breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

UCL รอบ 16 ทีมสุดท้ายแห่งความทรงจำ

อัพเดตเมื่อ : February 19, 2014 3:00pm โดย : admin

     หลังจากห่างหายกันไปนาน ในที่สุด ฟุตบอล "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย" ซึ่งเป็นรอบน็อคเอาท์ ก็กลับมาเตะกันอีกครั้งหลังเว้นวรรคไปนานกว่าสองเดือน ซึ่งผลเป็นอย่างไรหลายคนก็คงทราบดีกันแล้ว วันนี้ เราจะนำทุกท่านย้อนกลับไปดูถึง "รอบ 16 ทีมสุดท้าย" ในความทรงจำ 5 คู่ ที่สนุกตื่นเต้น เข้มข้น ดราม่าคละเคล้ากันไปหลายอารมณ์ ซึ่งจะมีคู่ไหนติดโผกันบ้างนั้น เราได้คัดสรรมาให้ท่านชมแล้ว ณ ที่นี้



     5.ชาลเก้ 1-1 ปอร์โต้ ปี 2008 (ประตูรวมสองนัด 1-1)

     แมตช์นี้อาจจะไม่น่าสนใจหรือยิ่งใหญ่นักในสายตาใครหลายคน แต่เป็นแมตช์ซึ่งถือว่า "แจ้งเกิด" เต็มตัว ของ "มานูเอล นอยเออร์" นายทวารร่างอวบชาวเยอรมัน

     ในนัดแรกนัด ชาลเก้ชนะมาก่อน 1-0 ก่อนไปเยือนปอร์โต้ในนัดที่สอง ซึ่งนัดนี้ มานูเอล นอยเออร์ โชว์ฟอร์มพระเอก เมื่อเซฟลูกยิงยาก ๆ ได้หลายสิบครั้ง แม้จะโดน "ลิซานโดร โลเปซ" กองหน้าตัวเก่งของปอร์โต้ ยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกม ทำให้เกมสองนัดประตูรวมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษและยืดเยื้อถึงยิงจุดโทษ ซึ่ง "นอยเออร์" ก็กลายเป็นพระเอกไปทันที เมื่อเซฟจุดโทษได้ถึงสองครั้ง พาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างสง่างาม



     4.บาร์เซโลน่า 4-0 มิลาน ปี 2013 (ประตูรวมสองนัด 4-2)
    
     เมื่อ เอซี มิลาน ถูกประกบคู่เจอกับ บาร์เซโลน่า ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้คู่นี้ถือเป็น ยักษ์ชนยักษ์อย่างแท้จริง แล้วก็เป็น มิลาน ที่ฟอร์มไม่ค่อยดีนักในช่วงนั้น ทำช็อกโลกชนะไปก่อนในนัดแรก 2-0 จากการทำประตูของ เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง และ ซุลลี่ย์ มุนตารี่ สองดาวดังทีมชาติกาน่า ในแมตช์ที่มิลานเล่นได้ดีมาก

     แต่เมื่อนัดถึงนัดที่สอง ลิโอเนล เมสซี่ ก็จัดการถอนแค้นคืนด้วยการยิงคนเดียวสองประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาวิด บีญ่า จะมาบวกประตูที่สาม และยังไม่หนำใจเมื่อในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฆอร์ดี้ อัลบา มายิงประตูปิดท้ายให้บาร์เซโลน่าชนะไปท่วมท้น 4-0 ส่งมิลานกลับบ้านไปก่อนอย่างรวดเร็ว นัดว่าเป็นการถอนแค้นที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ



     3.อาร์เซน่อล 3-0 มิลาน ปี 2012 (ประตูรวมสองนัด 4-3)

     โอกาสของอาร์เซน่อลดูจะริบหรี่  เมื่อนัดแรกออกไปพ่ายมิลานที่ซาน ซิโร่ มาก่อนถึง 4-0 และทุกคนคิดว่าเกมคงจะจบลงแล้ว แต่ด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล ทำให้อาร์เซน่อลต้องฮึดสู้อย่างเต็มที่ในนัดที่สอง แล้วเกมก็เป็นไปอย่างเร้าใจ เมื่อครึ่งแรกอาร์เซน่อลยิงประตูไป 3-0 ทำให้ความกดดันตกไปอยู่ที่มิลานแทน แต่สุดท้ายก็เป็นมิลานที่ยันสกอร์นี้เอาไว้ได้จนจบเกม แม้อาร์เซน่อลจะไม่เข้ารอบ แต่สำหรับแฟน ๆ การแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ไม่ยอมแพ้ ย่อมน่าพึงพอใจแล้ว



     2.เชลซี 4-1 นาโปลี 2012 (ประตูรวมสองนัด 5-4)

     การที่ อังเดร วิลลาส โบอาส พาเชลซีไปแพ้นาโปลีมาก่อนในนัดแรก 3-1 ส่งผลให้โบอาสถูกไล่ออกทันที และโอกาสของเข้ารอบเชลซีก็ริบหรี่เต็มทน เมื่อคนมาแทนคือ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ้ กุนซือชั่วคราวที่เป็นอดีตนักเตะของทีมเอง และไม่เคยคุมทีมใหญ่มาก่อน แต่ด้วยการปลุกเร้าของ ดิ มัตเตโอ้ ทำให้นัดที่สอง เชลซีเหมือนเปลี่ยนเป็นอีกทีมหนึ่ง เมื่อ ดิดิเย่ร์ ดรอกบา และ จอห์น เทอรี่ โหม่งคนละประตูให้ทีมนำไปก่อน เกมดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่าย เมื่อ อินแลร์ ยิงประตูให้นาโปลี ส่งผลให้เชลซีต้องเล่นยากขึ้น ก่อนที่จะได้ประตูจากจุดโทษของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ทำให้สกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 3-3 ต้องต้องเวลาพิเศษ และเป็น ดิดิเย่ร์ ดรอกบา ที่พากองหลังนาโปลีออกทัวร์ก่อนจ่ายอย่างเหนือชั้นให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ยิงประตูให้ทีมชนะไป 4-1 อย่างเหลือเชื่อ

    

     1.เชลซี 4-2 บาร์เซโลน่า ปี 2005 (ประตูรวมสองนัด 4-5)

     อันดับหนึ่งของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายคงจะเป็นคู่ไหนไปไม่ได้แน่นอน นี่คือหนึ่งในแมตช์คลาสสิคตลอดกาลของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อ เชลซี ในยุคแรกของมูรินโญ่ ออกไปแพ้มาก่อนที่ คัมป์ นู 2-1 แต่เมื่อนัดที่สองเริ่มขึ้น เชลซี ยิงขึ้นนำไปก่อน 3 ประตูในช่วง 19 นาทีแรก แต่ โรนัลดิลโญ่ โชว์ฟอร์มสวยงาม เมื่อยิงคนเดียวสองประตูให้บาร์เซโลน่าไล่คืนมาอย่างทันควัน ซึ่งถ้าเกมจบลงสกอร์นี้ เชลซีจะตกรอบทันที และสุดท้ายก็เกิดดราม่าขึ้น เมื่อกัปตัน จอห์น เทอรี่ เติมเกมขึ้นมาโหม่งประตูในครึ่งหลัง ทำให้เชลซีชนะบาร์เซโลน่าไปอย่างเจ็บแสบด้วยผลประตูสองนัดรวม 5-4 ประตู

     เรื่องโดย : ปาร์ค จอร์ ฮี

     pic by : pesmitidelcalcio, gunnarsblog, dailymail, goal, skysports
Facebook Comment