breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"แรงบันดาลใจของบิเอลซ่า"

อัพเดตเมื่อ : September 29, 2019 11:57pm โดย : admin

มาร์เซโล่ บิเอลซ่า คุมทีมในระดับสโมสรที่ไหนอยู่ได้ไม่ค่อยนาน และไม่ค่อยมีแชมป์เป็นชิ้นเป็นอัน

คุมทีมชาติอยู่นานหน่อยคืออาร์เจนติน่าบ้านเกิด และชิลี โดยผลงานดีสุดคือการนำทัพฟ้าขาว คว้าเหรียญทอง โอลิมปิก เกมส์ 2004 ที่กรีซ ซึ่งเป็นหนแรกที่อาร์เจนติน่าได้แชมป์โอลิมปิก แต่ชุดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะเก่งอย่าง คาร์ลอส เตเวซ, อันเดรส ดาเลสซานโดร, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า, ลูโช่ กอนซาเลซ และได้ตัวอายุเกินมาประคองเช่น กาเบรียล ไฮน์เซ่ กับ คิลี่ กอนซาเลซ


อย่างไรก็ตาม บิเอลซ่า ถือว่าเป็นเทรนเนอร์ที่สร้างแรงบันดาลใจ เป็น Influencer ชั้นยอดด้วยฟุตบอลที่เขาทำ

อดีตลูกทีมของเขาหลายคนที่ผันตัวมาเป็นกุนซือต่างได้รับแรงบันดาลใจมาจากเขา เช่น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, ดีเอโก้ ซิเมโอเน่, มาร์เซโล่ กายาร์โด้ ผู้พาริเวอร์เพลท คว้าแชมป์ โกปา ลิเบร์ตาโดเรส 2 สมัย

แม้แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็นับถือในตัวบิเอลซ่าอย่างมาก และชื่นชอบแนวทางการทำทีมของบิเอลซ่า ถึงขนาดบินไปตามหาถึงบ้านเพื่อพูดคุยสนทนาธรรมเรื่องฟุตบอลกัน

ฟุตบอลของ บิเอลซ่า เอง มีหลากหลายแผน แต่ที่เราเห็นบ่อยคือ 4-3-3 และ 3-3-3-1 เขาชอบทดลอง เป็นนักคิดนักปรัชญาฟุตบอล ไม่แปลกที่ เป๊ป ถึงได้นับถือ ภาษาบ้านเรียก "เอล โลโก้" แปลว่า คนบ้าบิเอลซ่า เพราะเขาบ้าฟุตบอลเข้าเส้น

แนวคิดของบิเอลซ่าคือ
เกมรับ : รุมเข้าแย่งบอลให้ดุดันรวดเร็ว
เกมรุก : บุกแนวดิ่ง เคลื่อนบอลจากหลังไปหน้าให้เร็ว ไม่ต้องพิรี้พิไรออกด้านข้าง


เขาอธิบายปรัชญาการทำทีมของตัวเองด้วย 4 ข้อ
- โฟกัสอย่างเข้มข้นตลอดทั้งเกม
- การเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง
- การสลับสับเปลี่ยนตำแหน่ง
- การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

เวลาเราดูบอลของ บิเอลซ่า เราจะเห็นทีมที่เต็มไปด้วยพละกำลัง บีบแย่งบอลเร็ว เล่นเกมบุกฉับไว การเคลื่่อนบอลจากรับเป็นรุกทำได้ดี รวดเร็ว นักเตะแนวรับสอดมาช่วยเกมรุก ขณะที่ตัวรุกก็ช่วยแย่งบอลด้วยเช่นกัน

ทีมของเขาจึงต้องการผู้เล่นที่มีความฟิตขั้นสูง และมีเทคนิคที่ดีด้วย เพื่อให้เล่นออกมาในแบบที่เขาต้องการได้

จึงมีเด็กรุ่นหลังอยากหยิบเอาบางส่วนมาใช้งานบ้าง หรือเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจนั่นแหละ

แล้ว บิเอลซ่า เอง มีใครเป็นแบบอย่างหรือเป็นแรงบันดาลใจบ้างหรือไม่ คำตอบคือมี

** คนแรก คาร์ลอส บิลาร์โด้ กุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดแชมป์โลกปี 1986

บิลาร์โด้ ดังตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะของเอสตูเดียนเตส เขาคือหัวใจ เป็นจอมวางแผนในสนาม ก็เป็นชุดเดียวกับที่เอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกชิงแชมป์ระหว่างทวีปปี 1968

คาร์ลอส บิลาร์โด้ เองมีแบบอย่างคือ วิคตอริโน่ สปิเนตโต้ กับ ออสวัลโด้ ซูเบลเดีย รายหลังคือเจ้านายของเขาเองที่เอสตูเดียนเตส

แนวคิดของ ซูเบลเดีย  ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ บิลาร์โด้ ได้ความเอาจริงเอาจัง  ทุ่มเทเพื่อทีม ทำงานหนัก และวิเคราะห์เกมคู่แข่งมาจากซูเบลเดีย และนำไปใช้ในทีมชาติปี 1986


อาร์เจนชุดนั้น เล่น 3-5-2 เน้นเกมดุดัน รัดกุม เกมรับแน่น เกมรุกฝากไว้กับความเก่งของ ดีเอโก้ มาราโดน่า, ฮอร์เก้ วัลดาโน่ และ ฮอร์เก้ บูร์รูชาก้า  เอาชนะเยอรมันได้ในนัดชิงฯ และเกือบป้องกันแชมป์ได้อีกในปี 1990 แต่โดนเยอรมันตะวันตกล้างแค้น

สิ่งที่ บิเอลซ่า ได้มาจาก บิลาร์โด้ คือ การจัดการแบบไม่มีย่อหย่อน เอาจริงเอาจัง และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องชนะ บิลาร์โด้ เคยบอกว่า "ต้องคิดถึงอันดับ 1 เพราะอันดับ 2 ไม่ดี การเป็นที่ 2 คือล้มเหลว ถ้าแพ้แล้วรู้สึกแย่ นั่นคือเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"

** คนที่สอง เซซ่าร์ หลุยส์ เมน็อตติ นายใหญ่อาร์เจนติน่าชุดแชมป์โลกสมัยแรก 1978

หากบอลของ บิลาร์โด้ คือตามตำรา เน้นแน่นอน รัดกุม ทำทุกอย่างเพื่อชนะ แนวทางของ เมน็อตติ ก็ตรงข้าม

 เซซ่าร์ หลุยส์ เมน็อตติ  รักในการเล่นเกมรุก สิ่งสำคัญที่เขาบอกคือ ต้องมีไอเดียชัดเจน ทำให้นักเตะทุ่มเทไปกับแนวทางนั้น เล่นเพื่อแนวทางนั้น ปกป้องแนวทางนั้น

คุ้นๆ ไหม ... ใช่เลย เมน็อตติ ได้แรงบันดาลใจมาจากโททั่ลฟุตบอลของฮอลแลนด์ เขาชื่นชอบ 4-3-3 ที่ ไรนุส มิเชลส์ ทำเอาไว้ ทีมชาติฮอลแลนด์ เล่นน่าชมในปี 1974


ไรนุส มิเชลส์ ต่อมาถึง โยฮัน  ครัยฟ์ กับอาแจ็กซ์ และฮอลแลนด์ ต่อมาถึง บาร์เซโลน่า และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะพบว่าเทรนเนอร์เหล่านี้ มีปรัชญาแบบเดียวกับ เมน็อตติ คือ เล่นเพื่อไอเดียที่วางไว้ เหมือนเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

การทำฟุตบอลบุก สลับตำแหน่งกัน ผ่านบอลกันต่อเนื่องลื่นไหลที่ เมน็อตติ เอามาใช้กับอาร์เจนติน่า ทำให้ บิเอลซ่า ประทับใจมาก เมน็อตติ เคยบอกว่า การเป็นนักฟุตบอลถือว่าโชคดีมาก คุณมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจและเล่นให้คนดูสนุก

เมื่อรวมเอา คาร์ลอส บิลาร์โด้ ที่เน้นรับเหนียวแน่น กับ เซซาร์ หลุยส์ เมน็อตติ ที่เชื่อมั่นในเกมรุกเข้าไว้ด้วยกัน มาร์เซโล่ บิเอลซ่า จึงเป็น "ทางเลือกที่ 3"

เขาบอกว่าเขาศึกษายอดกุนซือทั้งคู่มา 16 ปี

8 ปีกับ เมน็อตติ เขาได้แรงบันดาลใจ และจินตนาการ
8 ปีกับ บิลาร์โด้ คือวิธีการทำทีมให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ

สิ่งที่ออกมาคือ มีทั้งการสลับตำแหน่ง ผ่านบอลลื่นไหนแบบโททั่ลฟุตบอล ฮอลแลนด์ กับอาแจ็กซ์ ขณะเดียวกันก็หยิบเอาการ เอาจริงเอาจัง ดุดันมาผสมลงไปด้วย

** คนสุดท้าย เทรนเนอร์อีกคนที่ทำให้ บิเอลซ่า ได้แนวคิดไปปรับใช้ คือจอมเก๋าอุรุกวัย ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ เทรนเนอร์ทีมชาติอุรุกวัย ผู้เคยพาเปนญาร่อล คว้าแชมป์โกปา ลิเบร์ตาโดเรส และนำทีมชาติอุรุกวัยได้แชมป์ โกปา อเมริกา รวมถึงเคยมาคุมโบคา จูเนียร์ส ซิวแชมป์ลีกอาร์เจนติน่า


แม้แนวทางการทำทีมของ ตาบาเรซ และอุรุกวัย ที่เน้นเกมหนัก รับแน่น รอสวนกลับ จะตรงข้ามกับไอเดียของ บิเอลซ่า แต่มีบางสิ่งที่ถือเป็นแรงบันดาลใจ

หนึ่งคือการปฏิวัติระบบเยาวชนของทีมชาติ พัฒนานักเตะอายุน้อยป้อนสู่ทีมชาติชุดใหญ่

อย่างต่อมา ตาบาเรซ แตกเกมออกมาเป็น พื้นฐาน 4 อย่าง
- คุณตั้งรับอย่างไร
- คุณรุกอย่างไร
- คุณเปลี่ยนรับเป็นรุกอย่างไร
- คุณเปลี่ยนรุกเป็นรับอย่างไร

การพยายามทำให้ทั้ง 4 ข้อลื่นไหล ลงตัวมากที่สุด คือเรื่องที่ บิเอลซ่า ยึดถือมาตลอด และมีส่วนต่อการทำทีมของเขาอย่างยิ่ง

สรุป สิ่งที่ บิเอลซ่า ได้มาจากกุนซือแต่ละคนมีดังนี้
** คาร์ลอส บิลาร์โด้ : การทำงานหนัก ทุ่มเท การทำให้เกิดผลลัพธ์ และฝึกซ้อมเตรียมทีมอย่างที่ได้วิเคราะห์คู่แข่งมา

** เซซ่าร์ หลุยส์ เมน็อตติ : การเล่นเกมรุก ความสำคัญของการครองบอล และผ่านบอล รวมถึงยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง ซึ่งหากมองว่า เมน็อตติ ได้ไอเดียมาจาก ไรนุส มิเชลส์ กับ โยฮัน  ครัยฟ์ เท่ากับบิเอลซ่าจะได้เรื่อง การเคลื่อนที่ การสลับตำแหน่งของนักเตะแต่ละคน และการเพรสซิ่งเข้ามาด้วย

** ออสการ์ ตาบาเรซ : วิธีการคิดแตกเกมการเล่นออกมาให้เข้าใจได้ง่าย 4 ข้อ และการพัฒนาเยาวชน


ส่วนใครได้แรงบันดาลใจจากการสนุกของเพื่อนๆที่มีลุ้นตลอด 24 ชั่วโมงจากทุกลีกดัง ลีกรอง แล้วอย่างจะมันส์ด้วยล่ะก็ลองเว็บไซด์นี้ได้เลยครับกับ MYSBOBET ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment