breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

ย้อนเช็คผลงาน 4 กุนชือชาวอิตาเลี่ยนของสิงห์บลูส์ก่อนถึงมือคอนเต้?

อัพเดตเมื่อ : March 02, 2016 12:38am โดย : Cruz.

 
  
    นับจนถึงขณะนี้ตัวเต็งสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เชลซี ในฤดูกาลหน้าเพื่อแทนที่ตำแหน่งของ กุส ฮิดดิ้งค์ ยังเป็น อันโตนิโอ คอนเต้ บอสชาวอิตาเลี่ยนผู้ปลุก ยูเวนตุส กลับมาท่วงความยิ่งใหญ่ในอิตาลี ซึ่งเหลือสัญญาคุมทีมชาติอิตาลีเพียงจบทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 รอบสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศสกลางปี 2016 นี้เท่านั้น
    และตัวแทนทั้งของ คอนเต้ กับ "สิงห์บลูส์" ก็ได้เริ่มต้นการเจรจากันแล้วด้วย แต่ก่อนที่ "อิล ชิที." ของทัพ "อัซซูรี่" จะเซ็นสัญญากับ เชลซี จริงๆนั้นวันนี้ทีมงาน
"CHEERBALL.com" เรามีสกู๊ปเรื่องราวของเหล่าเทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนที่เคยมาฝากฝีมือกุมเหียนในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ติดตามกันครับ!!!!!



     จานลูก้า วิอัลลี่
    (ระหว่างกุมภาพันธ์ 1998 - กันยายน 2000)


    อดีตศูนย์หน้า ยูเวนตุส เพิ่งย้ายมาล่าตาข่ายในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เพียงปีครึ่งเท่านั้น วิอัลลี่ ก็ถูกแต่งตั้งให้มารับหน้าที่เพลย์เยอร์-เมเนเจอร์ ในช่วงกลางซีซั่น 1997-98 หลังการปลด รุด กุลลิท ออกจากตำแหน่งกุนซือ และทีมของเทรนเนอร์มือใหม่วัย 33 ปีก็ทำผลงานได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อกับการจบอันดับ 4 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก พร้อมคว้าแชมป์ลีก คัพ มาครอง

    ฤดูกาลถัดมาอดีตดาวยิงทีมชาติอิตาลียังควบทั้งสองบทบาท และ "สิงห์บลูส์" ก็ยังฮอตด้วยการเข้าป้ายอันดับ 3 บนตารางคะแนน โดยที่มีแต้มตามหลังทีมแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 4 คะแนนเท่านั้น ทำให้ วิอัลลี่ เลือกรีไทร์ และรับตำแหน่งผู้จัดการทีมเต็มตัวในซีซั่นต่อมา ซึ่งยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชชาวอิตาเลี่ยนก็ยังต่อยอดความสำเร็จด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ


    เคลาดิโอ รานิเอรี่
    (ระหว่างกันยายน 2000 - พฤษภาคม 2004)


    รานิเอรี่ ที่ผ่านประสบการณ์คุมทีมโชกโชนทั้งกับ นาโปลี, ฟิออเรนติน่า, บาเลนเซีย และ แอตเลติโก มาดริด ถูกดึถึงเข้ามาทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2000-2001 แทนที่ จานลูก้า วิอัลลี่ ก่อนพาทีมจบอันดับ 6 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ก่อนนำมาซึ่งการลงทุน 30 ล้านปอนด์ด้วยเหล่าแข้งใหม่ทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เอ็มมานูเอล เปอตีต์, เบาเดอไวน์ เซนเด้น, เยสเปอร์ กรุนชาร์ และ วิลเลี่ยม กัลลาส ทว่าพวกเขายังจบเพียงอันดับ 6 ในลีก และรองแชมป์เอฟเอ คัพ ส่วนซีซั่นถัดมาก็กระเตื้องขึ้นมาในอันดับ 4

    และในปี 2003 ก็เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ จาการเทคโอเวอร์ทีมของ โรมัน อบราโมวิช และแม้ รานิเอรี่ จะเกือบถูกแทนที่โดย สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในเวลานั้น แต่สุดท้าย "ทิงเกอร์แมน" ก็ยังได้ทำทีมต่อด้วยเหล่าแข้งใหม่มูลค่ารวมกันกว่า 120 ล้านปอนด์ทั้ง โคล้ด มาเกเลเล่, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, อาเดรียน มูตู, ฌเรมี่ เอ็นฌิตัป, เวย์น บริดจ์, โจ โคล, เกล็น จอห์นสัน, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และ เอร์นัน เครสโป ทำให้ "สิงห์บลูส์" บินสูงจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ก็ไม่เพียงพอให้บอสชาวอิตาเลี่ยนได้ไปต่อ ก่อนเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มาสร้างทีม "สิงโตพันล้าน" แทน



    คาร์โล อันเชล็อตติ
    (ระหว่างกรกฏาคม 2009 - พฤษภาคม 2011)


    อดีตเฮดโค้ช ยูเวนตุส ถูกดึงเข้ามารับงานต่อจากกุนซือรักษาการ กุส ฮิดดิ้งค์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2009 เพื่อสานฝันพาทัพ "สิงห์บลูส์" ลุ้นผงาดครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ โรมัน อบราโมวิช จากดีกรีที่ อันเชล็อตติ เคยนำ เอซี มิลาน คว้าโทรฟี่แชมป์ "บิ๊กเอียร์" ถึง 2 สมัยกับการชิงดำ ยูซีแอล 3 ครั้ง ก่อนเสริมทัพด้วย แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ยูริ เซียร์คอฟ และ เนมานย่า มาติช มาผนึกกำลังกับ จอห์น เทอร์รี่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ปีเตอร์ เช็ก, ฟลอร็องต์ มาลูด้า, นิโกล่าส์ อเนลก้า, มิชาเอล บัลลัค, เดโก้, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, แอชลี่ย์ โคล, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา

    ทว่ายอดทีมแห่งกรุงลอนดอนกลับจอดเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนก็แก้ตัวด้วยการส่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ โดยที่ยิงได้มากถึง 103 ประตู และกลายเป็นทีมแรกที่ทำได้มากกว่า 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก และตบท้ายฤดูกาลด้วยโทรฟี่แชมป์เอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นการครองดับเบิ้ลหนแรกของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อีกด้วย อย่างไรก็ตามปีถัดมา "สิงห์บลูส์" กลับแรงตกแม้จะนำเข้า ยอสซี่ เบนายูน กับ รามิเรส และในฤดูหนาวด้วย เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ ดาวิด ลุยซ์ และจบซีซั่นแบบไร้แชมป์ติดมือ ทำให้ อันเชล็อตติ ต้องตกเก้าอี้ไปตามระเบียบของเสี่ยหมี


    โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ
    (ระหว่างมีนาคม 2012 - พฤศจิกายน 2012)


    โรมัน อบราโมวิช และบอร์ดบริหาร เชลซี เลือกแต่งตั้ง ดิ มัตเตโอ อดีตมิดฟิลด์ของทีม และมือขวาของ อังเดร วิลลาส-โบอาส มารับตำแหน่งกุนซือรักษาการหลังปลด เอวีบี ในช่วงท้ายของของฤดูกาล 2011-12 และแม้ทีมของกุนซือชาวอิตาเลี่ยนจะจบเพียงอันดับ 6 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก แต่ "สิงห์บลูส์" ที่เล่นด้วยแท็คติกเน้นความรัดกุมในเกมรับก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร พ่วงด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ อีกใบ

    ผลงานดังกล่าวทำให้ ดิ มัตเตโอ ได้สัญญาถาวร 2 ปีทำงานต่อไปในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์  ก่อนเสริมทัพด้วย เอแด็น อาซาร์, มาร์โค มาริน, ออสการ์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ วิคเตอร์ โมเซส ทว่าด้วยผลงานที่ไม่สม่ำเสมอช่วงปลายปี 2012 ในพรีเมียร์ลีก และสถานการณ์ที่สุ่มเสียงต่อการตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูซีแอล ก็ทำให้อดีตผู้จัดการทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต้องหลุดออกจากตำแหน่ง

pic : dailymail.co.uk
Facebook Comment