ข่าว

Football Knowledge

"เจ้าชายแห่งฟุตบอลคอร์ซิก้า (1)"

อัพเดตเมื่อ : September 10, 2019 11:25pm โดย : admin

ซีเนดีน ซีดาน ถูกยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของ มิเชล พลาตินี่
 
นโปเลียนลูกหนังพลาตินี่ คือฮีโร่ของทีมชาติฝรั่งเศส นำทัพ เลส์ เบลอส์ คว้าแชมป์ยูโร 1984 นั่นคือแชมป์เมเจอร์รายการเดียวของพวกเขาก่อน ฟร้องซ์ 98
 
ในสมัยที่ พลาตินี่ เป็นหนุ่มน้อยดาวรุ่งอยู่นั้น ในวงการฟุตบอลฝรั่งเศส เคยมีผู้เล่นอีกคน ซึ่งจะว่ากันตามหลัก พลาตินี่ ควรจะถูกเรียกว่า "โคล้ด ปาปี" คนใหม่ด้วยซ้ำ
 
น่าเสียดายที่มันไม่เป็นเช่นนั้น นี่คือเรื่องราวของ โคล้ด ปาปี เจ้าชายนักเตะผู้อาภัพจากเกาะคอร์ซิก้า
 

โคล้ด ปาปี เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 1949 ที่ปอร์โต้-เวคคิโอ เป็นชุมชนคนฝรั่งเศสที่เงียบสงบและมีเสน่ห์แห่งหนึ่ง อยู่ทางใต้ของคอร์ซิก้า
 
อากาศดี ผืนน้ำใสดุจคริสตัล ชายหาดน่าดูชม ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนจากอิตาลีในแต่ละปี
 
ก็เช่นเดียวกับเด็กส่วนใหญ่ โคล้ดน้อย หลงไหลในกีฬาหลากหลายทั้ง ฟุตบอล, รักบี้ กระทั่งปั่นจักรยาน ฟุตบอลกลายมาเป็นความหลงไหลที่ลึกซึ่งที่สุดสำหรับเด็กน้อยคอร์ซิกันรายนี้ เขาไม่เคยมองฟุตบอลว่าเป็นงานในอนาคตหรือเป็นอาชีพ สำหรับเขาแล้ว ฟุตบอลเป็นแค่การละเล่น
 
ปาปี ใช้เวลาในวัยเด็กที่ ปอร์โต้-เวคคิโอ และเมื่ออายุ 18 มิดฟิลด์ตัวรุกพรสวรรค์ผู้นี้ก็ถูกค้นพบโดย แอสเซ บาสเตีย ทีมระดับ ลีก เดอซ์ ในเวลานั้น หนุ่มคอร์ซิกัน มีรูปร่างอรชร (สูง 175 ซม. หนัก 66 กิโล) แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการเอาตัวรอดในเกมหนักของ ลีก เดอซ์
 
วันที่ 27 สิงหาคม 1967 ปาปี ประเดิมการลงเล่นอาชีพนัดแรกในเกมเจอกับ เกรอน็อบล์ (ชนะ 2-1) และมันเป็นจุดเริ่มของผลงานยอดเยี่ยมสำหรับ บาสเตีย ใน ลีก เดอซ์ ทีมจากคอร์ซิกันได้เลื่อนชั้นสู่ ลีก เอิง และ ปาปี มีส่วนในความสำเร็จนั้น ด้วยการทำ 5 ประตูจาก 23 เกม
 
ฤดูกาลต่อมา บาสเตีย ได้ตัวกองหน้าประสบการณ์โชกโชนชาวแอลจีเรีย ราชิด เม็คห์ลูฟี ผู้ที่ใช้เวลาช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพกับ แซงต์ เอเตียน เข้ามาร่วมทีม จอมเก๋ารายนี้กลายมาเป็นตัวหลักอย่างรวดเร็วในทีมชอง ลูเซียง ฌาสเซอรง ไม่นานจากนั้น เขาก็กลายมาเป็น ผู้เล่น-ผู้จัดการทีมของ บาสเตีย
 
การมาของ เมคห์ลูฟี ลดโอกาสการลงเล่นของ ปาปี ไปไม่น้อย มิดฟิลด์หนุ่มจำต้องเรียนรู้บทเรียนจากประสบการณ์ของผู้อาวุโสแอลจีเรียน และเขาลงเล่นไปเพียง 20 นัดเท่านั้น จบฤดูกาล 1968/69 ด้วยการทำ 3 ประตู  โดยรวมแล้ว ถือว่าหนุ่มคอร์ซิกันยังสามารถประเดิมการเล่นในระดับ ลีก เอิง ครั้งแรกได้อย่างน่าพอใจ บาสเตีย จบอันดับ 6 ทิ้งสโมสรใหญ่อย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย และ โอลิมปิก ลียง ให้ตามหลังได้อีกต่างหาก
 
การประเดิมการลงเล่นท่ามกลางสโมสรระดับท็อปของฟุตบอลฝรั่งเศสอย่างน่าพอใจนั้น ตามมาด้วยการตกลงมาอย่างเจ็บปวดในฤดูกาล 1969/70 บาสเตีย จบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับ 17 พวกเขามีอันดับเหนือกว่า วาล็องเซียนส์ เพียงแค่ทีมเดียว หากตามปกติแล้ว สโมสรคอร์ซิกัน จะต้องตกไปสู่ ลีก เดอซ์ แต่พวกเขาโชคดีในปีนั้น จากการที่ ลีก เอิง กำลังขยายขนาดลีกออกไป 20 ทีมพอดี
 

การเพิ่มจำนวนทีมดังกล่าว ทำให้พวกเขารักษาพื้นที่บนลีกสูงสุดเอาไว้ได้ ปาปี ได้ลงเล่นไปแค่นัดเดียวในฤดูกาลนั้น และเขาพลาดการลงเล่นตลอดฤดูกาลถัดมา ด้วยเหตุต้องไปรับใช้ชาติในกองทัพ อย่างไรก็ดี มิดฟิลด์พรสวรรค์ยังรักษาพื้นที่ของตัวเองในทีมบาสเตียเอาไว้ได้ และแฟนๆ ก็มีความเชื่อมั่นในตัวดาวเตะท้องถิ่นผู้นี้อย่างมาก
 
เมคห์ลูฟี รีไทร์หลังจากฤดูกาล 1969/70 อันน่าผิดหวัง และ ปาปี ถูกมองว่าเป็นผู้เข้ามาสืบทอดตำแหน่งของกองหน้าแอลจีเรียน
 
"เป็นมิดฟิลด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีพรสวรรค์ด้านเทคนิคอย่างยิ่ง พร้อมกับวิสัยทัศน์ต่อเกมอันยอดเยี่ยม" นั่นคือคำจำกัดความที่ผู้สังเกตุการณ์ของฟุตบอลฝรั่งเศสอธิบายถึงหนุ่มคอร์ซิกันในเวลานั้น ไม่นาน ปาปี ก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 10 มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานและน่าตื่นตาตื่นใจไปทั่วยุทธจักรฟุตบอลทั้งในฝรั่งเศสและยุโรป
 
"โคล้ด ปาปี นะหรือ? เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อทีม เขาขึ้นเกมรุก และเขาเป็นตัวจบสกอร์ที่เยี่ยม เมื่อเขามีโอกาส เขาเป็นผู้นำของ บาสเตีย คงขอให้เขาทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว" แฟนบอลบาสเตีย รายหนึ่งเอ่ยถึงนักเตะคนโปรด และเขาพูดถูกทุกอย่าง ปาปี เป็นนักฟุตบอลที่จิตใจปลอดโปร่ง เขาหลงไหลในเกม ไม่มีความกลัว และสง่างาม ถ้าเขาเล่นในอิตาลี ผู้คนคงจดจำเขาในฐานะ แฟนตาซิสต้า(เพลย์เมกเกอร์)ผู้ยิ่งใหญ่
 

ไม่ยาก หากจะหาตัวเปรียบเทียบกับ ปาปี ในยุคปลาย 70s และต้น 80s โลกฟุตบอลยกย่องพรสวรรค์ของ มิเชล พลาตินี่ ตำนานผู้ยิ่งยงฝรั่งเศสรายนี้ เล่นดุจเดียวกับ โคล้ด ปาปี  คุณอาจพูดได้ด้วยซ้ำว่า พลาตินี่ คือผู้สืบทอดของเขา
 
พรสวรรค์ของทั้งคู่ รูปร่าง และสไตล์การเล่น หากไม่เหมือนกันก็คงคล้ายกันที่สุด ความแตกต่างหลักๆ ของพวกเขาก็คงเป็นข้อมูลในพาสปอร์ต และบุคลิก ปาปีนั้นแก่กว่า 6 ปี และมีนิสัยสมถะเรียบง่าย ขณะที่ พลาตินี่ นั้นอ่อนวัยกว่าและทะเยอทะยาน
 
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่พยายามเชื่อมโยงระหว่าง ปาปี กับ พลาตินี่ มองแว่บแรก มันอาจดูแปลก จากการที่ทั้งคู่เลือกทางเดินอาชีพที่แตกต่างกัน แต่มีเหตุการณ์สำคัญที่อาจถูกหลงลืม โคล้ด ปาปี เล่นให้กับ เลส์ เบลอส์ เพียง 3 เกมเท่านั้น เขากับทีมชาติฝรั่งเศส คือความสัมพันธ์ระยะสั้นที่เจ็บปวด
 
มิเชล พลาตินี่ คือเหตุผลหลักในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาทั้งคู่เล่นในตำแหน่งเดียวกัน
 
"น่าเสียดายเสียกระไรที่ปาปี นั้นอายุมากเกิน" สเตฟาน โควาซ เฮ้ดโค้ชของ เลส์ เบลอส์ เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่ง แม้ว่าเวลานั้น ปาปี เพิ่งอายุ 24 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม พลาตินี่ พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วในวงการฟุตบอลฝรั่งเศส และ ปาปี ที่ผมน้อยนั้นก็ดูแก่กว่าอายุจริง
 
ปาปี มีโอกาสอันจำกัดในการเล่นให้ เลส์ เบลอส์  และแม้กระทั่งการมีชื่อเขาติดทีมไปอาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก 1978 ก็ยังดูเป็นการชดเชยที่น้อยไปด้วยซ้ำ หากมองถึงสิ่งที่เขาได้ทำให้บาสเตียเอาไว้ ปาปี ได้รับบทเป็นเพียงแบ็กอัพของอัจฉริยะหนุ่ม พลาตินี่ เท่านั้น ฝรั่งเศสพบกับความล้มเหลวที่อาร์เจนติน่า และเส้นทางในทีมชาติของ ปาปี ก็มาถึงจุดจบ
 

ขณะที่ เขาไม่มีคุณค่าสำหรับ เลส์ เบลอส์ นั้น ปาปี กลับสนุกกับความสำเร็จของเขากับบาสเตีย เขาเป็นเสาหลักของทีม "สิงโตแห่งฟูริอานี่" ทีมที่ยากที่จะเอาชนะได้ยามเล่นในรัง
 
ปิแอร์ กาอูซัก สร้างทีมโดยมีปาปี เป็นศูนย์กลาง รวบรวมนักเตะอย่างสตาร์ดัตช์ จอห์นนี่ เร็ป, ตำนานนักแข้งยูโกสลาฟ ดราแกน ซายิช, อดีตหัวหอกโอลิมปิก ลียง ฟรองซัวส์ เฟลิกซ์ และอีกหนึ่งฮีโร่ของฟุตบอลคอร์ซิกันอย่าง ชาร์ลส์ ออร์ลันดุชชี่ มาไว้ด้วยกัน
 
ปาปี กลายมาเป็นผู้นำของกองทัพที่กระหายการลงเล่น และ บาสเตีย ถึงจุดสูงสุดในฤดูกาล 1976/77 และ 1977/78 จบอันดับ 3 และ 5 ในลีก รวมถึงเข้าชิง ยูฟ่า คัพ ปี 1977/78
 
เพลย์เมกเกอร์ชาวคอร์ซิกัน ฟอร์มสุดยอด ทำได้ 14 ประตูในฤดูกาล 1976/77 และอีก 15 ประตูในฤดูกาลถัดมา ปาปี ยังเป็นดาวยิงอันดับ 3 ใน ยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1977/78 อีกต่างหากกับ 7 ประตูใน 12 เกม ถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับผู้เล่นมิดฟิลด์
 
บาสเตีย มีผลงานดีต่อเนื่องใน ยูฟ่า คัพ บนเส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศ ทีมจากเกาะคอร์ซิก้า ผ่านทีมอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, โตริโน่, คาร์ล ไซส์ เยน่า และ กราสส์ฮ็อปเปอร์ ซูริก
 
หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุดคือเกมในตูริน เมื่อบาสเตีย ชนะ โตริโน่ 3-2  พวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านที่ตูริน นานถึง 2 ปีแล้ว ประตูของ ฌอง ฟร็องซัวส์ ลาริโอส์ ตัดสินผู้ชนะ อย่างไรก็ดี นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาที่โชดช่วงที่สุดของ โคล้ด ปาปี
 
"เกมที่น่าจดจำที่สุดในอาชีพของผมเกิดขึ้นเมื่อ 13 เมษายน 1978 เมื่อเราเจอกับ กราสส์ฮ็อปเปอร์ส ในบ้านและผมทำประตูสุดสำคัญ ที่ทำให้เราได้เข้าชิงชนะเลิศ มันมีค่าพอให้ยอมสละอะไรหลายๆ อย่างเพื่อให้ได้สนุกไปกับช่วงเวลาอันลืมไม่ลงนั้น" ปาปี กล่าวไว้
 
โชคไม่ดี เกมรอบชิงชนะเลิศ 2 นัดที่เจอกับ พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟ่น ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อทุกอย่างดูเหมือนไม่เป็นใจให้ทีมจากคอร์ซิก้า ทั้งสภาพอากาศเลวร้าย, สนามที่ย่ำแย่ และ โปรแกรมแข่งที่หนักและชุกชุม เลกแรกจบลงแบบไม่มีสกอร์ แต่เลกสองนั้น คือการออกไปแพ้ 0-3
 

หลังจากผลงานลืมไม่ลงในยุโรปนี้ ปาปี ก็ถูกห้อมล้อมจากหลายสโมสรทั้งในยุโรปและฝรั่งเศส เขากลายเป็นจุดสนใจ
 
ทันใดนั้น ดูเหมือนเขามีโอกาสดีในการเผชิญความท้าทายใหม่ เซ็นสัญญามหาศาล และไปหาชื่อเสียงนอกเกาะ คอร์ซิก้า
 
หลายคนคงทิ้งบาสเตียไปในทันที ถ้าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับ ปาปี

(ติดตามต่อในตอน 2 ... ครับ)

อ่านเรื่องน่ารู้กันไปแล้ว อย่าลืมสิ่งที่ห้ามพลาดอย่าง MYSBOBET จัดแน่นอัดเต็มทุกสิ่งอย่าง ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment