breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


ควรหาแพะจริงๆเหรอ

อัพเดตเมื่อ : July 13, 2021 3:51am โดย : kk


ยังคงเป็นเรื่องถกเรื่องเถียงกันไม่จบสิ้นแบบเอียนกันไปข้างเลยกับการดวลจุดโทษที่ อังกฤษ เป็นอันต้องกินแห้วอีกแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ว่ารายการแข่งใดๆของ "สิงโตคำราม" มักจะมีคนตกเป็นแพะรับบาปอยู่เสมอ
ยกตัวอย่างง่ายๆก็ปี 1998 ที่ เดวิด เบ็คแฮม โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการเสียเหลี่ยม ดีเอโก้ ซิมิโอเน่ ซึ่งช่วงชีวิตของหนุ่มเบ็คส์ในตอนนั้นแทบอยู่ไม่เป็นสุขเลย
มันเกิดจากความคิดมโนที่ว่าหาก เบ็คแฮม ไม่ถูกไล่ออกทางอังกฤษอาจจะสามารถเอาชนะอาร์เจนติน่าก็เป็นได้
เท่านั้นเลยแฟนๆของ 'ทรี ไลออนส์' มีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าถ้า 11 ต่อ 11 พวกเขาไม่แพ้แน่
ทว่าในความจริงอังกฤษต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาจากการดวลจุดโทษโดยมี เดวิด เบ็ตตี้ เป็นคนยิงไม่เข้ากับ พอล อินซ์
ถัดมาในฟุตบอลโลก 2002 เดวิด ซีแมน เองก็กลายเป็นแพะเพราะว่าเขายืนตำแหน่งไม่ดีจนโดน โรนัลดินโญ่ ยิงฟรีคิกเข้ามุมแบบเด็ดขาด
2006 ในฟุตบอลโลกอีกเหมือนเดิมพวกเขาโทษ เวย์น รูนีย์ ที่ดันไปเสียเหลี่ยมให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม
สุดท้ายพวกเขาก็แพ้ โปรตุเกส ในการดวลจุดโทษโดยมีสองกระกาฬอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด, สตีเวน เจอราร์ด พลาดจุดโทษบวกกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อีกหนึ่งคน
ในหลายๆครั้งผมคิดว่าสาวกชาวอิงลิชพยายามลืมข้อผิดพลาดบางอย่างไปแต่กลับมุ่งไปที่หาแพะคนใดคนหนึ่งเพื่อสนองความโกรธของตัวเองมากกว่า
สนองด้วยการลงไปที่นักฟุตบอล
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชาติอื่นๆขนาดนี้รึเปล่ากับการกล่าวโทษต่างๆนาๆ
ซีเนอดีน ซีดาน ทะลึ่งเอาหัวโขก มาร์โก มาเตรัซซี่ ในนัดชิงฟุตบอลโลก 2006 ผมรู้สึกว่าทุกคนพยายามหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นมากกว่าไปรุมกระหน่ำโหมด่า
เอาจริงๆลุคของ ซีดาน ก็ไม่ได้แตกต่างจาก เบ็คแฮม หรือ รูนีย์ เลยรึเปล่าล่ะ ?
หรือในฟุตบอลโลก 2010 ที่ จอห์น ไฮติงก้า โดนใบแดงกระแสมันหนักเหมือนนักเตะของอังกฤษไหม ?
"สิงโตคำราม" เป็นชาติที่ดูเหมือนว่าแฟนๆของพวกเขาตั้งความหวังเอาไว้เยอะ บางทีอาจจะเยอะเกิน เกินไปมากๆ
ความหวังมันเลยกลายเป็นความแค้นที่เกิดขึ้นมั้งครับ
มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่ และ บูคาโย่ ซาก้า โดนกระหน่ำทันทีหลังจบเกมการแข่งขัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวและดุเดือดเอามากๆ โดยเฉพาะกับนักเตะผิวสีที่ตกเป็นเป้าและหาคำด่า คำเหยียดได้ง่ายกว่าทั่วไปอีกต่างหาก
หลังจากได้สติกันแล้วสื่อจึงเริ่มมุ่งประเด็นไปที่การตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต แทน
นายใหญ่บางคนเมื่อถึงการยิงจุดโทษตัดสินนัดสำคัญอาจจะมีถามว่าใครพร้อมหรือไม่พร้อมให้ขันอาสาทันที
ขณะที่ เซาธ์เกต ได้ยอมรับหลังเกมว่าเขาเป็นคนจิ้มเลือกทุกคนเองกับมือ ไล่เรียงลำดับเองจากความคิดที่ถี่ถ้วนแล้ว
แน่นอนครับแพะคนต่อมาก็คือเซาธ์เกตเต็มๆ เพราะหลังจากนั้นคำวิจารณ์ต่างๆเริ่มถาโถมเข้ามาใส่เขาแบบเลี่ยงไม่ได้
อีกทั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ยังทำแสบด้วยการให้สัมภาษณ์ว่าเคยมีนักเตะคนหนึ่งที่ปฏิเสธการยิงจุดโทษในฟุตบอลโลก 2018 ทำให้เซาธ์เกตไม่ค่อยพอใจและมาในยูโร 2020 นี้เขาก็ควรจะเป็นหนึ่งในแข้งที่ติดทีมมาด้วย
สุดท้ายหลุด
มูรินโญ่ ไม่ได้บอกหรอกครับว่าคือใครแต่เขาพูดแค่ว่าสิ่งที่ได้รับรู้ว่าสามารถยืนยันได้ 100% เต็ม
เซาธ์เกตเลยโดนหมายหัวต่อมา
อย่าลืมว่านี่คือแม่ทัพที่จัดขุนพลได้ขัดใจแฟนๆมากที่สุด แต่ได้นำสิ่งที่แฟนๆของ "สิงโตน้ำเงินคราม" แทบไม่เคยได้สัมผัสมาให้ได้ลุ้น ได้สนุกกันนะครับ
รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ถัดมาก็รอบชิงยูโร
จริงอยู่ที่มันไม่ประสบความสำเร็จแต่กุนซือคนก่อนๆมีใครทำได้แบบเขารึเปล่าล่ะ ? กุนซือที่รั้งบังเหียนในยุคทองที่มีโคตรนักเตะอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น, สตีเวน เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, อลัน เชียร์เรอร์ โน่นนั่นนี่เต็มไปหมดเคยทำได้เหมือนเซาธ์เกตไหม ?
ก็นั่นล่ะครับอย่างที่ผมบอก
แฟนๆตั้งความหวังกันมากจนเกินไป เกินจนลืมมองในความเป็นจริงว่าที่ผ่านมาอังกฤษถือว่าประสบความสำเร็จแล้วรึยัง ลืมมองไปว่านักเตะแต่ละคนในชุดนี้ยังสามารถไปต่อได้อีกขนาดไหน

เค.เค. ล่าสุด

Facebook Comment