breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

ท็อป 4 ทีมทริปเปิ้ลแชมป์

อัพเดตเมื่อ : May 27, 2015 9:57am โดย : Cruz

    1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
    (ตำแหน่งแชมป์ ซีซั่น 1998-1999 : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)



    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาทวงความยิ่งใหญ่คืนจาก อาร์เซ่น่อล เมื่อลูกทีม "ปืนใหญ่" ของเทรนเนอร์ อาร์เซน เวนเกอร์ ซิวดับเบิ้ลแชมป์ (พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ) ในฤดูกาล 1997-98 โดย
พลพรรค "ปีศาจแดง" เริ่มต้นด้วยการทุบเอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของซีซั่น และคว้าแชมป์ลีกด้วยการมีแต้มเหนือ "เดอะ กันเนอร์ส" เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

    ก่อนตอกย้ำ อาร์เซน่อล กับการเฉือน "ปืนโต" 2-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบรองชนะเลิศของเอฟเอ คัพ และเชือด นิวคาสเซิ่ล ในเกมชิงดำเอฟเอ คัพ จากนั้นจึงปิดฉากซีซั่นด้วยการกด 2 ตุงพลิกแซง บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ "ยูไนเต็ด" เป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ในฤดูกาลเดียวกัน

    2. บาร์เซโลน่า
    (ตำแหน่งแชมป์ ซีซั่น 2008-2009 : ลา ลีกา สเปน, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)



    เมื่อหมดยุคทองของ บาร์เซโลน่า ภายใต้การกุมทีมของ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด และต้องตกเป็นรอง เรอัล มาดริด อยู่ 2 ปี "อาซูลกราน่า" ก็กลับมาคืนบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดเมืองกระทิงได้อีกครั้ง เมื่อยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า เลือกเลื่อน โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า อดีตกัปตันทีมระดับตำนานขึ้นมารั้งบังเหียนทีมชุดใหญ่จาก บาร์เซโลน่า เบ

    และทีมของ "เป๊ป" ซึ่งขับเคลื่อนโดยบรรดานักเตะลูกหม้อจากลา มาเซีย อย่าง ลิโอเนล เมสซี่, ชาบี เอร์นานเดซ, การ์เลส ปูโยล, บิคตอร์ บัลเดส, อันเดรส อิเนียสต้า, เซร์คิโอ บุสเก็ตต์, เคราร์ด ปิเก้ และ เปโดร โรดริเกซ ก็สามารถกวาดทั้งแชมป์ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และแชมเปี้ยนส์ ลีก มาตั้งยังถิ่นคัมป์ นู ก่อนต่อยอดด้วยการซิวแชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ และคลับ เวิล์ด คัพ

    3. อินเตอร์ มิลาน
    (ตำแหน่งแชมป์ ซีซั่น 2009-2010 : กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, โคปปา อิตาเลีย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)



    อินเตอร์ มิลาน สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอิตาลีภายหลังคดีกัลโช่โปลี และเจ้า "งูใหญ่" ต้องการก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จมากขึ้นบนเวทียุโรป ทำให้อดีตประธานสโมสรอย่าง มัสซิโม่ โมรัตติ ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือในรั้วจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า จาก โรแบร์โต้ มันชินี่ มาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่

    และซีซั่นที่ 2 ในซาน ซิโร่ เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสก็จัดการเสกแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ "เนรัซซูรี่" จนได้ ซึ่งเป็นการยุติการรอคอยโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" องยอดทีมแห่งเมืองมิลานมายาวนานกว่า 45 ปี รวมกับแชมป์สคูเด็ตโต้ และโคปปา อิตาเลีย ทำให้ อินเตอร์ เป็นทีมสัญชาติอิตาเลียนสโมสรแรกที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์

    4. บาเยิร์น มิวนิค
    (ตำแหน่งแชมป์ ซีซั่น 2012-2013 : บุนเดสลีกา เยอรมัน, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

   

    ภายหลังตกอยู่ภายใต่ร่มเงา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2 ปี โดยเฉพาะฤดูกาล 20011-12 บาเยิร์น ต้องกลายเป็นพระรองทั้ง 3 รายการสำคัญคือการจบอันดับ 2 ในบุนเดสลีกา รองจาก ดอร์ทมุนด์, ปราชัยนัดชิงชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาล กับ "เสือเหลือง" และพ่ายจุดโทษ เชลซี ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก บนสังเวียนอัลลิอันซ์-อารีน่า รั้งเหย้าของตัวเอง

    ทว่าซีซั่นต่อมาทีมของเทรนเนอร์ จุปป์ ไฮย์เกส กลับมาผงาดประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการที่เคยพลาดทั้งหมดมาตั้งไว้ที่แคว้นบาวาเรีย คือแชมป์บุนเดสลีกา กับ เดเอฟเบ โพคาล และโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" กับการเชือดเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ในชนะเลิศ





    และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้เราอาจได้เห็นแชมป์ "บิ๊กเอียร์" เป็นทีมทริปเปิ้ลแชมป์ เมื่อคู่ชิงชนะเลิศที่สนามโอลิมเปีย สตาดิโอน แบร์ลิน กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2015 เป็นการดวลกันระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ ยูเวนตุส

    โดยซีซั่นนี้ "ยูเว่" กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ภายในประเทศอย่างเซเรีย อา กับ โคปปา อิตาเลีย ไปแล้ว ฟาก "บาร์ซ่า" แม้เพิ่งซิวไปเพียงลา ลีกา แต่ก็ยังมีลุ้น 2 โทรฟี่ในเมืองกระทิงเช่นกัน เมื่อ "อาซูลกราน่า" มีโปรแกรมลงเล่นนัดชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์ กับ แอธเลติก บิลเบา ที่คัมป์ นู วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้



pic : /twitter.com/ChampionsLeague
Facebook Comment