง เด็กรุ่นหลังที่เข้ามาในทีม ทั้ง ริโอ รูนี่ย์ โรนัลโด้ นานี่ พาร์ค คาร์ริค และใครต่อใคร ก็จะมีขาใหญ่ที่เป็นแกนหลักอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ไรอัน กิ๊กซ์ พอล สโคลส์ หรือแม้แต่ โอเล่ โซลชา คอยเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้อง ๆ ได้เจริญรอยตาม


 
ตัดกลับมาที่ทีมชุดปัจจุบัน เหมือนเราจะเห็นกันได้ชัดเลยว่า ทีมชุดนี้ “ไม่ค่อยมีใครฟังใคร” ไม่มีขาใหญ่ที่เป็นนักเตะแกนหลักคอยควบคุมน้อง ๆ ทำไมผมถึงคิดแบบนี้..?
ดูจากพฤติกรรมนอกสนาม และทัศนคติของบรรดานักเตะดัง ๆ ก็พอจะเห็นภาพ ถ้าจะให้ชัดก็คือบรรดาผู้เล่นจากศูนย์เยาวชนที่เติบโตมากับสโมสร ครั้งหนึ่งมาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจสซี่ ลินการ์ด เคยโพสต์ลงในอิสตราแกรมเป็นตัวเลข 0.012% หมายความว่า นักฟุตบอลอังกฤษที่มีอยู่เป็นล้านคน แต่นักฟุตบอลเหล่านั้นจะได้มีโอกาสได้สัมผัสการเล่นฟุตบอลในพรีเมียร์ ลีก แค่ 0.012% เท่านั้น เหมือนเป็นการบอกว่า พวกเขาเจ๋งขนาดไหนที่สามารถเป็นหนึ่งในกลุ่มคนจำนวนน้อยนิดนั้นได้ นี่จึงเป็นความโอหังและอหังการแบบเต็มตีนเตี่ย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ผลิตฟอร์มที่เรียกได้ว่าระดับโลกสมราคาค่าจ้างออกมาเลย
ผมเชื่อว่าถ้าแรชฟอร์ดมีต้นแบบ หรือ Role Model ที่ดีแบบเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน ใช้ชีวิตให้ดู แรชฟอร์ดคงพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน และเมื่อขนาดนักเตะเยาวชนที่ผูกพันกับสโมสรมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกยังเตลิดเปิดเปิงขนาดนี้ นักเตะต่างชาติก็ไม่ต้องพูดถึง บอกตรง ๆ ว่านักเตะในทีมชุดนี้ได้รับการ “โอ๋” มาตลอดในยุคของโซลชา จนทำให้พวกเขาได้ใจ
ที่ชี้ให้เห็นภาพมาทั้งหมด มันคือความยากของ ราล์ฟ รังนิค ลำพังตัวเขาเองก็ไม่เคยคุมทีมใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์ระดับบัลลงดอร์ 5 สมัยเป็นลูกทีม อย่าว่าแต่บัลลงดอร์เลย ก่อนหน้านี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเคยคุมนักเตะที่ค่าเหนื่อยระดับแสนปอนด์ขึ้นไปหรือเปล่า เขาไม่เคยโดนสื่อจับจ้องขนาดนี้ คุมมาไม่ถึง 10 นัด สื่อขุดเอาข่าวด้านลบของสโมสรมาเขียนกันจนมือหงิก เรียกได้ว่ารังนิคเจอรับน้องตั้งแต่หัววัน


 
เอาจริง ๆ ผมเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรมากกับรังนิค เพราะรู้ว่าเขามาคุมทีมแค่ชั่วคราว 6 เดือนเท่านั้น หลังจากมิถุนายน เขาก็ขึ้นไปนั่งเก้าอี้ข้างบนอัฒจันทร์แล้ว โค้ชถาวรคนใหม่มาก็ต้องยกเครื่องกันใหม่อยู่ดี ทั้งแท็คติก ทั้งนักเตะ ไม่ว่าจะ โปเช็ตติโน่ หรือ เทน ฮาก พวกเขาก็มีแนวทางของตัวเองทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่อยากให้เขาทำคือ เขาต้องหานักเตะ “ขาใหญ่” ที่รวมใจทุกคนในทีม ที่พูดแล้วทุกคนในทีมจะฟัง อยู่กับทีมมานาน มีความสำเร็จการันตี มีฝีมือใกล้เคียงระดับโลก ผมนึกออกอยู่คนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ แฮรี่ แม็กไกวร์ แน่นอน และไม่ใช่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วย เพราะคนในทีมที่เชื่อฟังโรนัลโด้ดูเหมือนจะมีแค่พวกโปรตุกีสเท่านั้น
หาคนนั้นให้เจอและมอบบทบาทผู้นำให้เขา เก็บเกี่ยวข้อมูลให้เยอะที่สุด เพื่อเอาไปบอกโค้ชถาวรที่กำลังจะมาช่วงปิดฤดูกาลนี้ ว่าใครเป็นอย่างไร ใครควรขาย ใครควรเก็บ ใครที่ทัศนคติย่ำแย่ ใครที่พร้อมทำเพื่อทีม
ตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้แมนฯ ยูไนเต็ด คิดว่าไม่ซื้อแน่นอน เพราะบอร์ดน่าจะเก็บเงินไปให้ผู้จัดการทีมถาวรซื้อตัวที่ต้องการน่าจะดีกว่า
เป้าหมายตอนนี้คือติดอันดับ 4 ให้ได้ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะเป็นแรงจูงใจให้โค้ชเก่ง ๆ นักเตะเจ๋ง ๆ อยากจะมาร่วมงานด้วย ลำพังแค่ชื่อ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” พักหลังก็ดูเหมือนจะขายไม่ค่อยออก เพราะนักเตะระดับโลก ใคร ๆ ก็อยากจะประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น
ลองคิดง่าย ๆ เจดอน ซานโช่ ถ้าค่าเหนื่อยไม่ถึงระดับ 2-3 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ เขาจะย้ายมาหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ ซานโช่ก็ยังไม่ได้ “เวิลด์คลาส” ขนาดนั้นด้วยซ้ำ
ดูทรงแล้ว ก็ต้องทน ๆ ดูทีมเล่นไปแบบกระท่อนกระแท่นแบบนี้แหละ คำว่า “ชั่วคราว” ก็คือ “ชั่วคราว” จะเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ ๆ คงต้องรอคน “ถาวร” มาทำนั่นแหละ เพียงแต่สิ่งที่ทำได้คือ หานักเตะที่เป็นแกนของทีม และรวมใจทุกคนในทีมให้ได้ก่อน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
---------------------
...[“ ท่านชายในสายหมอก ”]...
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

ท่านชายในสายหมอก ล่าสุด

Facebook Comment