ข่าว

Football Knowledge

"4 ปีที่ว่างเปล่าของอิตาลี"

อัพเดตเมื่อ : October 08, 2019 11:37pm โดย : admin

ช่วง 4 ปีที่ว่างเปล่าของทีมชาติอิตาลี เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ

นับตั้งแต่จบฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา จนมาถึงช่วงก่อนฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส

ทั้งที่ในช่วงเวลาดังกล่าว อิตาลี มีนักเตะ "ทองคำ" อยู่ถึง 2 คน โรแบร์โต้ บาจโจ้ และ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่


รายหลังกำลังหนุ่ม พุ่งแรงสุดขีด จนได้ฉายา "โกลเด้น บอย"

เดล ปิเอโร่ เป็นกำลังสำคัญของ ยูเวนตุส มาตลอด เข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ปีติดต่อกัน

บาจโจ้ หลังจากพลาดจุดโทษที่พาซาดีน่า กับบราซิล ทำให้เกิดความบาดหมางกับ อาร์ริโก้ ซาคคี่ เทรนเนอร์คนเก่งทีมชาติซะอย่างนั้น

หลังจบ USA94 .ซาคคี่ เริ่มเรียกใช้บริการบาจโจ้ น้อยลง แม้เพื่อนร่วมทีมจะสนับสนุน จนถึงกับไม่เรียกเขาติดทีมไป ยูโร 96 ที่อังกฤษด้วย โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ฟิตเต็มร้อย และ เอ็นริโก เคียซ่า จะช่วยได้เยอะกว่าในยามเสียการครองบอล

อิตาลี ตกรอบแรกใน ยูโร 96 โดยในเกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เจอเยอรมันมาได้จุดโทษแต่ จานฟรังโก้ โซล่า ยิงไม่เข้า

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ เดล ปิเอโร่ พุ่งขึ้นมาแบบสุดๆ หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ลีลาทักษะการเล่นเหนือชั้น ลูกนิ่งคมกริบ สร้างช็อตมหัศจรรย์ได้ นี่คือแบบฉบับนักเตะหมายเลข 10 ของอิตาลีเลย


เชซาเร่ มัลดินี่ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติต่อจาก ซาคคี่ ปลายปี 1996 ก็ยังไม่ค่อยนิยมในตัว บาจโจ้ นัก  ถึงตอนนั้น เทพบุตรเปียทองคำ กลายเป็นโดนเมิน เป็นขาลง ทั้งที่อายุเพิ่ง 28-29 ควรจะเป็นช่วงที่พีคสุดในชีวิตด้วยซ้ำ

บาจโจ้ ต้องการติดทีมชาติอีกครั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ที่คุมมิลานอยู่ อยากเขี่ยเขาพ้นทีม มีหลายสโมสรให้ความสนใจ แต่โปรเจ็คท์ที่ปาร์ม่าของ อันเชล็อตติ ดูจะเวิร์คที่สุด แต่ อันเช่ ก็บอกปัดโอกาสที่จะเซ็นบาจโจ้

อันเช่ ซึ่งขณะนั้นยังประสบการณ์ไม่มากนักยอมรับในภายหลังว่าเสียดายโอกาส เพราะความที่ตัวเองไม่กล้าเปลี่ยนแท็คติก หากคว้า บาจโจ้ เข้ามา

ท้ายที่สุด บาจโจ้ ในวัย 30 ปี เซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการย้ายไปเล่นกับ โบโลนญ่า ในฤดูกาล 1997/98

ต้นปี 1998 สื่อได้ถาม เชซาเร่ ว่า นักเตะเก๋าๆ หลายคนมีโอกาสติดทีมชาติไปลุย  ฟร้องซ์ 98 ไหม ?

เชซาเร่ บอกว่า เบ๊ปเป้ (จูเซ็ปเป้) แบร์โกมี่, บาจโจ้ และ โรแบร์โต้ มันชินี่ เป็นนักเตะที่เก่ง และเขาเคารพทั้งหมดนี้ แต่ทั้งหมดไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมในยุคนี้แล้ว (สุดท้าย มันชินี่ เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปฝรั่งเศส)

ฤดูกาลนั้นเอง 1997/98 มันก็เป็นปีที่ เดล ปิเอโร่ มีฟอร์มดีที่สุดในชีวิต ด้วยวัย 23 ปี เขากระทุ้งใน เซเรีย อา ไป 21 ประตูจาก 32 นัด

ทว่ามันก็เป็นปีที่ดีที่สุดของ บาจโจ้ เช่นเดียวกัน โรบี้ กระหน่ำให้โบโลนญ่าถึง 22 ประตู จากการลงเล่นเพียง 30 นัดเท่านั้น เขาไม่เคยยิงได้เยอะขนาดนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ ยูเว่ หรือมิลาน แม้แต่ ฟิออเรนติน่า ต้นสังกัดที่ทำให้เขาโด่งดัง แถมยังยิงใส่ทั้ง ยูเว่ กับ มิลาน ได้อีกด้วย


หาก มัลดินี่คนพ่อ จะไม่เรียกตัว บาจโจ้ มาติดทีมก็ไม่กระไรนัก

เนื่องจากผลงานของ เดล ปิเอโร่ มันโดดเด่นสุดขีดจริงๆ นอกจากยิงระเบิดในลีกแล้ว ผลงานในชปล. ก็ฉุดไม่อยู่ กดไป 10 ประตู

"เดล" ไม่เคยยิงในถ้วยใหญ่ยุโรปถึงตัวเลข 2 หลักมาก่อนเลย และไม่เคยทำได้อีกเลยด้วยหลังจากนั้น

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางกระแสที่ถาโถม "ลา เรปุบบลิก้า" สื่อดังของอิตาลี ทำการสำรวจแฟนบอล ปรากฏว่า 90% ต้องการให้ โรแบร์โต้ บาจโจ้ มีชื่อลุย ฟร้องซ์ 98 ด้วย

ท้ายที่สุด เชซาเร่ ก็ใส่ชื่อ บาจโจ้ ในวัย 31 ปี ติดทีมไปด้วยจริงๆ

ขณะที่ชีวิตของ บาจโจ้ ที่มืดมนมาตลอด 4 ปีได้รับแสงสว่างสาดส่องมาถึง ทาง เดล ปิเอโร่ กลับมีเมฆหมอกมาบดบัง

ท่ามกลางผลงานยอดเยี่ยม เดล ปิเอโร่ เริ่มไม่สมบูรณ์ ก่อนนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1998 เจอกับ เรอัล มาดริด เขาไม่เต็ม 100


ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ระหว่างเกมเขาก็ได้รับบาดเจ็บต้นขา ยูเวนตุส ที่เป็นต่อเยอะ เพราะนี่คือการเข้าชิงสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และ มาดริด ในตอนนั้น ไม่ได้แชมป์รายการนี้มา 32 ปีเข้าให้แล้ว

อย่างที่เราทราบ ท้ายที่สุด เรอัล มาดริด ของจุ๊ปป์  ไฮน์เกส ก็เอาชนะทัพม้าลายของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ลงได้ 1-0 จากประตูชัยของ เปแดร็ก มิยาโตวิช

สำหรับ เดล ปิเอโร่ มันแย่ยิ่งกว่าการเข้าชิงแล้วอกหัก 2 ปีติดต่อกัน เพราะเขาบาดเจ็บ แถมมีฟอร์มที่น่าผิดหวัง จนโดนวิจารณ์

อาการเจ็บจากเกมนี้ ถึงขนาดสร้างความกังวลว่าความหวังสูงสุด เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ของอัซซูรี่ อาจหายไม่ทัน ฟร้องซ์ 98!

สุดท้าย เชซาเร่ มัลดินี่ ก็ตัดสินใจหนีบเอา  เดล ปิเอโร่ ติดไปด้วย ทั้งที่ไม่เต็ม 100%


เกมแรกกับ ชิลี เขาไม่ได้ลงสนาม คู่หน้าเป็นโอกาสของ คริสเตียน วิเอรี่ ที่กำลังพุ่งขึ้นมาในฐานะตัวจบสกอร์สุดเฉียบ เพิ่งคว้า ปิชิชี่ โทรฟี่ มากับ แอตเลติโก้ มาดริด และทัวร์นาเมนต์นี้เองที่แจ้งเกิดโบโบ้ แบบเต็มตัว

โบโบ้ ได้จับคู่กับ "โรแบร์โต้ บาจโจ้" ในวัย 31 ปี ซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 18 เพราะเบอร์ 10 ของเขาตกเป็นของ เดล ปิเอโร่ ไปเรียบร้อยแล้ว

เกมนั้น บาจโจ้ ยิง 1 จุดโทษ ตีเสมอ 2-2 ในช่วงท้ายเกม

เกมต่อมาเจอกับ แคเมอรูน นัดนี้สบาย อิตาลี ชนะ 3-0 คู่หน้ายังเป็น บาจโจ้-วิเอรี่ โดยที่ เดล ปิเอโร่ ได้สัมผัสเกมนัดแรก เปลี่ยนตัวลงแทน บาจโจ้ ในนาทีที่ 65 และเป็นคนจ่ายให้ วิเอรี่ ยิงประตูปิดท้าย

กระทั่งเกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เดล ปิเอโร่ ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรก และเขาเปิดฟรีคิกให้ วิเอรี่ ทำประตูแรกของเกม ก่อนโดนเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง  บาจโจ้ ที่ลงมาแทน ยิงได้ 1 ประตู ในชัยชนะ 2-1


รอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอ นอร์เวย์ อิตาลีเอาชนะได้ 1-0 เดล ปิเอโร่ ลงตัวจริงต่อเนื่องและโดนเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง

จนมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย อิตาลี ต้องอกหักเพราะจุดโทษอีกครั้ง หลังเสมอ 0-0 ในเกมกับเจ้าภาพฝรั่งเศส นัดนี้ เดล ปิเอโร่ ลงตัวจริง แต่โดนวิจารณ์เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นเหมือนเดิม เขาโดนเปลี่ยนออกให้ บาจโจ้ ลงแทนในครึ่งหลัง

อิตาลี ที่มีทั้ง บาจโจ้ และ เดล ปิเอโร่ อยู่ทีมเดียวกัน หยุดเส้นทางไว้เพียงแค่นั้น

นี่คือสองนักเตะพรสวรรค์ ที่พระเจ้าประทานมาให้อิตาลี

หลังฟุตบอลโลก 98 เดล ปิเอโร่ แน่นอนว่ายังเป็นตัวหลักให้ทีมชาติ ส่วน บาจโจ้ นั้นได้ย้ายไปเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน ก่อนมาแสดงความเก๋าช่วงบั้นปลายกับ เบรสชา

เส้นทางกับทีมชาติ เมื่อเปลี่ยนมาเป็น ดิโน่ ซอฟฟ์ เขาถูกเรียกมาช่วยทีมต่อเนื่องแต่น่าเสียดายอีกครั้งเมื่อ ยูโร 2000 มาถึง ซอฟฟ์ กลับไม่ใส่ชื่อเขาเพราะเล่นไปแค่ 19 นัดเท่านั้นใน เซเรีย อา อีกทั้งพวกรุ่นน้องก็เปรี้่ยงปร้างขึ้นมาเพียบทั้ง เดล ปิเอโร่, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, วินเชนโซ่ มอนเตลล่า, มาร์โก เดลเว็คคิโอ และ ฟิลิปโป้ อินซากี้

ต่อด้วยในปี 2002 เขากลายเป็นเทพกับเบรสชา แต่ก็อีกครั้ง เมื่อปีก่อนฟุตบอลโลกเขาได้รับบาดเจ็บหัวเข่าหนัก เทรนเนอร์อย่าง โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ต้องกัดฟันกาชื่อเขาทิ้ง ด้วยเรื่องความฟิต ทั้งที่ตั้งใจจะพา บาจโจ้ ไปลุยเอเชียด้วยแท้ๆ

ด้านของ เดล ปิโอโร่ นั้นเล่า


แม้จะยังเป็นกำลังหลักให้กับ อิตาลี มาต่อเนื่อง แต่หลัง ฟร้องซ์ 98 เป็นต้นมา เขากลับโดนกลบรัศมี

ใน ยูโร 2000 เป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายที่เขาสวมเบอร์ 10 ให้ทีมชาติ เพราะหลังจากนั้น ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ก็ผงาดขึ้นมาแทนที่

ยูโร 1996 ควรเป็นเวทีให้ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ได้แก้ตัวจากความผิดหวัง 2 ปีก่อนหน้านั้น แต่เขาก็ไม่ได้รับโอกาส

ฟร้องซ์ 98 ควรเป็นเวทีที่ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ได้แสดงให้โลกรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่อาการบาดเจ็บก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มไม่กี่สัปดาห์ ก็มาฉุดเขาไว้ ทั้งที่ปีนั้นเขาอยู่ในฟอร์มดีสุดในชีวิต

ระหว่างปี 1994-1998 จึงเป็นปีที่ทุกอย่างไม่เป็นใจเอาเสียเลยของ 2 ยอดนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่อิตาลีเคยมีมา


และใครกำลังมองหาเว็บไซด์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาล่ะก็ต้องนี่เลย MYSBOBET ที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงให้คุณสนุกสนานเฮฮาและตื่นเต้นไปกับทุกอย่างที่ต้องการ ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment