breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


ไอ้ลาโง่

อัพเดตเมื่อ : January 27, 2021 7:24am โดย : kk

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองมิลานกลายเป็นร้อนระอุไปซะอย่างนั้นเมื่อ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ โรเมลู ลูกากู มีเรื่องมีราวฟาดปากกันซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ยอมและสติเตลิดทั้งคู่
เกมระหว่าง อินเตอร์ มิลาน พบ เอซี มิลาน นั้น "ปีศาจแดงดำ" นำไปก่อน 1-0 จากการยิงแบบสั่งตายของ ซลาตัน ซึ่งหลังจากนั้นรูปเกมก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆชนิดใครดูอยู่คงไม่อยากเปลี่ยนช่องหนีไปไหนเป็นแน่
ในช่วงท้ายของครึ่งแรกมันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ลือลั่นไปทั่วโลกโซเชี่ยลนั่นก็คือการปะทะฝีปากกันของอดีตสองศูนย์หน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
จังหวะดังกล่าวมันเริ่มจากตอนที่ อเลสซิโอ โรมันโญลี่ ไปทำฟาวล์ใส่ ลูกากู และดาวยิงร่างยักษ์ก็มีไปปัดมือของ โรมันโญลี่ เข้าหลังจากนั้นกล้องตัดภาพมาอีกทีก็คือ 'บิ๊กรอม' กับ 'พระเจ้า' ฟาดปากจนเอาศีรษะชนกันไปแล้ว
ตามรายงานที่ออกมามีการแกะคำพูดของซลาตันที่โจมตีใส่ลูกากูว่า 'ไอ้ลาโง่' ทำให้หอกทีมชาติเบลเยี่ยมสวนทันทีว่า 'มึงมาเจอกูนอกสนามสิ' กระทั่งประโยคที่ทำให้ 'บิ๊กรอม' หัวเดือดก็หลุดออกมาจากปากซลาตันก็คือ 'โอเค โทรหาแม่มึงสิแล้วก็ใช้เวทมนต์วูดูอะไรของมึงด้วยนะ'
คำพูดดังกล่าวเล่นเอา ลูกากู เหมือนจะห้ามตัวเองไม่อยู่เลยนะครับเขาสวนกลับไปเน้นๆเลยว่า 'ไอ้หน้าส้นตีนทั้งมึงทั้งเมียมึงเลย, อะไรวะมึงพูดถึงแม่กูด้วยเหรอ ?'
เหตุการณ์ส่อบานปลายแบบหยุดไม่อยู่เหมือนกัน แข้งทั้งสองฝ่ายต่างมาห้ามกันวุ่นวายไปหมดเพียงแต่ว่าโชคยังดีที่สุดท้ายแล้วไม่ได้เกิดอะไรขึ้นในช่วงพักครึ่งแม้ 'บิ๊กรอม' จะพยายามเดินเข้าหา ซลาตัน หลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดครึ่งแรกก็ตาม
อะไรคือวูดู ? หลายคนสงสัยแบบนั้น
หากยังจำกันได้ ลูกากู กับ วูดู เคยตกเป็นข่าวดังมาแล้วนั่นก็เพราะเขาถูกรายงานว่าปฏิเสธสัญญาของ เอฟเวอร์ตัน ด้วเหตุผลที่ว่าเชื่อในเรื่องของวูดูทำให้เขากลับไป เชลซี ก่อนจะย้ายมาลงเอยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในที่สุดนั่นแหละ
เอาง่ายๆก็คือ ซลาตัน สะกิดเล่นกับความเชื่อของ ลูกากู แถมพ่วงเล่นแม่ด้วยอีกต่างหาก
สุดท้ายก็กลายเป็นตัวของ ซลาตัน เองที่ทำผิดพลาดจนโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามในขณะเดียวกัน ลูกากู เป็นคนสังหารจุดโทษให้ อินเตอร์ ตีเสมอก่อนที่จะพลิกแซงชนะได้จากฟรีคิกสุดเฉียบของ คริสเตียน อิริคเซ่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ซลาตัน ทำอะไรแบบนี้นะครับ เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง ฝีเท้าระดับพระกาฬ และแน่นอนฝีปากไม่เป็นสองรองใครแน่นอน
