breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


เมื่อทีมชาติต้องก้าวข้าม

อัพเดตเมื่อ : July 27, 2022 5:54am โดย : kk


มีดราม่าฟุตบอลไทยในช่วงกลางปีที่ผ่านมากับการแข่งขันซีเกมส์ที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแม่ทัพก่อนออกศึก หรือความวุ่นวายในเรื่องของโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีก-ฟุตบอลถ้วยที่ชนกันจนต้องเลื่อนออกไป
สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดข้อถกเถียงมากมายว่าเรายังคงยึดติดกับค่านิยมเดิมๆกับฟุตบอลในระดับท้องถิ่นเฉกเช่นรายการซีเกมส์
แน่นอนล่ะรายการนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและทีมชาติไทยก็ถือว่าเป็นที่สุดสำหรับมหกรรมกีฬาแห่งทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตามโลกมันหมุนไปไวครับ ซีเกมส์ เริ่มถูกมองว่าคือรายการที่ 'ไม่คุ้ม' เอาเสียเลยกับการเน้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปเน้นจนต้องเลื่อนการแข่งขันต่างๆภายในประเทศ
ไหนจะมีรายการของทีมชุดใหญ่ระดับภูมิภาคเช่น เอเอฟเอฟ คัพ อีกต่างหาก (เมื่อก่อน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อตามผู้สนับสนุนเป็น เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อีเล็คทริก คัพ)
ทั้งสองรายการถูกมองว่าเป็นรายการแห่ง 'ศักดิ์ศรี' ระดับภูมิภาคที่ควรก้าวข้ามไปได้แล้ว และควรเป็นเวทีสำหรับนักเตะที่รอคอยโอกาส หรือบรรดาดาวรุ่งวัยคะนองไปเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์
หากยังจำบทสัมภาษณ์ของ 'โก๋อุ้ม' ธีราทร บุญมาทัน หลังเกมพ่ายแพ้อุสเบกิสถาน ในรอบคัดเลือกเอเชี่ยน คัพ มันตรงไปตรงมาจนหลายคนยกย่องในความกล้าที่จะพูดของแบ็กซ้ายมากประสบการณ์รายนี้
"ผมไม่ค่อยได้มองในอาเซี่ยนเลย เป้าหมายของผมส่วนตัวอยากเล่นในระดับเอเชียมากกว่า แต่ถ้าหากทีมชาติเรียกก็ต้องเล่น แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมกับการเล่นในระดับอาเซี่ยน มันก็ดูจะไม่ค่อยคุ้มสักเท่าไร" ธีราทร เผยกับทีมข่าวของ Thai PBS
"บางทีก็เล่นหนักไปทางคนมากกว่าฟุตบอล บางครั้งเราไปเหมือนไปเจ็บตัว มันไม่เหมือนระดับเอเชียที่เป็นกลาง มันควรจะผ่านจุดนี้ไปได้แล้วสำหรับอาเซี่ยน เราอยากมองข้ามอาเซี่ยนไปเอเชียให้ได้"
"ผมว่าพวกบอลอาเซี่ยนถ้าเป็นเหมือนญี่ปุ่นที่ทำเขาจะใช้คนที่ต่อยอดในอนาคตไปเล่นเพื่อที่จะก้าวข้ามระดับอาเซี่ยนเพราะถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ก็จะต่อยอดในระดับเอเชียได้"
"อย่างที่ผมอยู่ในญี่ปุ่นระดับทีม ยู-23 เขาจะเอา ยู-20 หรือ ยู-19 มาเล่น มันจะไม่ได้ดึงตัวจากทีมในลีกมา ส่วนมากจะเป็นเด็กจากเยาวชนที่อยู่ตรงโน้นตรงนี้ที่ไม่ค่อยได้เล่นชุดใหญ่มาเก็บตัวซ้อม"
