breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


บทบาทที่หายาก

อัพเดตเมื่อ : April 26, 2022 6:40am โดย : kk


ภาพจำของ ดิว็อค โอริกี้ ของหลายๆคนแน่นอนว่าเขารับบทบาทหน้าที่เป็นซูเปอร์ซับให้กับ ลิเวอร์พูล มาโดยตลอด
เบื้องหลังความสำเร็จของทัพ "หงส์แดง" ส่วนหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองเล็กๆแต่สำคัญนั้นประตูของ โอริกี้ มีส่วนขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้าแบบน่าเหลือเชื่อ
โดยเฉพาะประตูแห่งความทรงจำของ 'เดอะ ค็อป' หลายๆคน
รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล แพ้ให้ บาร์เซโลน่า ไปก่อน 3-0
แต่พอกลับมาที่ แอนฟิลด์ ทุกอย่างกลับตาลปัตรหมดเลยเพราะ "หงส์แดง" ชนะได้ด้วยสกอร์ 4-0
คนที่ยิงประตูแรกของเกมก็คือ โอริกี้ นั่นหมายถึงประตูแห่งความหวังส่วนคนที่ยิงประตูชัยหรือประตูที่ 4 ก็ได้แก่ โอริกี้ ในนาที 79
โอริกิอุส เริ่มมาแล้วครับ จากชื่อธรรมดาๆแฟนๆเริ่มใส่ความเป็นกรีกโบราณให้เปรียบเสมือนเทพเข้าไป
กระทั่งรอบชิงชนะเลิศ โอริกี้ ก็สร้างตำนานสถาปนาตนเองเป็นมหาเทพได้สำเร็จด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองยิงประตูตอกย้ำใส่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่งลิเวอร์พูลเอาชนะ 2-0 คว้าแชมป์ยุโรปไปครองได้
เอาเข้าจริงๆ โอริกี้ เองก็ไม่ได้ต้องการจะอยู่ลิเวอร์พูลมายืดยาวขนาดนี้หรอกครับในความคิดของผม
เพียงแต่ว่าสถานการณ์ต่างๆมันทำให้เขาไม่ได้ย้ายสักที ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่มันทำให้เวลาบนผืนสนามหญ้าของเจ้าตัวน้อยลงทุกที
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา (2020-21) ชื่อของ โอริกี้ แทบไม่ได้โผล่บนหน้าสื่อเลยด้วยซ้ำ
เขายิงไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียวใน พรีเมียร์ลีก กับสถิติได้ลงสนามเป็นตัวจริง 2 นัดกับเปลี่ยนเป็นตัวสำรองอีก 7 นัด
โอริกี้ ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลยแม้แต่น้อยครับ สถานการณ์ของหัวหอกทีมชาติเบลเยี่ยมกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ในเมื่อหาสโมสรใหม่ไม่ได้ก็ต้องนั่งอยู่กับสโมสรปัจจุบันไปจนหมดสัญญา
เช่นเดียวกับฤดูกาลนี้ที่ โอริกี้ แทบไม่ได้รับโอกาสอะไรเลยเขาไม่ได้รับเลือกเป็นตัวจริงแม้แต่นัดเดียวแถมได้รับโอกาสลงสนามเป็นไปเป็นตัวสำรองแค่ 6 นัด
ทว่า 2 จาก 6 นัดนั้น โอริกี้ ทำประตูล้ำค่าให้กับสโมสรได้แบบน่าเหลือเชื่ออีกแล้ว
เกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วหากยังจำกันได้ ลิเวอร์พูล พยายามเจาะทำประตูแล้วทำประตูอีก
กระทั่งมาสำเร็จก็จาก โอริกี้ ในนาที 90+4 เก็บ 3 คะแนนได้แบบสุดว๊าว
จนล่าสุดก็เกมกับ เอฟเวอร์ตัน นั่นล่ะ
ทัพ "หงส์แดง" นำก่อนจาก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ โอริกี้ ก็มายิงส่ง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" จมดินในที่สุด
"เราคงคิดถึงนักเตะแบบเขามากถ้าหากเขาจากเราไป" เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวถึง โอริกี้ หลังจบเกมกับ เอฟเวอร์ตัน
"เขาคือตำนานทั้งในและนอกสนาม เขาเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์สำหรับผม แน่นอนมันอาจฟังดูไร้สาระไปหน่อยเพราะผมไม่ได้ส่งเขาเป็นตัวจริงแต่เขาคือศูนย์หน้าระดับเวิลด์คลาส เขาคือคนจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม"
"เขาอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ เขามีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูในวันนี้และทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในครึ่งหลังหากไม่มี ดิว็อค มันคงไม่เกิดขึ้น"
นักเตะแบบ โอริกี้ ว่ากันตามตรงหาไม่ได้ง่ายๆหรอกครับ คนที่มีความเป็นมืออาชีพ คนที่พร้อมเสมอเมื่อทีมต้องการ
ทว่าถึงเวลาต้องไปก็ต้องไป ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้เพราะ เอซี มิลาน เองก็ต้องการตัวมหาเทพไปเคียงข้างพระเจ้าที่ ซาน ซิโร่
อยากรู้เหมือนกันครับว่าเมื่อ โอริกี้ ได้รับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอเขาจะสามารถรีดศักยภาพของตัวเองออกมาได้ถึงขนาดไหน
เพราะผมเชื่อนะว่า คล็อปป์ แกคงไม่พูดอวยหรือชมอะไรที่มันเว่อวังจนดูเกินจริงหรอกครับถ้าไม่เห็นกับตา

เค.เค. ล่าสุด

Facebook Comment