breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

5 ดาวซัลโวท็อป 5 ลีกยุโรป

อัพเดตเมื่อ : June 01, 2015 10:53am โดย : Cruz

     
    ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ฤดูกาล 2014-15 ของ 5 ลีกสูงสุดชั้นนำของแผ่นดินยุโรปคือ ลา ลีกา, บุนเดสลีกา, พรีเมียร์ลีก, เซเรีย อา และลีก เอิง และแน่นอนว่าเมื่อจบฤดูกาลแต่ละก็ต้องมีนักเตะที่ครองตำแหน่งดาวซัลโว หรือดาวยิงสูงสุดประจำซีซั่น วันนี้ "Cheerball.com" เราจึงมีเส้นทางในการลั่นสกอร์จนกลายมาเป็นดาวซัลโวทั้ง 5 ลีก มาให้ติดตามอ่านกันครับ!!



    บุนเดสลีกา เยอรมัน
    อเล็กซานเดอร์ ไมเออร์
(ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต : 19 ประตู - 24 เกม)


    เซอร์ไพรส์ไม่น้อยทีเดียวสำหรับดาวซัลโวบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2014-15 เมื่อ ไมเออร์ ศูนย์หน้าตัวเก๋าของ แฟร้งค์เฟิร์ต เป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดบนเวทีลีกสูงสุดเมืองเบียร์ซีซั่นนี้ โดยลั่นสกอร์ได้มากกว่าซูเปอร์สตาร์ของเหล่าสโมสรยักษ์ใหญ่คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ อาร์เยน ร็อบเบน (17 ประตูเท่ากัน) และ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง กับ บาส ดอสท์ (16 ประตูเท่ากัน)

    และเมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบภายในทีมของ ไมเออร์ และทัพ "อินทรีแดงดำ" เองก็ไม่ได้ทำผลงานร้อนแรงก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 9 บนตารางคะแนน แต่หากย้อนดูสถิติเก่าๆของเขาก็จะพบว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเมื่อดาวยิงวัย 32 ปียิงประตูอย่างสม่ำเสมอป้อน แฟร้งค์เฟิร์ต จากการล่าตาข่ายกว่าทศวรรษในรั้วคอมแมร์ชมังก์ อารีน่า


    กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
  
 ลูก้า โทนี่ (เฮลลาส เวโรน่า : 22 ประตู - 36 เกม)
    เมาโร อิการ์ดี้
(อินเตอร์ มิลาน : 22 ประตู - 36 เกม)




    โทนี่ กลับมาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้งเหมือนสมัยกระโดดขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และแม้ว่าอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอิตาลีจะเข้าสู่ช่วยท้ายอาชีพการค้าแข้งด้วยวัย 38 ปี แต่เขาก็ยังผลิตสกอร์ป้อน เวโรน่า เตะหลัก 20 ประตูเป็นที่สองติดต่อกัน

     ขณะที่ อิการดี้ ก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังสำคัญอย่างเต็มตัวของ อินเตอร์ ในฤดูกาล เมื่อหัวหอกวัย 22 ปีจัดการกระทุ้งตาข่ายเกินหลัก 20 ประตูได้เป็นครั้งแรก ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งกองหน้าดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้ ทว่าน่าเสียดายประตูของเขาไม่สามารถช่วยให้เจ้า "งูใหญ่" กลับมาบินสูงได้ในซีซั่นนี้


    พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน”
(แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 26 ประตู - 33 เกม)

   
    อเกวโร่ “กุน” ยังคงเป็นเครื่องจักรถล่มประตูชั้นยอดเสมอสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และตลอด 4 ซีซั่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม (ซีซั้่นที่ 1-23 ประตู, ซีซั้่นที่ 2-12 ประตู และซีซั้่นที่ 3-17 ประตู) ฤดูกาลนี้เป็นปีที่ศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนตินา สังหารประตูได้มากที่สุด

    ซึ่งแม้การผลิตสกอร์ของ “กุน”  จะไม่สามารถทดแทน ยาย่า ตูเร่ ซึ่งฟอร์มตกลงไปได้ดีเพียงพอจนทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีลุ้นแชมป์กับ เชลซี แต่ก็ยังส่งใ
ห้ยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ กลับขึ้นมาจบอันดับที่ 2 บนตารางคะแนนได้

    โดยปีนี้หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งเหมือนเคย แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาอยู่ในสนานก็มักสามารถซัดประตูป้อน "เดอะ ซิตี้เซนต์" ได้เสมอ จนคว้าตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2014-15 เหนือ แฮร์รี่ เคน (21 ประตู) กับ ดีเอโก้ คอสต้า (20 ประตู)


    ลีก เอิง ฝรั่งเศส
    อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์
(โอลิมปิก ลียง : 27 ประตู - 33 เกม)


    หัวหอกลูกหม้อของ ลียง เจาะตาข่ายในลีก เอิง ซีซั่นนี้เอาชนะกองหน้าระดับหัวแถวของยุโรปได้ทั้ง อ็องเดร-ปิแอร์ ชีญัก (21 ประตู), ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (19 ประตู) และ เอดินสัน คาวานี่ (21 ประตู)

    และด้วยวัย 24 ปี ทำให้ ลากาแซ็ตต์ ถูกคาดหมายเอาไว้สำหรับการเป็นตัวหลักของทีมชาติฝรั่งเศสกับยูโร 2016 ในฐานะเจ้าภาพ รวมทั้งได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ แน่นอนว่าเขาก็จัดการคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของลีก เอิง ฤดูกาล 2014-15 มาครอง

    ดาวยิงชาวเฟร้นซ์กระทุ้งตาข่ายให้ "โอแอล" ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาสถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เขากดถึง 10 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด น่าเสียดายที่ช่วงท้ายซีซั่นดาวเตะทัพ "ตราไก่" ออกอาการปืนฝืดเล็กน้อยจน ลียง แกร่งไม่พอขับเคี่ยวแชมป์กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง


    ลา ลีกา สเปน
    คริสเตียโน่ โรนัลโด้
(เรอัล มาดริด : 48 ประตู - 35 เกม)


    แม้ว่ากัปตันทีมชาติโปรตุเกสจะโดนวิจารณ์อย่างต่อเนื่องถึงผลงานที่ตกลงไปนับตั้งแต่เขาซิวรางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2014 และปี 2014 ที่ยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด กับการกวาดทั้งแชมป์โกปา เดล เรย์, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และคลับ เวิล์ด คัพ (สโมสรโลก) มาตั้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว

    และแม้ "ราชันชุดขาว" จะไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือเลยในฤดูกาลนี้ แต่ยอดทีมแห่งกรุงมาดริดยังมี 1 รางวัลปลอบใจกับตำแหน่งดาวซัลโวของ โรนัลโด้ ที่จัดการตะบันถึง 48 ประตูเหนือทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ (43 ประตู) และ เนย์มาร์ จูเนียร์ กับ อองตวน กรีซมันน์ (22 ประตูเท่ากัน) ซึ่งเป็นจำนวนการใส่สกอร์มากที่สุดนับตั้งแต่แข้งชาวโปรตุกีสย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาค้าแข้งในยังกรุงมาดริด เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

    
pic : zimbio
Facebook Comment