breadcrumb symbol หน้าหลัก

Home and Away
by ซันเดย์



Home and Away
by ซันเดย์


ไฟต์ยังไม่จบ

อัพเดตเมื่อ : January 27, 2021 2:36pm โดย : Sunday

มีอยู่บางอย่างที่เราได้เห็นจากเกม เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศเมื่อคืนที่ผ่านมา

ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง เป็นยอดกองหน้าอย่างแท้จริง มีทั้งความเร็ว สัญชาติญานและความนิ่งในการจบสกอร์

คริสเตียน พูลิซิช คือการซื้อที่ยอดเยี่ยมของเชลซี หนุ่มอเมริกันแทบจะกลายเป็นกัปตันอเมริกาสำหรับทีมไปแล้วในช่วงหลัง เล่นดีมาก ไว คล่อง ทำได้ดีทั้งยิงทั้งจ่าย

การทำหน้าที่ขัดหูขัดตาของผู้ตัดสินแอนโธนี่ เทย์เลอร์ และ VAR โดยเฉพาะทางฝั่งเชลซีผู้เสียประโยชน์

อีกหนึ่งอย่างที่เราได้เห็นก็คือการสู้กันของ มิเกล อาร์เตต้า กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นการศึกของ 2 กุนซือหนุ่มอนาคตไกล

ซึ่งจะว่าไปทั้งคู่ก็เคยไล่หวดแข้งกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว ก่อนเข้ามาสู่เส้นทางการคุมทีม

แลมพาร์ด อาจจะเดินทางนี้มาก่อน เพราะลงไปคุมดาร์บี้มาแล้ว แต่นี่เป็นปีแรกที่เขาต้องคุมทีมใหญ่มีความกดดันสูงอย่างเชลซี

ส่วน อาร์เตต้า ยิ่งฉุกละหุกกว่าเพราะถูกส่งเทียบเชิญทันทีในเกมที่อาร์เซน่อลโดนแมนฯ ซิตี้ บุกมายำ 3-0 คาบ้าน วันนั้นเขามาเยือนถิ่นเก่าเอมิเรตส์ ในฐานะมือขวาเป๊ป อยู่เลย ถัดมาแป้บเดียวกลายมาเป็นนายใหญ่ที่นี่แล้ว

มีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกันระหว่างสองคนนี้

แลมพาร์ด ผ่านเข้ามาในตอนที่เชลซีโดนแบนจากการเสริมทัพ พอตลาดหน้าหนาวเปิดก็ยังไม่ซื้อใครอยู่ดี เรียกว่าใช้นักเตะที่มีอยู่เดิมล้วนๆ แต่แลมพ์ส เป็นคนให้โอกาสเด็ก เราจึงเห็นดาวรุ่งถูกเรียกกลับมาใช้งานเต็มที่

อาร์เตต้า ก็เช่นเดียวกัน มีแค่ ปาโบล มารี กับ เซดริก ซัวเรซ ที่เข้ามาแต่ก็แทบไม่มีผลอะไร รายหนึ่งยังต้องใช้เวลาปรับตัว อีกรายเพิ่งมาตอนเบรกโควิดนี่เอง

ทั้งคู่ทำผลงานได้ดีโดยใช้ขุมกำลังที่มีอยู่เดิมแทบจะทั้งหมด แต่ก็สามารถเค้นศักยภาพนักเตะออกมาได้

อีกอย่างที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่แก้ปัญหาเรื่องเกมรับที่หละหลวม จากคุณภาพกองหลังของทีมได้ในทิศทางเดียวกันคือในเมื่อเล่นเซนเตอร์คู่มันไม่ไหว เพราะไม่มีใครเป็นตัวหลักประเภท "เอาอยู่" ก็ปรับมาเล่นหลัง 3 มันเสียเลย

วิธีนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ เคยใช้จนพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาแล้วในปี 2016/17 ซึ่งเกมที่ทำให้คอนเต้ ตัดสินใจใช้หมากนี้เกิดขึ้นหลังจากเชลซีโดนอาร์เซน่อลทุบ 3-0 นี่เอง แล้วก็หมากนี้เองที่ทำให้ ดาวิด ลุยซ์ มีผลงานที่ดี

ในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็นำมาใช้เวลาลงเจอกับทีมใหญ่ๆ และส่วนมากจะประสบความสำเร็จด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นในเวมบลีย์เมื่อคืนมันมีความแตกต่างที่น่าโมโหเกิดขึ้นสำหรับเชลซี ทั้งอาการเจ็บของ อัซปิลิกวยต้า และ คริสเตียน พูลิซิช แม้แต่เปโดร ในช่วงทดเจ็บ และจังหวะโดนใบเหลืองที่สองของ มาเตโอ โควาซิช ก็ยังน่ากังขา

ตรงกันข้ามสำหรับอาร์เซน่อล มันเป็นเกมที่ทุกอย่างลงล็อกลงตัวไปหมด โดนยิงก่อนแต่กลับมาได้จากจุดโทษ และเล่นในเกมของตัวเอง ทีเด็ดวางบอลแนวลึกให้ โอบาเมย็อง กับ เปเป้ ใช้ความเร็วเล่นงานพื้นที่ว่างด้านข้างทำได้ดีและได้ผล

ชัยชนะของอาร์เซน่อลเหนือเชลซี ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ประสบความสำเร็จพาทีมได้แชมป์ติดมือทันทีตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม

แลมพาร์ด ยากที่จะพลิกฝ่าด่านบาเยิร์นใน ชปล. แต่เมื่อมองภาพรวม ถือว่าสอบผ่าน พาทีมติดท็อป 4 ด้วยการใช้นักเตะดาวรุ่ง

ทั้งคู่ดวลกันมายกนี้เป็นยกที่ 3 แล้วฤดูกาลนี้ 2ยกแรกเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก เชลซีบุกมาชนะ 2-1 ที่เอมิเรตส์ และเสมอกัน 2-2 ที่ เดอะ บริดจ์

ไฟต์นี้ยังไม่จบ ฤดูกาลหน้า ทั้ง อาร์เตต้า และแลมพาร์ด คงได้สู้กันอีกหลายยก เราจะกาชื่อ อาร์เซน่อล กับเชลซี ทิ้งไม่ได้เลย โดยเฉพาะกับเชลซีที่เสริมทัพได้น่าสนใจจริงๆ

สองทีมนี้อาจยังไม่ดีถึงขั้นลุ้นแชมป์สู้กับลิเวอร์พูล หรือแมนฯ ซิตี้ แต่รับประกันว่าการแย่งทำอันดับท็อป 4 จะลุกเป็นไฟแน่นอน

Facebook Comment