breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"100 นักเตะดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก by Telegraph-Ep.6"

อัพเดตเมื่อ : May 16, 2015 3:04am โดย : Cruz





    30. แกรี่ สปีด
    ลีดส์ ยูไนเต็ด (143 เกม-22 ประตู), เอฟเวอร์ตัน (58 เกม-16 ประตู), นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (213 เกม-28 ประตู) และ โบลตัน วันเดอเรอร์ส (121 เกม-14 ประตู)

    การฆ่าตัวตายของ สปีด ในเดือนพฤศจิกายน 2011 กลายเป็นความเศร้าสลดใจอย่างมากสำหรับวงการฟุตบอล เมื่ออดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ถือเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงที่สุด และมีพรสวรรค์มากที่สุด ในตำแหน่งมิดฟิลด์ช่วงยุคของเขา

    สปีด แจ้งเกิดด้วยมาตรฐานระดับสูงกับการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เดิม หรือลีกสูงสุดอังกฤษในฤดูากาล 1991-92 ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อพรีเมียร์ลีกในซีซั่นถัดมา กับ ลีดส์ ดาวเตะชาวเวล์ชเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยพละกำลังการขับเคลื่อนเกมแดนกลางแบบไม่มีหมด และยิ่งกว่านั้นยังมีทีเด็ดการพังประตูจากลูกกลางอากาศในจังหวะลูกเซต-พีซได้บ่อยครั้ง



    29. เนมานย่า วิดิช
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (211 เกม-15 ประตู)

    อดีตปราการหลังกัปตันทีมชาติเซอร์เบียต้องอดทนกับช่วงเวลายากลำบากสำหรับการเริ่มต้นที่ทัพ "เร้ด เดวิลส์" ในปี 2006 หลังย้ายมาจาก สปารืตัก มอสโก ก่อนที่ วิดิชจะจะปรับปรุงพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นอีกหนึ่งกองหลังที่ดีที่สุดในยุคสมัยของพรีเมียร์ลีก และยิ่งมาโดดเด่นมากขึ้นกับการสวมปลอกแขนของพลพรรค "ปีศาจแดง"

    แต่อาการบาดเจ็บที่รุมเร้าอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เซ็นเตอร์แบ็กชาวเซิร์บต้องอำลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และแน่นอนว่าตำแหน่งกองหลังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ "ยูไนเต็ด" ต้องฝ่าฟันในฤดูกาลนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยในช่วงระยเวลาที่ไม่มี วิดิช



    28. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
    อาร์เซน่อล (194 เกม-96 ประตู), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (65 เกม-40 ประตู)

    เหรียญรางวัลของ ฟาน เพอร์ซี่ อาจไม่ได้มากมายนักเมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถของเขา เมื่อศูนย์หน้าทีมชาติฮอลแลนด์ประสบความสำเร็จเพียงแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย (2004-05) และพรีเมียร์ลีก 1 สมัย (2012-13) สำหรับการล่าตาข่ายในเกาะอังกฤษ แต่เรื่องนั้นก็ไม่ควรถือเป็นข้อเสียของดาวยิงชาวดัตช์

    เมื่อมีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่สามารถวางทรงตัววางเท้ายิงได้งดงามอย่าง "อาร์วีพี่" และน้อยยิ่งกว่าเมื่อเป็นการทำประตูในแมตช์ที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างลูกวอลเลย์ของเขาใน้กมกับ แอสตัน วิลล่า ในปี 2013



     27. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
    ลิเวอร์พูล (266 เกม-128 ประตู), ลีดส์ ยูไนเต็ด (30 เกม-14 ประตู), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (80 เกม-21 ประตู) และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (3 เกม-0 ประตู)

    ผู้คนต่างพากับเปรียบเทียบ ฟาวเลอร์ กับ โรมาริโอ้ ของบราซิลเมื่อครั้งที่เขาอายุเพียง 18 ปี และความถูกต้องแม่นยำกับความสามารถของ ฟาวเลอร์ สำหรับช่วงเวลาดังกล่าวยังคงไม่มีใครที่จะมาเปรียบได้ที่แอนฟิลด์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    ก่อนที่ผลกระทบจากการอาการบาดเจ็บจะทำให้ดาวยิงเจ้าของฉายา "ก็อด" มีจุดพีคอันรวดเร็วมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามอัตราการพังตาข่ายของอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษกับ ลีดส์ และ แมนเชส
เตอร์ ซิตี้ ก็ไม่ได้ออกมาขี้เหร่



    26. โรแบร์ ปิแรส
    อาร์เซน่อล (189 เกม-62 ประตู) และ อสตัน วิลล่า (9 เกม-0 ประตู)

    ปิแรส อาจจะมีภาพลักษณ์กราดเกรี้ยว และไม่น่าเป็นที่รักมากนักสำหรับบรรดาผู้เล่น รวมถึงผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้าง แต่นอกเหนือจากการทะเลาะวิวาทของเขาแล้ว ปิแรส เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์, เฉลี่ยวฉลาด สง่างามและมีพิษสงรอบตัว

    โดยเฉพาะความโดดเด่นกับจังหวะเกมการโจมตีริมเส้นของ ปิแรส ที่กลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ดสำหรับการโต้กลับที่มีประสิท่ธิภาพมากที่สุดในทีมของเทรนเนอร์  อาร์แซน เวนเกอร์



    25. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (188 เกม-11 ประตู)

    จากการเซ็นสัญญามิดฟิลด์ตัวรับของ ฮัมบูร์ก ในราคา 6 ล้านปอนด์ ยุคของผู้จัดการทีม มาร์ค ฮิวจ์ เมื่อปี 2008 ก็องปานี พัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็วในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนก้าวขึ้นมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย พ่วงด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ และลีก คัพ อีกอย่างละสมัย

    และแน่นอนว่ากัปตันทีมชาติเบลเยี่ยมยังคงเป็นโครงสร้างหลักสำหรับการสร้างทีมของทัพ "เรือใบสีฟ้า" เพื่อท้าทายความสำเร็จแบบไม่หยุดยั้งด้วยเม็ดเงินมหาศาลจากตะวันออกกลางที่ไหลเข้ามายังเมืองแมนเชสเตอร์



    24. แอนดี้ โคล
    นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (58 เกม-43 ประตู) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (195 เกม-93 ประตู)

    โคล รั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ด้วยการตะบัน 187 ประตู อดีตศูนย์หน้าทีมอังกฤษแสดงความสามารถของเขาด้วยการลงล่าตาข่ายกับ 7 สโมสรที่แตกต่างกันในแต่ละดิวิชั่น

    โดยช่วงเวลาที่ดีทีสุดของ โคล เป็นการรับใช้ นิวคาสเซิ่ล ในยุคของผู้จัดการทีม เควิน คีแกน ที่นำ "สาลิกาดง" ก้าวขึ้นมาท้าทายความสำเร็จในเวทีพรีเมียร์ลีก จากนั้นจึงอำลาถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ไปค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และได้ยืนคู่กองหน้ากับ ดไวท์ ยอร์ค ก่อนจะคว้า 5 โทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก



    23. แกรี่ เนวิลล์
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (400 เกม-5 ประตู)

    ตัวอย่างความสำเร็จของความพยายาม เมื่อ เนวิลล์ ผู้พี่เอาชนะขีดจำกัดความสามารถเฉพาะตัวขอตัวเองด้วยความขยันทุ่มเท, สภาพร่ายกายที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจเกมระดับสูง โดยระดับของความน่าอัศจรรย์เป็นประสานงานได้อย่างเข้าขาลงตัวกับยอด 2 ปีกขวาสตาร์ของพลพรรค "ปีศาจแดง" จากรุ่น เดวิด เบ็คแฮม สู่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    ความจงรักภักดี และความเป็นผู้นำทำให้อดีตแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษกลายเป็นที่รักของสาวก "เร้ด เดวิลส์" อย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งการอ่านที่ชาญฉลาดที่ได้รับการพิสูจน์จากอาชีพหลังรีไทร์ของ
เขากับบทบาทกูรูลูกหนัง



    22. เดวิด เบ็คแฮม
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (265 เกม-62 ประตู)

    เบ็คแฮม อาจจะเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกเท่าที่นักเตะเลือดผู้ดีเคยเล่นฟุตบอลกันมา โดยไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยพรสวรรค์อย่างมากมายที่สุด เมื่อไม่ว่าจะทำอะรปีกลูกหม้อของ "เร้ด เดวิลส์" จะต้องถูกจับจองเสมอไม่ว่าจะนอกหรือในสนาม

    และผลงานบนพื้นสนามของ เบ็คแฮม ก็เป็นอีกผลหลักที่ทำให้ชื่อเสียงของอดีตกัปตันทมชาติอังกฤษไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย และเครื่องหมายการค้าของ เบ็คแฮม คือไม่เป็นรองใครในเรื่องของความแม่นยำสำหรับการวางบอล และความเฉียบขาดสำหรับการสังหารฟรีคิกในยุคของเขา



    21. โทนี่ อดัมส์
    อาร์เซน่อล (255 เกม-12 ประตู)

    ไม่มีใครกล้ามีปัญหากับความน่ายำเกรงในแผงแบ็กโฟร์ของ อาร์เซ่น่อล ที่มาจาก อดัมส์ ความสามารถของ อดัมส์ เป็นการคะยั้นคะยอ, จัดระเบียบเกม และปลุกแรงบันดาลใจของเพื่อนร่วมทีม และความจริงที่ว่าอดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษเป็นอีกหนึ่งกองหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเวทีพรีเมียร์ลีก

    ความรู้สึกอันน่าสะพึงกลัว และน่าเกรงขามจะเกิดขึ้นเมื่อ อดัมส์ เข้าปะทะกับบรรดาแนวรุกของทีมคู่แข่ง และการอ่านที่ชาญฉลาด ทำให้เขากลายเป็นแกนหลักในช่วงแรกสำหรับการสร้างทัพ "ปืนใหญ่" ของเทรนเนอร์ อาร์แซน เวนเกอร์ ก่อนจะเริ่มต้นแชร์ความยิ่งใหญ่บนเกาะอังกฤษกับแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1997-98


pic : gettyimages, zimbio and telegraph
Facebook Comment