breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


ใช้เวลาแต่กลับมาได้

อัพเดตเมื่อ : March 09, 2021 6:41am โดย : kk

สารภาพด้วยความจริงเลยว่าตัวผมนั้นชื่นชอบ แกเร็ธ เบล และก็คอยติดตามผลงานแบบห่างๆอย่างห่วงๆเพราะปีกพ่อมดรายนี้ไม่ได้ย้ายมายังสโมสรที่ตัวเองเชียร์ซักที
ทว่าตัวความเร็ว ลีลาลากเลื้อยอันน่าสยดสยอง การกำราบไมค่อนแบบเสียผู้เสียคน ฉีกกระชากสลัด มาร์ค บาร์ตร้า แบบตีรถเปล่าหรือลูกจักรยานอากาศนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกยังติดตาตรึงใจมาตลอด
กระทั่งช่วงชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป
การเข้ามาของ ซีเนอดีน ซีดาน ที่เรอัล มาดริดรอบที่สองนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวพลิกชีวิตของ เบล แบบสุดโต่งเลยก็ว่าได้
จากคนที่ถูกยกว่าจะก้าวขึ้นมาทดแทนการขาดหายไปของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่แล้วก็ได้แต่มานั่งตบยุง ดูเพื่อนเล่นอยู่ข้างสนามเท่านั้น
จริงอยู่ที่ เบล มีอาการบาดเจ็บรบกวนแต่เมื่อเขาพร้อมแล้วกลับไม่ได้โอกาส หรือพอมีโอกาสก็กลายเป็นว่าทำอะไรขัดหูขวางสายตาซีดานไปซะหมด
พอจะนึกภาพออกไหมล่ะครับ คนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้านาย อีกคนเป็นแค่คนที่ต้องทำตามคำสั่ง ในเมื่อมุมมองออกมาแตกต่างกันทีนี้ก็เป็นเรื่องของความมั่นใจ
ส่วนหนึ่งที่ เบล เลือกกลับมา ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็อาจจะเพราะแบบนั้น
สเปอร์ส คืออำเภอ คือสถานที่ที่เบลจดทะเบียนแจ้งเกิดบนโลกลูกหนังได้อย่างเต็มตัว
เขาต้องการพลังใจในการกลับมาอีกครั้ง
อีกทั้งโค้ชที่รั้งบังเหียนอยู่ก็ไม่ใช่ไก่กาอาลาเร่แต่คือ มูรินโญ่ ที่รับมือกับซุป'ตาร์มาแล้วมากมาย
ปั้นให้โด่งดัง เฉิดฉายเจิดจรัสก็มีเพียบ ทำให้ดับลง ไร้เยื่อใยก็ใช่ย่อย แต่กับทางปีกพ่อมดแห่งเวลส์คนนี้มันคืออย่างแรกครับ
6 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์คือตัวสถิติที่ เบล ทำได้ตลอดการลงสนาม 6 นัดหลังสุดกับ "ไก่เดือยทอง"
มันน่าจะหมายถึงอะไร ? มันอาจจะเป็นการประกาศให้ได้รู้ว่าพญาวานรกลับมาแล้ว
หากยังไม่ลืมกันก่อนหน้าเหมือนว่าทาง เบล กับ มูรินโญ่ จะมีปัญหากันผ่านสื่อนิดหน่อยด้วยซ้ำตอนที่ สเปอร์ส ฟอร์มตกหล่นฮวบจนหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไปนั่นล่ะครับ
ปัจจุบันทิศทางการให้สัมภาษณ์มันเปลี่ยนไปแล้วและล่าสุด มู ก็ให้สัมภาษณ์ถึงการกลับมาโลดแล่นบนสังเวียนแข้งได้โดดเด่นอีกครั้งของดาวเตะหมายเลข 9 ว่า
"มันไม่ใช่ว่าเราไปท้าทายอะไรเขาเลยนะ เราแค่สนับสนุนเท่านั้น"
"ผมพบรอบแผลเป็นทางจิตใจของเขา เมื่อคุณมีอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอด 2 ฤดูกาลมันไม่ได้มีแค่บาดแผลทางกล้ามเนื้อหรอก แต่มันยังคงมีบาดแผลทางด้านจิตใจด้วยซึ่งมันทำให้เกิดความกลัวต่างๆขึ้น"
"มันต้องมีช่วงเวลาที่คุณทำงานได้ดีและมีคนอื่นๆคอยสนับสนุนคุณให้ถึงขีดสุด ช่วงเวลานั้นแหละคือช่วงเวลาที่ เบล ปลดแอกตัวเองออกมาได้อีกครั้ง"
"เขาทำได้ มันคือเขาที่ทำไม่ใช่เรา"
แน่นอนว่านี่คือการให้สัมภาษณ์ชนิดที่น่าจะมัดใจ เบล เอาไว้ได้แบบอยู่หมัด และมันก็เป็นการใช้สาริกาลิ้นทองอีกครั้งของ มูรินโญ่
เราอาจจะได้เห็นแง่มุมที่นายใหญ่ชาวโปรตุกีซด่ากราดลูกทีมออกสื่อก็จริงแต่มันก็มีตัวอย่างให้เห็นมากเยอะแล้วว่านักเตะเหล่านั้นกลับมีความมุ่งมั่นและพร้อมเล่นเต็มสูบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ถ้าหาก เบล สามารถลบล้างภาพครั้งอดีตตอนช่วงปลายกับ เรอัล มาดริด ได้จริงตามที่มูรินโญ่กล่าวอ้างมาได้แล้วก็น่าสนใจครับว่าช่วงโค้งสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกแบบนี้
เบล, เคน, ซน จะผนึกกำลังได้ดีขนาดไหนอีกทั้งจอมทัพอย่าง เดเล่ อัลลี ก็เป็นอีกรายที่กลับมาสู่วงโคจรอีกครั้งจะบัญชาเกมยังไงต่อ
อย่างน้อยๆก็อาจจะมีลุ้นอีกหนึ่งเฮือกใหญ่ในการตีตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้าล่ะครับ
Facebook Comment