breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


คืนสนอง

อัพเดตเมื่อ : February 02, 2021 4:29am โดย : kk

เรื่องของเวลากับการปลด แฟร้งค์ แลมพาร์ด มันดูเร็วเกินไปก็จริงแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เชลซี มีการปลดผู้จัดการทีมยังหนุ่มยังแน่นแบบนี้
กระแสเปรียบเทียบระหว่าง แลมพาร์ด กับ อันเดร-บียาส โบอาส ถูกหยิบยกขึ้นมาทันทีนับตั้งแต่ 'ซูเปอร์แฟร้งค์' โดนตะเพิดออกจากตำแหน่ง
พร้อมกับข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการก่อหวอดจากนักเตะภายในทีมที่นำมาโดย อันโตนิโอ รือดิเกอร์
มันทำให้สื่อต่างเล่นประเด็นที่ว่านี่คือสิ่งที่เหมือนกับเดจาวูเพราะ แฟร้งค์ โดนกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ไม่เอา บียาส โบอาส หรือนายใหญ่ 'นั่งยอง' อย่างที่เราคุ้นเคยกัน
โบอาส เซ็นสัญญามาอยู่กับ เชลซี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2011 แต่เขากลับโดนไล่ออกตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2012 ดังนั้นในเรื่องของเวลานั้นเขาได้รับโอกาสน้อยกว่าแลมพาร์ดซะอีก
ทั้งๆที่ โบอาส นี่แหละถูกยกย่องมาตลอดว่าคือ โชเซ่ มูรินโญ่ คนต่อไปแต่ช่วงอาชีพของเขาก็ไปไม่ได้สุดเหมือนกับมูเพราะการโดนตะเพิดแต่หัววันแบบนี้
แกรี่ เนวิลล์ พูดเอาไว้ในพ็อดแคสต์ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับกรณีนี้ครับ
"ผมคิดว่าเขา (แฟร้งค์) ควรจะได้รับโอกาสมากกว่านี้หน่อย แค่ให้นักเตะต่างๆปรับตัวเข้าหากันได้แต่ก็นั่นล่ะคุณคงไม่ประหลาดใจอะไรเพราะมันเกิดขึ้นกับเชลซี"
"ผมย้อนเวลากลับไปเมื่อราวๆ 8-9 ปีก่อนตอนที่ โบอาส เลือกทีมในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกและเขาเลือกดร็อปนักเตะอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด, มิคาเอล เอสเซียง รวมถึงนักเตะบิ๊กเนมคนอื่นๆในทีมตอนนั้น"
"และนักเตะเชลซีหลายคนก็รีบให้ข่าวแก่สื่อพร้อมกับพยายามทำให้ โบอาส โดนไล่ออกซึ่งแฟร้งค์ก็เป็นหนึ่งในนั้น"
"นี่คือสโมสรที่โหดร้ายต่อผู้จัดการทีมเอามากๆ มันเกิดขึ้นมาปีแล้วปีเล่าและล่าสุดคนที่โดนกระทำก็คือแฟร้งค์เอง ดังนั้นเขาควรจะเป็นคนที่ประหลาดใจน้อยที่สุด เพราะเขาอยู่ตอนที่สโมสรปลด โบอาส, สโคลารี่ และคนอื่นๆที่เข้ามาแล้วจากไป"
"บางครั้งผมก็รู้สึกเสียใจกับผู้จัดการทีมในตอนนี้นะแต่แฟร้งค์ก็ได้รับประสบการณ์อันล้ำค่า"
"เขามีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกับดาร์บี้ เขามีประสบการณ์พิเศษกับเชลซี และกับตำแหน่งของเขาในตอนนี้ถือว่าก้าวไปไกลมากที่สุดคนหนึ่งของผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ ซึ่งมันเป็นเรื่องในแง่บวกมากกว่า"
ไม่รู้ว่าประโยคสุดท้าย แกรี่ แอบแซวตัวเองด้วยรึเปล่านะครับ
แต่ก็จริงอย่างที่อดีตฟูลแบ็กของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านั่นล่ะกับสถานการณ์ของผู้จัดการทีมที่ เชลซี มันโหดร้ายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วกับเรื่องของ 'เวลา' ที่ไม่สามารถรอได้
อย่างน้อยๆ แลมพาร์ด ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในช่วงอาชีพผู้จัดการทีมไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยกับผลงานที่ออกมา
ไม่เชื่อลองนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆทั้ง สตีฟ แม็คคลาเรน, สตีฟ บรูซ หรือ นีล วอร์น็อค ดูสิครับ
หวังว่า แลมพาร์ด จะนำประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดกับทีมอื่นในอนาคต รวมถึงในเรื่องของเวลาถ้าหากว่าเขาได้รับจากที่อื่นนานกว่านี้ก็อาจจะมีอะไรเด็ดๆให้ได้เห็นกัน
Facebook Comment