breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ก่อนมาเป็นสิงห์บลูส์"

อัพเดตเมื่อ : August 29, 2019 9:10pm โดย : admin

ทุกวันนี้ หากเป็นวันแม็ทช์เดย์ ที่มีเกมแข่ง หน้าสแตมฟอร์ด บริดจ์ จะเต็มไปด้วยแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก

นอกจากแฟนบอลท้องถิ่น ยังมีมาจาก รัสเซีย, บราซิล, เกาหลี, จีน, ไทย และอีกมากมาย

ยิ่งใกล้เวลาคิกออฟ มากเท่าไหร่คนก็ยิ่งแน่นเท่านั้น เราเห็นกระแสฝูงชนเดินจนล้นทะลักลงไปในถนนฟูแล่ม โร้ด

ตัวสนามอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน ฟูแล่ม บรอดเวย์ แค่เพียง 150 เมตร หรือเดิน 2 นาทีเท่านั้น


"เดอะ บริดจ์" ตั้งอยู่บนถนน ฟูแล่ม โร้ด ถ้าเราทำตัวเป็นเข็มทิศ ยืนบนนถนนฟูแล่ม โร้ด นี้ แล้วหันหน้าเข้าหาสนาม นั่นคือทิศเหนือ ส่วนทิศใต้ จะมีถนนเส้นที่ขนานกันอยู่ คือถนน คิงส์ โร้ด

ย่านนี้ มีรหัสไปรษณีย์นำหน้าว่า SW3

SW3 คือย่านที่ค่าที่อยู่อาศัยที่แพงสุดที่เป็นอันดับ 2  ของมหานครลอนดอน รองจากย่าน เคนซิงตัน (W8)

เพราะมันเงียบสงบ อยู่ใกล้แม่น้ำเทมส์ บ้านคนดัง เศรษฐี ดารานักแสดง อยู่แถวนี้กันเยอะ

ภาพของเชลซี ในสายตาคนภายนอกอย่างเราๆ เลยดูเป็นสโมสรคนรวย เพราะตั้งอยู่ย่านคนมีตัง และยิ่งนับจาก โรมัน อับราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร พวกเขาใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะมหาศาล มันยิ่งทำให้ เชลซี มีภาพลักษณ์ของสโมสรไฮโซมากยิ่งขึ้น

ทว่าอันที่จริง เชลซี แต่เดิมไม่ได้เป็นสโมสรคนรวยเลย

สมัยยุครุ่งเรืองของฮูลิแกน กลุ่มฮาร์ดคอร์ของเชลซี  "Chelsea Headhunters" ได้ชื่อว่า อันตราย และดุเดือด เป็นอันดับต้นๆ


ทีนี้ เราลองย้อนกลับไปที่ถนน คิงส์ โร้ด เส้นนี้กันอีกครั้ง  ถนนเส้นนี้สามารถเชื่อมไปถึงสถานที่ที่เรียกว่า รอยั่ล ฮอสพิทั่ล เชลซี ได้

"รอยั่ล ฮอสพิทั่ล เชลซี" คือสถานที่ดูแลทหารผ่านศึกอาวุโสของทัพบกสหราชอาณาจักร มาตั้งแต่ปี 1682 หรือ 300 กว่าปีมาแล้ว

ผู้ที่มีคุณสมบัติครบ ได้เข้ามาพักใน "บ้านพัก"  แห่งนี้ จะถูกเรียกว่า Chelsea Pensioners   แปลว่าผู้รับบำนาญแห่งเชลซี
 
นี่จึงเป็นที่มาของฉายาสโมสรในช่วงแรกก่อตั้ง ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ สิงโต แบบที่เราคุ้นกันเลยสักนิด

ในช่วงแรก เวลาเชลซีลงแข่งพวกเขาไม่ได้มีตราอะไรติดหน้าอก แต่จะมีอยู่บนหนังสือโปรแกรม ก็เหมือนๆ กับสโมสรอื่นๆ ในอังกฤษ