"คือถ้าแพ้ก็ไม่เป็นไร เด็กพวกนี้คือการต่อยอดในอนาคต มันเป็นการที่ทำให้ลีกไม่ต้องหยุด แต่เราได้เด็ก ยู-19 ที่จะต่อยอดไปในทีม ยู-23 หรือทีมชุดใหญ่ที่จะซัพพอร์ตรุ่นพี่ในอนาคต"
"ที่ญี่ปุ่นเขาจะเรียกมาเก็บตัวเลย มาลงแท็คติกกัน มันไม่ต้องไปขอสโมสรที่ต้องเอาเด็ก ยู-23 ที่เป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมที่ลงทีมชุดใหญ่แล้วเพื่อดึงมาเล่นกับระดับบอลอาเซี่ยนหรือซีเกมส์"
"ช่วงแรกมันอาจจะรับไม่ได้ แต่เราต้องรับให้ได้ ถ้าเราจะต้องการพัฒนาจริงๆ นี่คือความคิดของผมนะ เราจำเป็นจะต้องยอมในช่วงแรกที่ไม่ได้แชมป์ ทีมคงโดนแรกกระแทกแต่เราต้องรับให้ได้เพื่อเติบโตในทางที่ถูกต้อง"
บางคนอาจจะบอกว่ามันคือการด้อยค่าการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปท้องถิ่น บางคนคงมองว่าถ้าไม่ได้ถ้วยนี้แล้วทีมชาติไทยจะไปคว้าถ้วยไหนได้บนโลกใบนี้ล่ะ ?
เราควรจะหยุดหรืออิ่มเอมกับความรู้สึกแบบนี้จริงๆอย่างนั้นเหรอ ?
ผมเข้าใจกับสิ่งที่อุ้มพูดมาทุกประโยค ในความหมายของอุ้มไม่ได้ต้องการจะด้อยค่าฟุตบอลอาเซี่ยนหรือซีเกมส์ แต่เขาต้องการเห็นทีมชาติของตัวเองพัฒนาไปมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง
การเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 10 ทีมสุดท้ายผมมองว่านี่คือความสำเร็จ การเข้ารอบลึกๆใน เอเชียน คัพ นี่ก็คือความสำเร็จ การได้ต่อสู้ฟาดฟันกับทีมระดับท็อปของเอเชียได้นี่ก็คือความสำเร็จ
ความสำเร็จของแต่ละคนมันไม่เท่ากันหรอกครับ เพียงแต่นักเตะที่เคยค้าแข้งอยู่บนแผ่นดินของชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดชาติหนึ่งในระดับเอเชียพูดแบบตรงไปตรงมาขนาดนี้ก็ควรจะมีการปรับใช้กันบ้าง
ล่าสุดไม่ใช่แค่อุ้มแล้วนะครับ
เพจ 'ช้างศึก' มีสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยหลังได้ดวลกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในฐานะขุนพลของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่
เจ พูดแบบเปิดใจกับการต้องกลับมาเล่นในการแข่งขันระดับอาเซี่ยนแบบตรงไปตรงมาไม่น้อยไปกว่าอุ้มเลย
"คิง คัพ ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับไปรึเปล่า หรือรายการมิตซูบิชิเองก็ยังไม่รับปากกับใครว่าจะเล่น"
"ผมมีการตัดสินใจกับตัวเองว่าอาจจะไม่ได้เล่น ผมว่าร่างกายผมต้องพักบ้าง เพราะร่างกายของผมไม่เคยได้พักเลย หมายถึงพักผ่อนแบบเป็นเดือนไม่เคยเลย พักเยอะสุดก็อาทิตย์เดียว"
"สุดท้ายผมก็คือนักฟุตบอล ร่างกายของผมก็กรอบลงไปเรื่อยๆ มันก็จะสะสม แฟนๆอาจจะไม่เห็นผมเล่นช่วงสิ้นปี"
"จริงๆมันก็สำคัญหมดนะแต่ผมแค่รู้สึกว่ามันต้องพยายามเอาคนอื่นขึ้นมาได้แล้ว ถ้าเราไม่สร้างขึ้นมาตอนนี้ สุดท้ายวันหนึ่งหมดยุคพวกผมไปจะมีผู้เล่นคนอื่นขึ้นมาได้ยังไง"