ดาวยิงชาวสวีดิชไม่ใช่พวกถ่อมตัวแต่เป็นคนหยิ่งทะนงองอาจในวิถี แบกศักดิ์ศรีค้ำคอเดินสุดสาย ซะมากกว่าจะเป็นฝ่ายยอมชาวบ้านชาวช่อง
ใช่
หลายต่อหลายครั้ง ซลาตัน ทำได้อย่างที่ปากตัวเองเคยพูดผมขอยกตัวอย่างตลกๆจากบทสัมภาษณ์ของ มาร์โก แวร์รัตติ มาแล้วกันครับ
"ก่อนที่เราจะคว้าแชมป์ลีกปี 2012-13 เราต้องพบกับลียงซึ่ง คาร์โล อันเชล็อตติ เครียดมากก่อนเกมการแข่งขันดังนั้น อิบรา เข้าไปคุยกับเขาและถามว่า 'คุณเชื่อในพระเจ้าไหม' ซึ่งอันเชล็อตติก็ตอบว่าเชื่อและอิบราก็สวนกลับไปว่า 'ดี ดังคุณเชื่อในตัวผมแล้ว คุณรีแล็กซ์ได้' ซลาตันเป็นคนแบบนี้ เขาเป็นพวกมั่นใจในตัวเอง มันทำให้เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม"
และเกมดังกล่าวมันก็จบลงด้วยชัยชนะของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหนือ ลียง 1-0 พร้อมกับเริ่มต้นสู่ยุคสมัยที่ไม่มีใครเทียบได้อีกแล้วในลีกเอิงอย่างเป็นทางการ
นั่นคือการปากดีแล้วผลงานของทีมก็ดีตามไปด้วย แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยิงในเกมนั้นแต่ก็เชื่อว่ามันคงคลายเครียดในห้องแต่งตัวของทัพเปเอสเชได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ทว่าในค่ำคืนที่ผ่านมามันแตกต่างออกไป ความปากดีของเขากลับมาทำร้ายตัวเองทำฟาวล์ใส่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ในแบบไม่จำเป็นซึ่งมันส่งผลกระทบต่อ มิลาน จนถึงขั้นพ่ายแพ้ร่วงตกรอบ โคปปา อิตาเลีย ไปในที่สุด
แม้ว่าซลาตันจะอายุอานามปาเข้าไป 39 ปีแล้วแต่การกระทำครั้งนี้ผมก็เชื่อครับว่ามันคงมอบบทเรียนอะไรบางอย่างให้กับเขาได้ไม่มากก็น้อย
การบลัฟกันในเกมฟุตบอลมันมีอยู่แล้วล่ะเพียงแต่ว่ากรณีนี้มันชัดเจนหากใครควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่มันก็จะดูเท่ในอีกแบบ ทั้งๆที่ก่อนหน้าลูกากูดูจะสติหลุดมากกว่าเขาซะด้วยซ้ำ
ก่อนหน้าในเกมที่ มิลาน แพ้ อตาลันต้า ไป 3-0 ก็มีเหตุการณ์ที่ซลาตันไปพูดแซะ ดูวาน ซาปาต้า ว่า 'กูยิงประตูมากกว่าเกมที่มึงลงเล่นมาตลอดทั้งอาชีพซะอีก' เพียงแต่ว่าครั้งนั้นเขาโดน ซาปาต้า แซะเรื่องจุดโทษก่อน
สุดท้ายกลายเป็น ซาปาต้า นี่แหละที่ยิงประตูที่ 3 ให้อตาลันต้าถล่ม มิลาน ไปแบบเละเทะ
หวังว่าจะไม่มาเสียคนตอนแก่หรือเหตุการณ์ใบแดงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางการลุ้นแชมป์สคูเด็ตโต้ของ เอซี มิลาน หรอกนะครับ
ไม่อย่างนั้นคำว่า 'ไอ้ลาโง่' อาจจะย้อนกลับมาหาซลาตันก็เป็นได้
Facebook Comment