breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ย้อนชม 4 หัวหอกตัวเก๋าที่โยกล่าตาข่ายในอังกฤษก่อนถึงคิว อิบรา?"

อัพเดตเมื่อ : February 22, 2016 9:30pm โดย : Cruz.


    หลังจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกกัปตันทีมชาติสวีเดนวัย 34 ปีของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่คว้าแชมป์ลีกมาแล้วทั้งในฮอลแลนด์, อิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส เปิดเผยแล้วว่าจะไม่ปิดโอกาสตัวเองสำหรับการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังหมดสัญญาที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 นี้ ท่ามกลางรายงานข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อร่วมงานอีกครั้งกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตบอสของเขาที่ อินเตอร์ มิลาน



    และแม้ยอดดาวยิงชาวสวีดิชจะถูกตั้งคำถามเรื่องของอายุอานามที่อาจมากเกินไปสำหรับการมาค้าแข้งบนเกาะอังกฤษ พร้อมกับแบกความหวังของทีมเหมือนกับทุกต้นส้งกัดของเขาที่ผ่านมา แต่จนกระทั่งตอนนี้ อิบราฮิโมวิช ก็ยังสามารถลั่นสกอร์ป้อน เปแอสเช ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังเพิ่งก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของยอดทีมแห่งกรุงปารีสจากการกระทุ้ง 134 ประตู



    แต่ก่อนที่อดีตศูนย์หน้า บาร์เซโลน่า จะเซ็นสัญญากับสโมสรในอังกฤษจริงๆ วันนี้ทีมงาน "CHEERBALL.com" เรามีสกู๊ปของเรื่องราวเหล่ากองหน้าที่เลือกมาล่าตาข่ายในพรีเมียร์ลีกช่วงบั้นปลายอาชีพการค้าแข้งของพวกเขามาให้ติดตามกันครับ!!!!!



    ดาวอร์ ซูเคอร์
    (อาร์เซน่อล ระหว่างปี 1999-2000 / เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2000-2001)


    ซูเคอร์ ย้ายมาค้าแข้งในเมืองผู้ดีในขณะที่วัย 31 ปีกับ อาร์เซน่อล หลังผ่านประสบการณ์โชกโชนมากับ ดินาโม ซาเกรบ, เซบีย่า และ เรอัล มาดริด โดยเฉพาะ "โลส บลังโกส" ต้นสังกัดที่อดีตศูนย์หน้าทีมชาติโครเอเชียประสบความสำเร็จมากที่สุดกับแชมป์ลา ลีกา, ซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งในนามทีมชาติกับสำหรับการคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 1998

    กับชั่วโมงบินที่สูง และความเฉียบคมในการจบสกอร์ที่ยังฝากความหวังได้ ทำให้อดีตกองหน้าชาวโครแอตทำผลงานได้น่าประทับใจทีเดียวกับทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ด้วยการกระทุ้ง 8 ประตูจากการลงสนาม 22 เกมพรีเมียร์ลีก ทว่าน่าเสียดายที่ฤดูกาลดังกล่าวทีมของเทรนเนอร์ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือ ก่อนที่ซีซั่นถัดมาดาวซัลโวฟร็องซ์ 98 จะย้ายไปร่วมทีมร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เวสต์แฮม


    จานลูก้า วิอัลลี่
    (เชลซี ระหว่างปี 1996-1999)


    หลังจากแจ้งเกิดโด่งดังเป็นพลุแตกกับ ซามพ์โดเรีย และย้ายมากอบโกยความสำเร็จกับ ยูเวนตุส การัันตีด้วยตำแหน่งแชมป์เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย, ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า, ยูฟ่า คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากนั้น วิอัลลี่ ก็เลือกโยกค้าแข้งต่างแดนครั้งแรกด้วยวัย 32 กะรัตกับ เชลซี พร้อมเพื่อนร่วมชาติอย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กับ จานฟรังโก้ โซล่า

    และแม้อายุอานามจะมากขึ้นรวมทั้งต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ในพรีเมียร์ลีก แต่อดีตกองหน้าตัวเป้าทีมชาติอิตาลีก็ยังสามารถรักษามาตรฐานการจบสกอร์ของตัวเองได้ในระดับที่ดีทีเดียวจากการล่าตาข่าย 3 ฤดูกาลในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, คัพ วินเนอร์ส คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ กับทัพ "สิงห์บลูส์" ก่อนถูกดันขึ้นมาควบหน้าที่นักเตะ และผู้จัดการทีมของ เชลซี เมื่อ รุด กุลลิท โดนปลดในช่วงต้นปี 1998 ซึ่ง วิอัลลี่ ก็ทำได้ดีไม่น้อยเลยในบทบาทเฮดโค้ชกับยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน


    เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์
    (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระหว่างปี 1994-1995 รอบ 2 สัญญายืมตัว 6 เดือนระหว่างปี 1998)


    อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์ฟุตบอล 1990 กับแชมป์ยูโร 1996 ในขณะที่วัย 30 ปีเลือกย้ายมาหาความท้าทายใหม่ๆบนเกาะอังกฤษกับ สเปอร์ส หลังผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับ สตุ๊ตการ์ท, อินเตอร์ และ โมนาโก และ คลิ้นส์มันน์ ก็กลายเป็นขวัญใจของสาวก "ไก่เดือยทอง" ทันทีด้วยผลงานกระทุ้ง 30 ประตูจากการลงสนาม 50 นัดในทุกรายการในซีซั่นแรกกับยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน

    ก่อนย้ายกลับบ้านเกิดในปีถัดมากับ บาเยิร์น ต่อด้วย ซามพ์โดเรีย ทว่าอดีตบุนเดสเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันก็เล่นในอิตาลีเพียง 6 เดือน และเลือกกลับมาล่าตาข่ายในรังไวท ฮาร์ เลน อีกครั้ง และ คลิ้นส์มันน์ ก็ยังเป็นฮีโร่ของทีมด้วยการกด 9 ใน 15 เกมพรีเมียร์ลีกช่วย สเปอร์ส รอดจากการตกชั้นในฤดูกาล 1997-1998


    เฮนริค ลาร์สสัน
    (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สัญญายืมตัว 2 เดือนระหว่างปี 2007)


    ตำนานศูนย์หน้าชาวสวีดิชในวัย 35 ปีเพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดกับ เฮลซิงบอร์กส์ ได้เพียงครึ่งปีนับตั้งแต่อำลา บาร์เซโลน่า ที่ ลาร์สสัน ทั้งประสบความสำเร็จ และอิ่มตัวกับ "อาซูลกราน่า" ซึ่งหลังการแข่งขันออลสเวนส์คาน สวีเดน จบฤดูกาล 2006 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ผู้จัดการทีมก็จัดการดึงอดีตดาวยิง กลาสโกว์ เซลติก มาล่าตาข่ายยังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาช่วยทัพ "เร้ด เดวิลส์" ที่กำลังไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2006-07

    ด้วยประสบการณ์, ความเป็นมืออาชีพ, ทัศนคติ และสัญชาตญาณการจบสกอร์ พร้อมผลงานซัด 3 ประตูจากการลงสนาม 13 นัดในทุกรายการกับยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ทำให้อดีตหัวหอกทีมชาติสวีเดนกลายเป็นที่รักสาวก "ปีศาจแดง" จนกระทั่งทุกวันนี้ แม้สวมเครื่องแบบ "ยูไนเต็ด" เพียง 10 สัปดาห์ระหว่าง 2 มกราคม 2007-12 มีนาคม 2007

pic : dailymail.co.uk
Facebook Comment