breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

5 ลูกหม้อ เรอัล มาดริด ที่ต้องไปเจิดจรัสกับต้นสังกัดอื่น

อัพเดตเมื่อ : May 20, 2015 5:35pm โดย : Cruz



    หากพูดถึงศูนย์ฝึกเยาวชนลูกหนังที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟุตบอลสเปน แน่นอนว่าทุกๆคนย่อมคิดถึงอะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า อย่าง "ลา มาเซีย" ที่ปลุกปั้นยอดแข้ง 'ซุปตาร์' ขึ้นมาโด่งดังแล้วอาทิเช่น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, การ์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า และ ลิโอเนล เมสซี่

    แต่กับคู่ปรับตัวฉกาจของ "บาร์ซ่า" ที่เน้นช็อปเหล่านักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมทัพเป็นหลักอย่าง เรอัล มาดริด ก็มีอะคาเดมี่ที่มีชื่อว่า "ลา ฟราบริก้า" ไว้เพาะบ่มผู้เล่นดาวรุ่งเพื่อป้อนขึ้นทีมชุดใหญ่ไม่
น้อยหน้าเช่นกัน เมื่อทั้ง มิเชล, เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่, กูตี, ราอูล กอนซาเลซ และ อีเกร์ กาซิยาส ต่างเป็นลูกหม้อของ "ราชันชุดขาว" กันทั้งนั้น

    รวมทั้งเจเนเรชั่นล่าสุดอย่าง ดาเนี่ยล การ์บาฆาล, เฆเซ่ โรดริเกซ และ อัลบาโร่ โมราต้า ก็ถูกฝึกปรือฝีเท้ามาจาก "ลา ฟราบริก้า" ทว่าเนื่องด้วยทุกๆฤดูกาลจะต้องมีบรรดาผู้เล่นนั้นเวิล์ดคลาสหลั่ง
ไหลเข้ามาค้าแข้งยังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ทำให้ลูกหม้อของ "ลา ฟราบริก้า" ยากจะสอดแทรกเพื่อโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ

    และหลายคนต้องเลือกย้ายออกจากกรุงมาดริดทั้งๆที่ดาวรุ่งเหล่านี้มีฝีเท้าซึ่งพร้อมพัฒนากลายเป็นขุมกำลังหลักในอนาคตของทัพ "โลส บลังกอส" และแน่นอนว่าแข้งดาวโรจน์เหล่านั้นต่างทำผลงานกันได้ดีอย่างที่เราได้เห็นกับ โมราต้า และวันนี้ "Cheerball.com" จะขอหยิบบรรดานักเตะลูกหม้อจาก "ลา ฟราบริก้า" ที่ย้ายไปประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดใหม่



    1. กิโก้ กาซิย่า
    กาซิย่า อาจเกิดในแคว้นกาตาลุนย่า ทว่าเมื่ออายุ 16 ปี เขาได้ย้ายมาร่วมศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ "ลา ฟราบริก้า" ก่อนก้าวขึ้นมาสู่ เรอัล มาดริด กาสซิย่า (ทีมสำรอง) ในอีก 2 ปีต่อว่า แต่ กาซิย่า เป็นเพียง
ผู้รักษาประตูมือ 3 เท่านั้นในช่วงเวลา 2 ซีซั่น ระหว่างปี 2005-07

    และเป็น เอสปันญ่อล ทีมจากแคว้นกาตาลุนย่าที่มาดึงเขากลับบ้านเกิด ก่อนที่ กาซิย่า ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของเจ้า "นกแก้ว" ตลอดทั้ง 6 ฤดูกาลที่ผ่านมา และซีซั่นที่แล้วซึ่งนายด่านวัย
28 ปีโชว์ฟอร์มเซฟอย่างยอดเยี่ยมสม่ำเสมอ ทำให้เขาถูกกุนซือ บิเซนเต้ เดล บอลเก้ เรียกตัวติดทีมชาติสเปน และได้โอกาสลงเฝ้าเสาในเกมกระชับมิตรเมื่อปลายปีก่อน



    2. โรแบร์โต้ โซดาโด้
    โซดาโด้ ถูกขัดเกลาจาก "ลา ฟาบริก้า" ตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนพัฒนาฝีเท้าการล่าตาข่ายจาก เรอัล มาดริด กาสซิย่า จนได้ประเดิมทีมชุดใหญ่ในปี 2005 ด้วยวัย 19 ปี ก่อนถูกปล่อยยืมตัวให้ โอซาซูน่า
ใช้งานในฤดูกาลต่อมา