"แต่ถ้าเรามีผู้เล่นที่เข้ามาช่วยยกระดับ ช่วยกันพัฒนา ไม่ใช่ไม่หวังแชมป์นะต้องหวังแหละ แต่ก็หวังว่าคนอื่นเข้ามา ได้เล่น ได้พัฒนา ช่วยกันมันน่าจะดีกว่า"
"ทีมชาติมันสำคัญทุกนัดแหละ ในฐานะที่ผมเล่นอยู่เมืองนอกด้วยโปรแกรมอาจไม่เอื้ออำนวยกับเราเท่าไร ผมเองก็เจ็บเยอะ ก็อาจจะมีความล้าถ้าไปเล่นกลับมาผมเจ็บ อาจจะไม่เจ็บเลยแต่มันสะสมแล้วไม่ได้เล่นเอเชี่ยน คัพ มันจะส่งผลต่อตัวเองด้วย ทีมชาติด้วย"
"ถ้าเราเปิดใจพยายามสร้างเด็กขึ้นมา อาจไม่ต้องเด็กหมดก็ได้คละๆกันไปว่าเออใครสามารถช่วยพัฒนาด้วยกันได้มันน่าจะดีมากกว่าครับ"
ในตอนนี้ทุกคนคิดถึงการเดินหน้า จริงๆมันมีแนวคิดแบบนี้มาตั้งแต่ยุค อากิระ นิชิโนะ ด้วยซ้ำไปเพียงแต่ก็อย่างที่เราเห็นกันล่ะครับว่ายังคงมีการ 'ขอ' เกิดขึ้นอยู่ร่ำไป
สมาคมเองก็เพิ่งออกข่าวเกี่ยวกับแผนระยะยาวสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกที่กรุงปารีสแบบชัดไปตรงมาเหมือนกันโดยภายในข่าวอ้างอิงถึงคำพูดของ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เอาไว้แบบนี้ครับ
"เรามีแผนงาน และต้องการที่จะดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของทีมงานผู้ฝึกสอน และนักเตะระดับเยาวชน ให้มีความต่อเนื่องมากที่สุด ซึ่งในทุกทัวร์นาเมนต์ ของรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เราจะใช้นักเตะที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2544 (2001) ทั้งหมด และจะไม่ใช้นักเตะโควต้าอายุเกิน ในการแข่งขันฟุตบอลรายการ ซีเกมส์  และเอเชียน เกมส์ โดยขอให้เป็นนโยบาย และจุดยืนที่ชัดเจนของสมาคมฯ สำหรับการเตรียมทีมชาติไทยชุด U23"
"นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังมีแผนการเตรียมประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนในไทยลีก เพื่อหารือถึงแนวทาง ข้อมูลด้านเทคนิค และขอความร่วมมือในการปล่อยตัวนักเตะเข้าร่วมแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติในช่วงฟีฟ่า เดย์ และทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน"
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีและชัดเจนเลยทีเดียวกับการเดินหน้าต่อยอดที่สมาคมพยายามดำเนินงานมาตลอด ต่อยอดในสิ่งที่อุ้มพูดออกมา หรือทำในสิ่งที่เจพูดเอาไว้
หลังจากนี้ก็อยากจะให้ไม่มีการ 'ขอ' ต่างๆเกิดขึ้นอีกเหมือนกันครับ เพราะทุกอย่างต้องเริ่มที่ตัวเองและก้าวข้ามไประดับเอเชียบนคำด่า คำวิจารณ์ จากแฟนโซเชี่ยลที่พร้อมจะกระแทกระหว่างทางแน่ๆ
แต่มันก็เหมือนกับที่อุ้มและเจบอกล่ะครับว่าต้องสลัดสิ่งพวกนี้ทิ้งไปให้ได้ แรกๆอาจยากหน่อยแต่เพื่ออนาคตแล้วมันก็คุ้มที่จะลองทำและพัฒนา
รูปจาก : IG theerathon_3

เค.เค. ล่าสุด

Facebook Comment