breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"การปลุกซัลฟอร์ดของ Class of 92"

อัพเดตเมื่อ : August 29, 2019 7:55pm โดย : admin

ซัลฟอร์ด ซิตี้ เอฟซี ตอนนี้มีหนังสือแฟนซีนชื่อหัวว่า "Dirty Old Town"

"เมืองเก่าแสนมอมแมม" นำมาจากบทเพลงชื่อเดียวกันศิลปินชาวอังกฤษ ยวน แม็คคอลล์ ซึ่งเกิดและโต ในซัลฟอร์ด (อ่านแบบท้องถิ่นว่า ซอลเฝิร์ด)

เขาแต่งขึ้นเพื่อรำลึกเมืองอุตสาหกรรมเก่า ที่สกปรก และฝุ่นควันจากโรงงานตั้งแต่ปี 1949 ย้อนไปสมัยเขายังเด็ก เป็นวัยรุ่น


เพลงนี้ยังถูกเปิดใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รังเหย้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนเกมเตะทุกๆ นัดอีกด้วย

ซัลฟอร์ด ก็เป็นเมืองหนึ่งในเขตเกรทเทอร์ แมนเชสเตอร์ พวกเขาเคยเคลมว่าเป็นเมืองใหญ่สุด (ในแง่จำนวนคนอยู่อาศัย) ที่ไม่มีทีมบอลเล่นในระดับฟุตบอลลีกเลย

แม้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะ เวคฟิลด์ เป็นเมืองเดียวที่ประชากรเยอะกว่าแล้วไม่มีสโมสรฟุตบอลในระดับ ฟุตบอลลีก คือตั้งแต่ พรีเมียร์ ลีก จนถึง ลีก ทู หรือ ดิวิชั่น 1-ดิวิชั่น 4 แบบเดิม

แม้แต่ทีมจากเมืองใกล้เคียงในเขตเกรทเทอร์  แมนเชสเตอร์อย่าง รอชเดล, บิวรี่, สต็อคพอร์ท หรือ โอลด์แฮม ก็ผ่านการเล่นในระดับ ด.1-ด.4 มาหมดแล้ว

ในยุค 60s ซัลฟอร์ด คือซากอารยธรรม เป็นเมืองอุตสาหกรรมเก่าที่เคยรุ่งเรือง เหมือนอีกหลายๆ เมืองทางเหนือของอังกฤษ เมืองโทรม ไม่มีอนาคต อัตราการว่างงานสูง

กระทั่งเข้าสู่ยุค 90s อังกฤษมีนโยบายพัฒนาชุมชนใหม่ ตึกที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะกับแนวทาง และเก่าโทรมถูกทำลายและสร้างใหม่ จนมาถึงราวปี 2007 มีเงินลงทุนพัฒนาซัลฟอร์ดอย่างเต็มรูปแบบ


ทุกวันนี้ซัลฟอร์ดมีโรงแรมลอว์รี่ โฮเทล โรงแรม 5 ดาวที่แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เป็นที่รวมพล โชเซ่ มูรินโญ่ เช่าพักที่นี่ตลอดการคุมทีม, มีแกลอรี่ศิลปะ มีมิวเซี่ยม และมี MediaCityUK คอมเพล็กซ์ทันสมัยขนาดใหญ่เรียกได้ว่าเป็นฮับของสื่อของอังกฤษเลย หลายแผนกของ BBC โยกมาที่นี่ รวมถึง BBC Sport และ Radio 5 Live ด้วย

ขณะที่เมืองมีพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ต้องน้อยหน้าเมืองใหญ่เมืองหลักอย่างแมนเชสเตอร์ แต่เรื่องของฟุตบอล เป็นเรื่องห่างไกลจากอะไรที่ชาวเมืองจะยึดถือจริงจังได้เลย กับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ เอฟซี

มัวร์ เลน สนามของพวกเขาในย่านเคอร์ซอล จุแค่ 1,000 คน ยอดผู้ชมแต่ละนัดราวๆ 100 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นฟุตบอล แต่เน้นการมาร่วมกิจกรรม ดื่มพูดคุย สนุกสนานกับเพื่อนๆ เสียมากกว่า

ซัลฟอร์ด ซิตี้ เอฟซี วนเวียนอยู่ในลีก นอร์ทเธิร์น พรีเมียร์ ลีก ดิวิชั่น 1 นอร์ธ หรือลีกอันดับ 8 ของอังกฤษมา 6 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปี 2014

มีนาคมปีนั้น อดีตตำนานปีศาจแดง Class of 92 เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร โดยมี ปีเตอร์ ลิ้ม เจ้าสัวชาวสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนจะเทคโอเวอร์บาเลนเซียด้วย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 40%


อีก 60% กระจายเท่าๆ กันระหว่าง ฟิล เนวิลล์, แกรี่ เนวิลล์, นิคกี้ บัตต์, พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์ และ เดวิด เบ็คแฮม คนละ 10%

