breadcrumb symbol หน้าหลัก

คุยกับเค.เค.
by เค.เค.



คุยกับเค.เค.
by เค.เค.


จู๊ดผิดอะไร

อัพเดตเมื่อ : December 07, 2021 3:09am โดย : kk


กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวในวงการลูกหนังบุนเดสลีกากันไปเลยกับการให้สัมภาษณ์ของ จู๊ด เบลลิ่งแฮม มิดฟิลด์อนาคตไกลของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ศึก 'แดร์ คลาสิเกอร์' ระหว่าง ดอร์ทมุนด์ กับ บาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นเรื่องเดือดๆพร้อมประเด็นฉาวๆที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งกับผู้ตัดสินที่มีชื่อว่า เฟลิกซ์ ซวาเยอร์
เพราะจังหวะที่ ดอร์ทมุนด์ เสียจุดโทษให้กับ บาเยิร์น จากจังหวะแฮนด์บอลของ มัตส์ ฮุมเมลส์ นั้นค่อนข้างน่าสงสัย
ซวาเยอร์ เลือกไปดูวีเออาร์พร้อมกับวิ่งมาชี้เป็นจุดโทษซึ่งจังหวะของ ฮุมเมลส์ มองได้มากมายหลายมุม
แต่สิ่งที่ผมมองได้แบบชัดเจนก็คือมันเป็นจังหวะที่ ฮุมเมลส์ พยายามเล่นบอลและบอลก็ตกมาที่แขนของเขา 'เอง' โดยที่ไม่ได้พยายามเอามือปัดป้องหรือใช้ประโยชน์ใดๆอีกทั้งมันยังเป็นจังหวะก้มหน้าของ ฮุมเมลส์ ที่ไม่ได้มองบอลเลยด้วยซ้ำ
ใช่ ว่ากันตามกฏใหม่ก็คือบอลโดนฟาวล์แน่นอนแต่มันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินอีกทอด
หาก ฮุมเมลส์ แฮนด์บอลจริงผมก็เชื่อว่าจังหวะที่ โธมัส มูนิเยร์ เปิดบอลไปติด อัลฟองส์ เดวีส์ แล้วโดนแขน เดวีส์ เต็มๆก็ควรจะเป็นจุดโทษของดอร์ทมุนด์ด้วยเช่นกัน
"สำหรับผมมันไม่ใช่จุดโทษ" เบลลิ่งแฮม กล่าวหลังจบเกม
"ฮุมเมลส์ ไม่ได้มองบอลเขาพยายามต่อสู้เพื่อแย่งพื้นที่หลังจากนั้นบอลก็ตกมาที่แขนเขา มันตกลงมาโดนโดยที่เขาไม่ได้มองบอลด้วยซ้ำ"
"คุณสามารถดูหลายต่อหลายครั้งเพื่อตัดสินใจแต่คุณก็เลือกผู้ตัดสินที่เคยโดนคดีล็อคผลการแข่งขันมาเป่าในเกมที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี หลังจากนั้นคุณจะคาดหวังอะไรล่ะ ?"
ไม่ใช่แค่ เบลลิ่งแฮม ที่ตัดสินใจกล่าวถึงผู้ตัดสินใจเชิงอื้อฉาวนะครับ แต่ยังรวมถึง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ อีกด้วย
"ผมคิดว่าเขาเป็นผู้ตัดสินที่มีจุดด่างพร้อยใช่ไหม ?"
"เขาเป็นพวกเย่อหยิ่งและผมจะไม่พูดอะไรถึงเขาอีก"
อะไรคือรอบด่างพร้อยของ ซวาเยอร์ งั้นเหรอ ?
เขาเคยโดนตัดสินว่าผิดจริงกับการเป็นผู้ตัดสินที่พยายามล็อกผลการแข่งขันร่วมกับอดีตผู้ตัดสินที่ชื่อว่า โรเบิร์ต ฮอยเซอร์
ฮอยเซอร์ โดนแบนตลอดชีวิตเพราะว่าเขาทำหน้าที่ชี้ขาดในสนามส่วน ซวาเยอร์ โดนแบน 6 เดือนเพราะในตอนนั้นเขาทำหน้าที่เป็นไลน์แมน
ว่ากันว่าเขาได้รับส่วนแบ่ง 300 ยูโรต่อการพยายามล็อกผลการแข่งขัน 1 นัด
เหตุการณ์ดำมืดของวงการลูกหนังเยอรมันครั้งนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005 จากคำสั่งของมาเฟียโครเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่จะล็อกผลในฟุตบอลถ้วยเยอรมันเท่านั้น
คำถามก็คือทำไมผู้ตัดสินที่มีปมตรงนี้ถึงได้รับเลือกให้มาเป่าในเกมสำคัญที่สุดเกมหนึ่งของสังเวียนบุนเดสลีกา
ถ้าหากจะบอกว่าให้โอกาสผมว่าการที่ ซวาเยอร์ ได้กลับมาอยู่ในแวดวงลูกหนังอีกครั้งก็คือว่าเป็นโอกาสที่มากพอแล้วด้วยซ้ำ ไหนจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งจากเมื่อก่อนเป็นไลน์แมนมาเป็นผู้ชี้ขาดในนามสะอีก
ที่สำคัญครับ ที่สำคัญเลยมันดันเกิดโดยฝ่าย บาเยิร์น มิวนิค เป็นทีมที่ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
อย่างที่ทราบกันดีว่า บาเยิร์น คือโคตรทีมอยู่แล้วใน บุนเดสลีกา พวกเขาครองบัลลังก์มาช้านาน ถูกมองว่าเป็นเจ้าพ่อทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ยิ่งอาจทำให้ภาพลักษณ์เจ้าพ่อเปลี่ยนไปเป็นมาเฟียสะอีก
"เสือใต้" อาจไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยหรอกครับ เพียงแต่คำตัดสินของซวาเยอร์มันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์นอกสนามของพวกเขามากกว่า
เมื่อคำพูดดังกล่าวของ เบลลิ่งแฮม ถูกเผยแพร่ออกไปคดีดังที่แทบจะไม่มีใครจดจำของฟุตบอลเยอรมันถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้งและทาง เดเอฟเบ ก็ไม่รอช้าออกแถลงการณ์สอบสวนคำพูดดังกล่าวของแข้งวัย 18 ปีทันที
มันไม่ใช่การสอบสวนธรรมดาเพราะในแถลงการณ์นั้นระบุด้วยว่าอาจมีการฟ้องร้องด้วยการใช้กฏหมายกันเลยด้วย
อะไรวะนั่น
น่าแปลกใจที่ เดเอฟเบ ออกแถลงการณ์พยายามปกป้อง ซวาเยอร์ ถึงขนาดนี้ทั้งๆที่ชื่อของเขาเป็นผู้มีมลทินมาก่อน
คำแถลงของ เดเอฟเบ ทำให้บรรดาผู้บริหารของดอร์ทมุนด์หัวเสียไม่น้อยโดย มิคาเอล ซอร์ค ออกมากล่าวตอบโต้เป็นคนแรก
"เราจะอยู่เคียงข้างเบลลิ่งแฮม 100%"
"มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เขาค่อนข้างผิดหวังและก็พูดข้อเท็จจริงออกมาเท่านั้น"
จากนั้น ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เก้ ซีอีโอสโมสรก็ให้สัมภาษณ์แบบตอกย้ำด้วยว่า "เพื่อให้มันชัดเจนนะ สิ่งที่จู๊ดพูดมันไม่ใช่เรื่องโกหกแต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งอดีต"
"แถลงการณ์นั้นไม่ควรจะออกมาด้วยซ้ำเพราะผมไม่ได้เห็นคำโกหกตรงไหนเลยแม้แต่น้อย ผมไม่คาดคิดว่าจะมีผลกระทบใดๆเกิดขึ้นกับจู๊ด"
สองบิ๊กบอสแห่ง "เสือเหลือง" นอกจากจะแสดงความชัดเจนแล้วยังขยี้ลงลึกถึงความฉาวของ ซวาเยอร์ อีก
การเดินหมากของ เดเอฟเบ เข้าใจว่าพวกเขาพยายามปกป้องคนของตัวเอง แต่นี่มันอาจจะเกินเบอร์ไปหน่อยเพราะส่วนหนึ่งอาจจะเป็นคำพูดรื้ออดีตที่ไม่น่าจดจำขึ้นมา
แต่หากเราลองมองมุมกลับกัน คนที่มีข่าวไม่ดี ข่าวอื้อฉาวแบบสุดโต่งได้รับโอกาสมาตัดสินเกมระดับโลกอย่างนี้ เกิดเหตุค้านสายตาแบบนี้ จะไม่ให้ฝ่ายเสียประโยชน์หัวร้อนยังไงไหว ?

เค.เค. ล่าสุด

Facebook Comment