breadcrumb symbol หน้าหลัก

Home and Away
by ซันเดย์



Home and Away
by ซันเดย์


"ชิมลางรองเท้าทองคำ"

อัพเดตเมื่อ : July 31, 2022 1:33pm โดย : Sunday



    ศึกชิงโล่การกุศล คอมมิวนิวตี้ ชิลด์ จบลงด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูล 3-1 ในเกมที่สกอร์ไม่ได้บอกรูปเกมทั้งหมด
    ทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการแชมป์ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องการไม่แพ้กันก็คือการ"ซ้อมใหญ่" เพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ทดสอบนักเตะ ทดสอบการเล่น อย่างจริงจังหนสุดท้ายก่อนฤดูกาลจะเปิดในสัปดาห์ถัดไป
    มีหนึ่งอย่างที่หลายคนอยากรู้และเฝ้าจับตากันก็คือฟอร์มการเล่นของ 2 หัวหอกป้ายแดงของทั้งสองทีม
    ดาร์วิน นูนเญซ  vs เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
    สองนักเตะที่มีลุ้นดาวยิงรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ ลีก ด้วยกันทั้งคู่
    อัตราต่อรองของบริษัทรับพนันถูกกฎหมายที่อังกฤษตอนนี้ ยกให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ (11/4) เป็นเต็ง 1 ตามด้วย โม ซาลาห์ (9/2) ในอัตราที่ไม่ถือว่าห่างกันมากนัก
    ขณะที่ ดาร์วิน นูนเญซ ตกเป็นเต็ง 4  (12/1) โดยมี แฮร์รี่ เคน ของสเปอร์ส เต็ง 3 (6/1)
    เกมนี้ เออร์ลิ่ง ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ แมนฯ ซิตี้ ทันที ขณะที่ ดาร์วิน นูนเญซ เป็นสำรองไปก่อนที่ฝั่งลิเวอร์พูล
    สิ่งหนึ่งที่เจอเยอะมากทางโซเชียล ทั้งไทยและเทศ คือการล้อ การแซวดาวเตะคนใหม่ของฝั่งคู่แข่ง
    เป็นเรื่องธรรมดาของการแซวกัน บลัฟกันในการเชียร์ฟุตบอล แต่ไม่ควรดูถูกนักเตะคู่แข่งจนเกินไปนัก เมื่อมามองว่าพวกเขาจริงๆ แล้ว เก่งแค่ไหน ทั้งสองคน
    เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ คืออีกแนวคิดเกมบุกของ เป๊ป และแน่นนอนว่ามันยังต้องใช้เวลาในการปรับจูน เขาเข้ามาร่วมทีมช้ากว่า
    เราคุ้นเคยกับซิตี้ ที่เวลาบุกจะเหมือนมี False 9 สองคน อาจจะเป็น โฟเด้น หรือ กาเบรียล เชซุส ที่ย้ายออกไปแล้ว คนใดคนหนึ่งโดยมี เควิน เดอ บรอยน์ ดันขึ้นมาอีกคน
    เดิมทีวิธีการบุกของซิตี้ คือการยกพลขึ้นบกมาเป็นแผง แดนกลางได้บอล ครองบอล กองหน้าขยับเต็มพื้นที่ แบ็กดันขึ้นมาอีก มีตัวเลือกเยอะมากในเกมรุก
    สิ่งที่เห็นคือถ่ายบอลไปพื้นที่ด้านข้างเพื่อหักเข้าในมาให้เข้าทำ โดยมี false 9 สักคนมาอยู่ในตำแหน่งทำประตู  หรือปีกอีกฝั่งโฉบเข้ามาเป็นตัวเลือก
    เราเห็นมีจังหวะที่เดอ บรอยน์ เหมือนจะบ่นกองหน้ารายใหม่ที่ยังเคลื่อนที่แบบไม่รู้ใจ ไม่เข้าขา เพราะมันยังต้องใช้เวลาในการจูน
    บางทีถ้าแดนกลางออกบอลจังหวะแรกแนวลึกเยอะขึ้น ฮาลันด์ จะอันตรายยิ่งกว่านี้ เพราะนี่คือของถนัดของหมอนี่เลย การดวลกับกองหลังไม่ใช่ปัญหา
    ส่วนทางฝั่ง ดาร์วิน นูนเญซ เขาลงมา คือมิติที่แตกต่างจากของ บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่
    ขณะที่กองหน้าบราซิล ป้วนเปี้ยนรอบๆ กรอบเขตโทษเป็นหลัก แต่ นูนเญซ คือตัวจบสกอร์ที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า
    การเคลื่อนที่ของ นูนเญซ จึงเป็นแนวตรงจากแถวสองเข้าหากรอบเขตโทษได้อย่างน่ากลัว
    เมื่อมีบอลแนวตรง หรือบอลลึกจาก ติอาโก้ ยิ่งทำให้การมี นูนเญซ อยู่ในสนามอันตรายมากขึ้น
    การวิ่งเข้าตำแหน่งอันตรายของหมอนี่เราเห็นได้จากจังหวะจะแจ้งทั้งการทะลุไปโดนเอแดร์ซอนปัดหวุดหวิด, การหลุดไปยิงติดเซฟ, การโหม่งจนได้จุดโทษ และสุดท้ายพาตัวเข้าไปหาจุดบอลตกจนขวิดเป็นสกอร์ 3-1
    เรื่องของการสัมผัสบอลที่ไม่เนียนบ้าง เรื่องโอกาสยิงที่น่าจะได้ แต่ก็ทำหมูหก ยิงไม่เข้า หรือติดเซฟบ้าง มันเป็นเรืองที่เกิดขึ้นได้ในเกมฟุตบอล
    อย่าเพิ่งเอาจังหวะแค่นัดสองนัดมาตัดสิน อีกอย่าง อย่าลืมว่า 2 คนนี้อยู่ในทีมที่สร้างโอกาสได้มหาศาล
    ไม่แปลกใจที่จะกลายเป็นตัวเต็งคว้าดาวซัลโวทั้งคู่ แต่ก็ต้องกระซิบว่า ยังมีอีกคนที่อาจเป็นเซอร์ไพรส์ ของทางฝั่งแมนฯ ซิตี้
    อาจถูกจับตามองน้อยกว่า แต่ดูดีมีแววมากๆ นั่นก็คือ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ไม่แน่ กองหน้ารายนี้อาจทำผลงานได้ดีไม่แพ้ เจ้าของเสื้อหมายเลข 9 เลยก็เป็นได้
    เกมนี้ยังเป็นแค่การชิมลาง จากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปคือของจริงแล้ว
    ชอบใครเชียร์ใครระหว่างสองคนนี้ คอมเมนท์บอกกันได้เลย !

 

ซันเดย์ ล่าสุด

Facebook Comment