breadcrumb symbol หน้าหลัก

Home and Away
by ซันเดย์



Home and Away
by ซันเดย์


"กลางรุกยังไม่ตาย"

อัพเดตเมื่อ : February 22, 2021 6:18pm โดย : Sunday

 

     ไมกาห์ ริชาร์ด ออกมายกย่อง เจมส์ แมดดิสัน เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างหนัก ถึงขนาดที่ว่าในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอังกฤษ "แมดดี้" ควรออกสตาร์ทตัวจริงด้วยซ้ำ
     ฤดูกาลนี้ ต้องถือเป็นปีทองของนักเตะมิดฟิลด์ตัวรุก ฟุตบอลยุคหลังโดนครองด้วยมิดฟิลด์สายพลังประเภทรับก็ได้ รุกก็ได้ แต่ต้องฟิต วิ่ง และช่วยทีมได้ในทุกสถานการณ์
     ระบบ 4-3-3 กำลังมาแรง ห้องเครื่องที่โดดเด่นกลายเป็นที่จับตามอง และให้ความสำคัญ ไปจนถึงมิดฟิลด์ตัวรับที่เปิดบอลดี
     ฮาเมส โรดริเกซ เคยยอมรับว่าบางที ฟุตบอลยุคนี้อาจไม่มีที่ทางให้กับมิดฟิลด์หมายเลข 10 อีกต่อไปแล้ว แต่พรีเมียร์ ลีก 2020/21 กำลังพิสูจน์ว่ามันไม่จริง
     หนึ่งในคนที่พิสูจน์ก็คือตัวของ ฮาเมส เองนั่นแหละ กับผลงานในสีเสื้อเอฟเวอร์ตัน
      ฮาเมส อาจไม่ได้เล่นเป็นเบอร์ 10 ในระบบ 4-2-3-1 ที่ถนัด หรือยืนปั้นเกมหลังคู่กองหน้าแบบสมัยก่อน แต่การขยับไปยืนด้านข้างนิดหน่อย ก็ทำให้เขาโชว์ฟอร์มได้
     ในขณะเดียวกันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งเป็นกลางรุกที่อาจจัดได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร และนี่คือกลางรุกแท้ๆ แม้จะไม่ใช่สายคลาสสิกนักก็ตาม เพราะ บรูโน่ วิ่งลงมาช่วยถึงกลางสนามด้วย แต่สถิติยิงและจ่ายพิสูจน์ชัด
     แน่นอน เควิน เดอ บรอยน์ ไม่ได้ถูกเป๊ป ใช้ในตำแหน่งเบอร์ 10 แบบคลาสสิกอีกเช่นกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานของดาวเตะเบลเยี่ยมคือหลักฐานว่ามิดฟิลด์ตัวรุกยังไม่ตาย เขาเล่นได้ทั้งตัวกลางและด้านข้าง แม้แต่ลงต่ำมาปั้นเกมในรูปแบบหมายเลข 8
     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นักเตะอังกฤษต่างหากที่ผงาดขึ้นมาโดดเด่นในตำแหน่งของมิดฟิลด์ตัวรุก
     เดิมทีอังกฤษยึดติดกับ 4-4-2 พวกเขาแทบไม่มีเพลย์เมกเกอร์เหมือนชาติอื่น มิดฟิลด์ตรงกลางแม้เป็นเชิงรุกก็ไม่ใช่เพลย์เมกเกอร์ในความเข้าใจของหมายเลข 10 ไม่ว่าจะเป็น แลมพาร์ด, เจอร์ราร์ด, สโคลส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, รอสส์ บาร์คลีย์ หรือใครก็ตาม
     ด้วยการที่ในขวบปีหลังฟุตบอลอังกฤษพัฒนาขึ้นในเรื่องของรูปแบบการเล่น ระบบการเล่น ทำให้นักเตะรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาจากฟุตบอลที่มีความเป็นภาคพื้นยุโรปมากขึ้น หลายคนปรับตัวให้เข้ากับบทบาทที่หลากหลาย
     เจมส์ แมดดิสัน คือหนึ่งในนั้น เขาเล่นได้ทั้งตัวด้านข้าง หรือมิดฟิลด์ตัวรุกเบอร์ 10 หลังกองหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถนัดที่สุด
     ขณะเดียวกัน แจ็ค กรีลิช ก็เติบโตมาจากกลางรุกแบบอังกฤษ ก่อนค่อยเติบโตและเรียนรู้ เป็นตัวด้านข้างในระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 ของ วิลล่า แต่เมื่อยืนกลางรุกก็ทำได้ไม่ขัดเขินเช่นที่เล่นให้กับทีมชาติ
     เมสัน เมาน์ท เด็กปั้่นของ แฟรงค์ แลมพาร์ด รายนี้ก็เล่นได้หลากหลายตำแหน่งยืดหยุ่น ทั้งหนึ่งในสามมิดฟิลด์ตรงกลาง, กลางรุกเบอร์ 10 และตัวด้านข้าง
     อีกหนึ่งนักเตะที่หลายคนอาจหัวเราะเยาะ แต่ผลงานเข้าตามากๆ นั่นคือ เจสซี่ ลินการ์ด
     ตั้งแต่ย้ายมาลงสนามให้ เวสต์แฮม 4 นัด ทำได้ 3 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์
     ลินการ์ด โตมาด้วยการเป็นปีก ในทีมเยาวชนของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่เขาเป็นนักเตะที่เล่นตามช่องได้ดี และเคลื่อนที่เข้าหาพื้นที่ว่างเก่ง ทำให้เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่นิยม 4-2-3-1 หรือ 4-3-3
     ขึ้นชั้นมาโดนส่งไปยืมตัวกับหลายสโมสร ลินการ์ด ก็ได้เล่นหลากหลายตำแหน่ง ปีก กลางรุก กองหน้า เล่นมาหมดแล้ว พอย้ายมาเวสต์แฮม เดวิด มอยส์ จัดลงเล่นในบทบาทเบอร์ 10 แบบเต็มตัว
     อ้อ แล้วที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ฟิล โฟเด้น ขณะที่ เดอ บรอยน์ ไม่อยู่ ดาวเตะร่างเล็กจากสต็อคพอร์ท ที่แหละที่โดดเด่นเหลือเกิน เซนส์บอลของ โฟเด้น จะจับไปลงตรงไหนก็ได้ในแนวรุก
     มีการกะเก็งกันว่า เมื่อถึงเวลาที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ต้องเลือกนักเตะ 23 คนไปลุยยูโรกลางปีนี้ จะมีใครต้องอกหักบ้าง
     เซาธ์เกต เข้ามาคุมทีมชาติในช่วงที่มีนักเตะกลางเชิงรุกเก่งๆ ให้ใช้งานเยอะเหลือเกิน แน่นอนเขาต้องตัดใจหั่นออกบางชื่อ
     ไหนจะมีพวกกองหน้ากึ่งปีกที่ผลงานดีเต็มไปหมด แรชฟอร์ด, กรีนวูด, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เจดอน ซานโช่
     ด้วยความที่ฟุตบอลเปลี่ยนไป นักเตะกลางรุกอาจถูกจัดหมวดหมู่ไปเป็นพวกปีก หรือกองหน้าก็ได้ แต่ที่แน่ๆ สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้มันถูกพิสูจน์แล้วว่า มิดฟิลด์เชิงรุกยังไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน
     อาจจะถูกปรับบทบาทมายืนด้านข้างบ้าง หรือยืนสูงหน่อย แม้กระทั่งลงต่ำมาอีกสักนิด แต่พวกเขาก็ยังอยู่ตรงนั้น
     พวกเขาอาจไม่ได้ฟิตบ้าพลังไล่บอลเหมือนกองกลางพิมพ์นิยมของยุคนี้ ไม่ใช่พวกกองกลางตัวเชื่อมเกมที่เห็นกันเกลื่อนแต่ไม่มีทีเด็ดอะไรสักอย่าง หรือไม่ใช่ปีกกึ่งกองหน้าความเร็วสูงที่เอาแต่ตัดเข้าในมายิง
     แต่นักเตะพวกนี้สร้างความสนุกตื่นเต้นให้ฟุตบอล ทักษะ การเคลื่อนที่ มันสมองที่สั่งการเท้าทั้งสองข้างและมองเห็นปากประตูคู่แข่งเป็นเป้าหมายหลัก ยังทำให้เรานั่งไม่ติดเก้าอี้ได้อยู่เสมอ

 

Facebook Comment