ตราสโมสรที่เห็นอยู่บนปกหนังสือโปรแกรมยุคแรกที่ว่านี้ หลายคนอาจเคยผ่านตา มันเป็นรูปชายสูงอายุ ใส่หมวกเหมือนตำรวจ บนอกเสื้อมีเหรียญกล้าหาญติดเต็ม

นี่แหละ Chelsea Pensioners ผู้รับบำนาญแห่งเชลซี หรือ ทหารผ่านศึกอาสุโวนั่นเอง


ฉายาของพวกเขาในช่วงแรกเลยถูกเรียกว่า The  Pensioners แปลว่าผู้รับบำนาญ  ไม่ได้ห้าวหาญอย่างที่สื่อไทยเรียกกันในภายหลังว่า สิงห์บลูส์ เลย

ทุกวันนี้เชลซียังเชิญพวกเขาเหล่านี้ ผลัดหน้ากันเข้ามาชมเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอ ในฐานะแขกของสโมสร

ถ้าคุณดูเกมถ่ายทอดสดจาก เดอะ บริดจ์ ลองสังเกตดีๆ บางครั้งกล้องอาจจับภาพชายอาวุโสสวมชุดเต็มยศสีแดงนั่งอยู่ขอบสนาม นั่นแหละพวกเขาล่ะ

ส่วนตราสโมสรในปัจจุบัน เพิ่งเปลี่ยนอีกรอบในปี 2005 ถูกทำให้คล้ายๆ กับตราสโมสรในปี 1953

เท็ด เดรค เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมในปี 1952 แล้วมีความคิดว่าตรา The Pensioners นั่นมันดูล้าสมัย  เลยริเริ่มให้เปลี่ยน

ขวบปีแรก พวกเขาใช้แค่ตัวอักษรสรสีน้ำเงินบนพิ้นขาวแค่ CFC แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นตราสิงห์สีน้ำเงิน ถือไม้เท้าโครซิเยร์ ในกรอบวงกลมที่มีดอกกุหลาบและลูกฟุตบอล

สิงโต นำมาจากตราประจำตัวของ วิลเลี่ยม คาโดแกน, เอิร์ล  คาโดแกน ที่ 7 ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสโมสรในเวลานั้น เพราะตระกูลนี้มีอิทธิพลในย่านเชลซีมานาน

ส่วนไม้เท้าโครซิเยร์ หมายถึงไม้เท้าประจำตำแหน่งของพระสังฆราช ซึ่งพระสังฆราชที่ว่าคือ พระสังฆราชแห่งเวสต์มินสเตอร์ ที่มีอำนาจดูแลมาถึงย่านเชลซีด้วย
 
สัญลักษณ์สิงห์ถือไม้เท้านี้ใช้อยู่นาน 33 ปี จนมีการเปลี่ยนแปลงในยุค 80s ตอนที่พวกเขาใช้ Le Coq เป็นสปอนเซอร์ชุดแข่ง


แฟนบอลในยุค 90s คงคุ้นตากับโลโก้เชลซี ที่เป็นสิงโตกระโจนอยู่บนตัวอักษร CFC ก็เริ่มมาจากครั้งที่เชลซีเปลี่ยนมาใช้ Le Coq นี่แหละแล้วลากยาวมา

กระทั่ง โรมัน อับราโมวิช ฮุบสโมสร ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไปยึดรูปแบบในยุค 50s อีกครั้ง เลยเป็นที่มาของตราสโมสรอันล่าสุดในปัจจุบัน

ทุกวันนี้เชลซี ก็ไม่มีเค้าโครงของ The Pensioners ทหารผ่านศึกรับบำนาญ อีกแล้ว เมื่อพูดถึงเชลซี กลายเป็นสิงโตต่างหากที่้เรานึกถึง

ดูๆ ไปมันก็สะท้อนความเปลี่ยนแปลงจากสโมสรท้องถิ่นไปสู่ทีมที่มีฐานแฟนบอลกระจายไปทั่วโลกได้ดีทีเดียว

และใครกำลังมองหาเว็บไซด์ที่มีฐานคนเล่นแบบไว้ใจได้ ไม่มีหาย ไม่มีหนี แต่มีทีมงานมืออาชีพรองรับคอยให้บริการตลอด MY-SB99 เลยครับ ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188, 77

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment