breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ย้อนดูผลงาน 3 กุนซือชาวอิตาเลี่ยนในเยอรมันก่อนถึงคิวอันเชล็อตติ"

อัพเดตเมื่อ : January 27, 2016 7:31pm โดย : Cruz.

    บาเยิร์น มิวนิค สโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนแผนดินเยอรมันยืนยันแล้วว่า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่คว้าแชมป์กับทีมต้นสังกัดมาแล้วมากมายทั้งในอิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และสเปน จะเข้ามากุมบังเหียนในถิ่นอัลลิอันซ์-อารีน่า ในซีซั่นหน้าแทนที่ตำแหน่งของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ที่กำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาล 2015-16 นี้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีเฮดโค้ชชาวอิตาเลี่ยนมาฝากฝีไม้ลายมือการคุมทีมในเวทีบุนเดสลีกามาบ้างแล้ว ซึ่งจะมีผู้จัดการทีมคนไหนกันบ้างนั้น วันนี้ทีมงาน "CHEERBALL.com" เรามีสกู๊ปมาให้ติดตามกันครับ!!!!!


    เนวิโอ สกาล่า

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (197-98)


    ดอร์ทมุนด์ เลือกแทนที่ตำแหน่งเทรนเนอร์ของ อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ที่พาทัพ "เสือเหลือง" คว้า 2 ถาดแชมป์บุนเดสลีกา, 2 แชมป์เดเอฟเบ-โพคาล และ 1 โทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ในฤดูกาล 1996-97) ซึ่งถูก บาเยิร์น มิวนิค ดึงไม่รั้งบังเหียนที่แคว้นบาวาเรีย ด้วย สกาล่า ซึ่งสร้างชื่อด้วยการนำ ปาร์ม่า เลื่อนชึ้นจากเซเรีย บี มาตะบันเพลงแข้งบนเวทีเซเรีย อา พร้อมวิ่งชนความสำเร็จกับตำแหน่งแชมป์โคปปา อิตาเลีย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และยูฟ่า คัพ

    ทว่าทีมของอดีตเฮดโค้ช เบซิคตัส และ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค กลับมีเพียงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ (หรือฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ในปัจจุบัน) แม้จะมีเหล่าสตาร์ชุดเดิมอาทิเช่น มัทธีอัส ซามเมอร์, เปาโล ซูซ่า, เจอร์เก้น โคห์เลอร์, พอล แลมเบิร์ต และ อันเดรียส โมลเลอร์ ทำให้ สกาล่า มีโอกาสคุมทีมในถิ่นเวสต์ฟาเล่น สตาดิโอน เพียงปีเดียว


    โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ
    ชาลเก้ (2014-15)


    หลังวางงานนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2012 ที่ถูก เชลซี ปลดออกจากตำแหน่ง 6 เดือนให้หลังจากที่ ดิ มัตเตโอ พาทัพ "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ กับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนกระทั่งตุลาคม 2014 อดีตผู้จัดการทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก็ถูกแต่งตั้งในมากุมบังเหียนในรั้วเฟลตินส์-อารีน่า โดยอดีตมิดฟิลด์ เชลซี และ ลาซิโอ ถือว่าเฮดโค้ชชาวอิตาเลี่ยนรายที่ 3 ในเวทีบุนเดสลีกาเท่านั้นถัดจาก โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ และ เนวิโอ สกาล่า

    และด้วยขุมกำลังที่นำโดย เบเนดิกท์ เฮอเวเดส, คลาส แยน ฮุนเตลาร์, เอริก มักซิม ชูโป-โมติง, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, ซิดนีย์ แซม และ เควิน-พริ้นซ์ บัวเต็ง ทำให้ "เดอะ รอยัลบลูส์" ต้องมองถึงการจบซีซั่นในพื้นแชมเปี้ยนส์ ลีก ทว่าการเข้าป้ายเพียงอันดับ 6 บนตารางคะแนน ก็ทำให้ "ราชันสีน้ำเงิน" กับ ดิ มัตเตโอ ต้องแยกทางกันหลังผ่านไปเพียง 7 เดือนเท่านั้น


    โจวานนี่ ตราปัตโตนี่
    บาเยิร์น มิวนิค (1994-95 กับ 1996-98) และ สตุ๊ตการ์ท (2005-06)


    หลังจากผ่านการคุมชั้นนำของอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ตราปัตโตนี่ ก็เลือกออกมาหาความท้าทายต่างแดนครั้งแรกกับ บาเยิร์น เมื่อในช่วงเวลา 3 ปีหลังหมดยุคของเทรนเนอร์ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ยอดทีมแห่งแคว้าบาวาเรียมีเพียง 1 ถาดแชมป์บุนเดสลีกาติดมือเท่านั้น ทว่ากุนซือชาวอิตาเลี่ยนยังไม่อาจบัลดาลความสำเร็จให้กับทัพ "เสือใต้" ได้ และต้องลงจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาล

    อย่างไรก็ตามในอีกหนึ่งปีต่อ บาเยิร์น ก็แต่งตั้งให้ ตราปัตโตนี่ กลับมารั้งบังเหียนอีกครั้ง และหนนี้อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอิตาลีก็สามารถแก้มือได้ด้วยการนำโทรฟี่มาตั้งในรั้วโอลิมเปียสตาดิโอนกับแชมป์บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ-โพคาล อย่างละ 1 สมัย จากนั้นในปี 2005 ตราปัตโตนี่ ก็กลับมารับงานในเยอรมันเป็นครั้งที่ 3 กับ สตุ๊ตการ์ท ทว่ากับผลงานที่น่าผิดหวัง และปัญหาภายในทีม ทำให้ ขรัวเฒ่าชาวอิตาเลี่ยนโดน "ม้าขาว" เด้งในช่วงเวลาเพียง 7 เดือนที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ อารีน่า

pic : 20min.ch, readfootball.com, Bongart, EPA
Facebook Comment