    และซีซั่น 2007-08 โซดาโด้ มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองเป็นเวลา 1 ฤดูกาลเต็มๆในยุคของเทรนเนอร์ แบรนด์ ชูสเตอร์ แต่จากตัวเลือกในแดนหน้าที่มีทั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย, กอนซาโล่ อิกวาอิน, โรบินโญ่, ราอูล กอนซาเลซ และ ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า

    ทำให้เขามีโอกาสลงเล่นเพียง 5 นัดในลีก และไม่สามารถทำประตูได้เลย โซลดาโด้ จึงต้องชีพจรมายัง เคตาเฟ่ ต่อด้วย บาเลนเซีย ซึ่งเขาลั่นสกอร์ป้อนทั้ง 2 ต้นสังกัดอย่างเป็นกอบเป็นกำจน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต้องยอมจ่าย 30 ล้านยูโร เพื่อรับตัวดาวยิงชาวสแปนิชมาค้าแข้งที่ไวท ฮาร์ท เลน



    3. บอร์ฆา บาเลโร่
    บาเลโร่ เกิดในกรุงมาดริดทำให้เขาถูก "ลา ฟราบริก้า" เลี้ยงดูมากว่า 12 ปีตั้้งแต่เขาอายุได้เพียง 10 ขวบ ทว่า บาเลโร่ ไปได้ไกลที่สุดกับ "ราชันชุดขาว" เพียงการเป็นขุมกำลังหลักของ เรอัล มาดริด กาสซิย่า ทำให้เขาเลือกย้ายสู่ มายอร์ก้า เพื่อโอกาสสัมผัสเกมระดับลา ลีกา

    ห้องเครื่องวัย 30 ปีเล่นได้อย่างโดดเด่นกับ มายอร์ก้า ก่อนย้ายสู่ความท้าทายที่สูงขึ้นกับ บียาร์เรอัล และความท้าทายที่แตกต่างในกัลโช่ เซเรีย กับ ฟิออเรนติน่า



    4. ฆวนฟราน ตอร์เรส
    ฆวนฟราน ถูกดึงมายัง "ลา ฟราบริก้า" เมื่ออายุ 17 ปีแล้ว ทำให้ในปีต่อมาเขาได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่เลย ทว่าตลอด 2 ซีซั่น ฆวนฟราน มีโอกาสลงสนามเพียง 6 นัดในลีกเท่านั้น ส่งผลให้เขาถูกปล่อยให้ เอสปันญ่อล ยืมตัวใช้งาน 12 เดือน และขายขาดให้ โอซาซูน่า ในปีถัดมา

    และที่ เอสปันญ่อล กับ โอซาซูน่า ในเวลา 6 ปีนี้เอง ฆวนฟราน พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจน แอตเลติโก มาดริด เลือกจ่าย 4 ล้านยูโร เพื่อรับแบ็กขวาทีมชาติสเปนมาคุมแนวรับยังรั้วบิเซนเต้ กัลเดรอน ก่อนก้าวสู่จุดพีคกับ "ตราหมี" ด้วยการค้วาแชมป์ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และยูโรปา ลีก รวมทั้งเคยผ่ายเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก



    5. ฆวน มาต้า
    มาต้า ได้รับการชุบเลี้ยงจาก "ลา ฟราบริก้า" มาตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ทว่าเมื่อเข้าสู่วัย 19 ปีเขาก็ยังไม่ได้รับโอกาสจาก "ราชันชุดขาว" ชุดใหญ่ ก่อนที่ บาเลยเซีย จะมาดึง มาต้า ไปค้าแข้งยังชายคา เอสตาดิโอ เมสตาย่า และในเครื่องแบบเจ้า "ค้างคา" ตลอด 4 ปีเขาไม่ได้เป็นเพียงมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงโดงดังเพียงในสเปน แต่ยังได้รับการจับตามองอย่างต่อเนื่องจากเหล่าสโมสรยักษ์ทั่วแผ่นดินยุโรป ก่อนซิวโทรฟี่โกปา เดล เรย์ กับ "ลอส เช"

    และเป็น เชลซี ที่เช็คบิล มาต้า จากยอดทีมแห่งแคว้นบาเลนเซีย ด้วยราคา 26.7 ล้านยูโร ในปี 2011 จากนั้นเขาก็กลายแกนหลักของทัพ "สิงห์บลูส์" พร้อมกับการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ, ยูโรปา ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงเวลา 2 ปีครึ่ง ก่อนเดินหน้าสู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงต้นปี 2014 ด้วยค่าตัว 44.7 ล้านยูโร


pic : zimbio, Real Madrid
Facebook Comment