ไรอัน กิ๊กส์ แถลงแผนงานของการเข้ามาเทคโอเวอร์ครั้งนี้ว่าจะพาทีมเลื่อนชั้น 3 ครั้งให้ได้ภายใน 4 ปี นอกจากนั้น การเข้ามาซื้อหุ้นเป็นเจ้าของสโมสรครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการทำกำไร แต่เป็นการนำฟุตบอลเข้าสู่ชุมชน และใช้ประสบการณ์กับความรู้ในฐานะนักเตะเก่า เข้ามาพัฒนาเยาวชนในเชิงลูกหนังด้วย

สิ่งที่พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ในเชิงลูกหนังถือว่าประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ฤดูกาลหน้า 2019/20 เป็นต้นไป ซัลฟอร์ด ซิตี้ เอฟซี จะได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในระดับฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ 79 ปีของสโมสร (ก่อตั้ง 1940)

"ดิ แอมมี้ส์" ตามฉายาของพวกเขา จบอันดับ 3 ของ แนชนั่ล ลีก แต่เพลย์ออฟ ชนะเลิศ ได้เลื่อนขึ้นสู่ ลีก ทู เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพเต็มรูปแบบแล้ว

ท่ามกลางการเข้ามาพัฒนาและลงทุนของ Class of 92 ไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม

แน่นอน การลงเงินจ้างนักเตะระดับค่าจ้าง 4-5 พันปอนด์ต่อสัปดาห์ กับทีมระดับนอกลีก ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แกรี่ เนวิลล์ โดนประธานสโมสรแอคคริงตัน สแตนลี่ย์ โจมตี  หาว่าใช้เงินซื้อการเลื่อนชั้นสู่ฟุตบอลลีก

หนำซ้ำ ตอนที่พวกเขาปรับปรุงสนามให้เป็นความจุ 5,100 คน ก็โดนผู้อาศัยแถวนั้นประท้วงไม่น้อย อันที่จริงสนามของพวกเขา เป็นสนามเล็กๆ ตั้งอยู่กลางชุมชน ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัย (Residenttial Area) ซึ่งต้องการความสงบเรียบร้อย


การเติบโตของทีมฟุตบอล จะส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตของคนแถวนั้น ซึ่งพวกเขาก็อยู่มานาน ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ถือว่าน่าเห็นใจผู้อยู่อาศัยเดิมจริงๆ

แม้ว่าจะมีข้อขัดแย้งต่างๆ นาๆ แต่ต้องถือว่า การเข้ามาของ Class of 92 พัฒนาสโมสรไปมาก และยังมีส่วนร่วมต่อสังคมท้องถิ่น

พวกเขาติดต่อโรงหมักเบียร์ท้องถิ่นให้มาขายในสนาม แถมติดต่อให้เป็นซัพพลายเออร์เบียร์ใน คาเฟ่ ฟุตบอล แฟรนไชส์ร้านอาหารของพวกเขาด้วย และเมื่อสนามใหม่สร้างเสร็จ ก็ติดต่อกิจการอาหารของท้องถิ่นเข้ามาขายในสนาม

ไม่เพียงเท่านั้น แผนกสื่อสารองค์กรของสโมสรก็ใช้เด็กจากมหาวิทยาลัยซัลฟอร์ดเอง เมื่อเรียนจบก็รับบรรจุมาทำงานกันทันที

ยังมี Foundation 92 มูลนิธิเพื่อการกุศลที่พวกเขาร่วมกันก่อตั้งเพื่อช่วยคนไร้บ้านด้วย เมื่อตระหนักว่า คนไร้บ้านในซัลฟอร์ดมีอัตราสูงเป็น 2 เท่าของอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศ

"จากมุมมองของเราไอเดียที่ว่าการเติบโตของสโมสรไม่ได้เชื่อมต่อกับชุมชนคงเป็นเรื่องหายนะอย่างมาก" แกรี่ เนวิลล์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้


"ความสำเร็จสำหรับเราแล้ว ไม่ใช่เรื่องของการทำเงิน มันคือการมอบโอกาสให้คนท้องถิ่นได้เล่นฟุตบอล มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ และได้มอบบางอย่างคืนสู่เมืองซึ่งทุกคนสามารถภูมิใจกับมันได้"

นับจากการเข้ามาเทคโอเวอร์ของ Class of 92 ซัลฟอร์ด ซิตี้ ได้ชื่อว่าเป็นสโมสรนอกลีกที่สื่อได้ให้ความสนใจมากที่สุด

แต่นับจากฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป พวกเขาจะอ้างเช่นนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะพวกเขาเลื่อนชั้นสู่การเล่นในลีกอาชีพอย่างเต็มตัว

ส่วนใครอยากสนุกแบบเต็มตัวแต่ยังกล้าๆกลัวๆในการเลือกมาลองสิ่งที่น่าสนใจอย่าง MYSBOBET ได้เลยครับ ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment