breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

Buy-Out & Release Clauses สำหรับสัญญาของนักเตะ

อัพเดตเมื่อ : January 20, 2015 4:14am โดย : admin

    Buy-Out & Release Clauses สำหรับสัญญาของนักเตะ



    Update Special Thing สำหรับสาวกของ CHEERBALL.com สัปดาห์นี้เราจะไขความกระจ่างเกี่ยวกับปัญหาของ ค่าฉีกสัญญา (Release Clause) และ ค่าซื้อสัญญา (Buy-out Clauses) กับสัญญาของนักฟุตบอล ซึ่งเต็มไปด้วยความสับสน และคำถามมากมายระหว่างทั้ง 2 หัวข้อนี้



    ค่าฉีกสัญญา (Release Clause) คืออะไร

    ค่าฉีกสัญญา เป็นข้อกำหนดที่อยู่ในสัญญาของผู้เล่น ซึ่งแต่ละคนจะระบุเงื่อนไขเอาไว้แตกต่างกัน สโมสรต้องยอมรับข้อเสนอก่อนตัดสินใจตกลงเกี่ยวกับสัญญากันอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย จากสโมสรที่ยื่นข้อเสนอมาโดยอัตโนมัติ ถ้าหากจำนวนเงินอย่างน้อยที่สุดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาที่กำหนดไว้จากสโมสรที่ยื่นข้อเสนอซื้อตัวเข้ามา และจากนั้นผู้เล่นจะมีสิทธิ์พูดคุยกับสโมสรเหล่านั้น



    ตัวอย่างเช่น มาริโอ เกิทเซ่ ที่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์  ไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ตามค่าฉีกสัญญา 37 ล้านยูโร (ประมาณ 1.4 พันล้านบาท) และล่าสุดของ มาร์โค รอยส์ มิดฟิลด์ค่าย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมีค่าฉีกสัญญาหลังจบฤดูกาล 2014-15 ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 945 ล้านบาท)

    ซึ่งหากก่อนจบซีซั่นนี้ "เสือเหลือง" ไม่สามารถต่อสัญญาฉบับใหม่กับ รอยส์ ออกไปได้ สโมสรก็ต้องยอมขาย รอยส์ ตามค่าฉีกสัญญาดังกล่าว เมื่อจอมทัพทีมชาติเยอรมันต้องการย้ายทีม เช่นเดียวกับกรณีของ เกิทเซ่



    ค่าซื้อสัญญา (Buy-out Clauses)

    ค่าซื้อสัญญา เป็นข้อกำหนดบนสัญญาที่แพร่หลายในประเทศสเปน และค่อนข้างมีความแตกต่างกับ ค่าฉีกสัญญา โดยมักใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของสัญญาส่วนใหญ่ในสเปน และโดยทั่วไปแล้วจะตั้ง จำนวนเงินเอาไว้สูงมากๆ ซึ่งไม่เป็นไปตามความจริงสำหรับมูลค่าทางการตลาดของผู้เล่น



   เช่น ลิโอเนล เมสซี่ มีค่าซื้อสัญญา 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9.45 พันล้านบาท) กับ บาร์เซโลน่า และ เนย์มาร์ จูเนียร์ มีค่าซื้อสัญญากับ บาร์ซ่า ในราคา 190 ล้านยูโร (ประมาณ 7.18 พันล้านบาท)

    อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผู้เล่นที่มีค่าซื้อสัญญาตรงตามกับความจริงกับสัญญาของนักเตะที่ระบุไว้ตามเงื่อนไข แต่ในทางปฏิบัติเป็นการซื้อผู้เล่นของสโมสรซึ่งถูกจ่ายผ่านโดยนักเตะ และเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน และมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับภาษีการซื้อนักเตะของสโมสร นอกจากนี้สโมสรต้นสังกัดยังสามารถเลือกปฎิเสธข้อเสนอตามจำนวนเงินที่ระบุตามค่าซื้อสัญญาได้อีกด้วย





    ตัวอย่างเช่นในช่วงกลางปี 2011 แอธเลติก บิลเบา ปฎิเสธขาย ฆาบี มาร์ติเนซ ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ตามค่าซื้อสัญญา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1.5 พันล้านบาท) จากนั้นกลางปี 2012 "เสือใต้" จึงสามารถคว้าตัว มาร์ติเนซ มาร่วมทีมตามค่าซื้อสัญญาดังกล่าว และในปีเดียวกัน บิลเบา ปฎิเสธข้อเสนอ 37 ล้านยูโร (ประมาณ 1.39 พันล้านบาท) ตามค่าซื้อสัญญาของ อันเดร์ เอร์เรร่า จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่อีกหนึ่งปีต่อมามิดฟิลด์ชาวบาสก์จะย้ายมาร่วมทัพ "เร้ด เดวิลล์" ด้วยจำนวนเงินเดียวกัน


pic : danielgeey, zimbio, espn
Facebook Comment