breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"เงาหลอน วิญญานเฮี้ยน"

อัพเดตเมื่อ : October 27, 2019 12:11am โดย : admin

สำหรับ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน แล้วนั้น  คัมป์ นู คือสถานที่เฮี้ยนที่มีวิญญานหลอกหลอน "โยฮัน ครัฟฟ์ เหมือนเงาดำทะมึนสูงใหญ่ที่ยืนค้ำผมอยู่"

ปู่บ๊อบ เคยให้สัมภาษณ์ถึงสมัยที่รับงานคุมทัพบาร์เซโลน่า หลังจากที่อดีตนักเตะเทวดา อำลาตำแหน่งเทรนเนอร์ซึ่งประสบความสำเร็จมาถึง 8 ปี ฤดูกาลสุดท้ายของ ครัฟฟ์ บนตำแหน่งนี้คือรองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ (ชปล.) ในปี 1996

บาร์เซโลน่า ไม่ใช่สโมสรเดียว คัมป์ นู ก็ไม่ใช่สนามเดียวที่มีวิญญานคอยหลอกหลอนผู้จัดการทีมคนใหม่

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังสร้างมาตรฐานสูงลิบอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีนี้ลองนึกภาพว่าวันหนึ่งในอนาคตหาก เป๊ป อำลาตำแหน่ง ผู้จัดการทีมผู้จะเข้ามาแทนที่ผมต้องเจอกับอะไรบ้าง



โค้ชบางคนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล - มหาศาลชนิดที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์สโมสร หรือสร้างแรงกระเพื่อม ขยับสโมสรไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด

เซอร์ แม็ทท์ บัสบี้ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บิลล์ แชงคลี่ย์ ที่ลิเวอร์พูล
นิลส์ อาร์เน่ เอ็กเก้น กับโรเซนบอร์ก
จ็อค สตีน ณ กลาสโกว์  เซลติก
วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ กับดีนาโม เคียฟ

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาเกือบ 20 ปี กว่าจะหาคนที่ใช่หลังการอำลาตำแหน่งของ เซอร์ แม็ทท์ ในคำตอบคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วัย 46 ปี

ผู้สร้าง "บัสบี้ เบ๊บส์" ก้าวลงจากตำแหน่งในปี 1969 หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรก 1 ปี โดยขยับขึ้นไปกินตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรแทน

วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ ถูกตั้งมาคุมทีมแทน แต่ผลงานไปไม่ไหว ไม่ถึงปีก็โดนปลดออกร้อนถึง  บัสบี้ ต้องลงมาจากตำแหน่ง ผอ. เพื่อมากู้สถานการณ์ชั่วคราว ก็ วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ คนนี้แหละเป็นบิดาของ พอล แม็คกินเนสส์ อดีตโค้ชเยาวชนคนเก่งของสโมสรในช่วงปี 2005-2016

จากนั้น แฟรงค์ โอฟาร์เรลล์ ก็โดนดึงมาเป็นนายใหญ่ถาวรคนใหม่ และ โอฟาร์เรลล์ พบว่าเขาเจอกับอสูรดำทะมึนตามติดเขาไปทุกย่างก้าวในสโมสร

"เขายังอยู่ที่ไหนสักแห่งในสโมสร ที่ซึ่งเหล่าผู้เล่นยังตามหาและไปพบเขาได้" โอฟาร์เรลล์ ย้อนความหลัง

ลักษณะนี้ก็คล้ายกับกรณีของ ปรมาจารย์แชงคลี่ย์



บิลล์ แชงคลี่ย์ กลับพบว่ามันยากที่จะตัดขาดจากการคุมทีมแม้เขาจะอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมไปแล้วในปี 1974

ปู่บิลล์ ยังคงเข้ามาปรากฏตัวในเมลวู้ด สนามซ้อมของสโมสรอยู่เสมอ เหล่านักเตะที่มองเห็นเขาอยู่เป็นประจำก็ยังเรียกเขาว่า "เจ้านาย" และ ยังทำหน้าที่แม้กระทั่งคุมทีมซ้อมในบางครั้งด้วยซ้ำ

ส่วนคนที่ก้าวขึ้นมาจากหนึ่งในสต๊าฟฟ์โค้ช เพื่อมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทนเขาอย่าง บ็อบ เพสลี่ย์ อัจฉริยะผู้เงียบขรึม ยังคงเป็นแค่ "บ๊อบ"

ปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ลิเวอร์พูลมีบทเรียน จากปี 1969 จนถึง 1974 เป็น 5 ปีที่เหมือนตัวอย่างให้ทีมหงส์แดงลังเล ในการจะแต่งตั้ง บิลล์ แชงคลี่ย์ เป็นผู้อำนวยการสโมสร แบบเดียวกับ  บัสบี้

โดยเฉพาะจังหวะที่ บิลล์ แชงคลี่ย์ ลาจากตำแหน่งกุนซือ ในหน้าร้อนปี 1974 ก็เป็นปีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกชั้น สถานการณ์นี้ ทำให้ลิเวอร์พูล คิดหนัก

บ็อบ เพสลีย์ พยายามยื่นใบลาออก เพราะสถานการณ์มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนในที่สุดสโมสรต้องขอร้องให้ แชงคลี่ย์ ออกห่างจากสโมสร

ในมุมของลิเวอร์พูล มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะภายใต้การคุมทีมของ เพสลี่ย์  พวกเขาได้แชมป์ยุโรป 3 สมัย เป็นเกียรติยศที่ แชงคลี่ย์ เสียใจมากที่สุดว่าเขาไม่เคยทำได้สำเร็จ

ระหว่างปี1965 - 1971 ไรนุส มิเชลส์ ได้สร้างรากฐานสำคัญต่อฟุตบอลสมัยใหม่ไว้ที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยเฉพาะรากฐานของโททั่ล ฟุตบอล



หลังจาก "ท่านนายพล" อำลาสโมสร อาแจ็กซ์ แต่งตั้ง สเตฟาน โควัคส์ เข้ามาแทนที่ ยอดโค้ชชาวโรมาเนียคนนี้ในภายหลังมีส่วนสำคัญต่อระบบฟุตบอลของฝรั่งเศส ริเริ่มก่อตั้ง แกลร์กฟงแตน

โควัคส์ ยึดมั่นกับแนวทางที่ มิเชลส์ วางไว้ นักเตะส่วนใหญ่ชุดเดิม ยังคงประสบความสำเร็จ แต่ 2 ปีต่อมาเมื่อเขาอำลาทีมไป อาแจ็กซ์ กลับพบว่ามันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในการหาตัวแทน

จอร์จ คโนเบิ้ล, บ็อบบี้ ฮาร์มส์ และ ฮันส์ คราย เข้ามาและออกไปภายในช่วง 2 ปี กระทั่งอาแจ็กซ์ต้องอันเชิญ ไรนุส  มิเชลส์ กลับมากู้ศรัทธาอีกครั้งในปี 1975

ตลกร้าย เพราะคราวนี้ ไรนุส มิเชลส์ กลับโดนปีศาจร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้นตามมาหลอกหลอน ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในปีที่เขากลับมา

นิลส์ อาร์เน่ เอ็กเก้น นำโรเซนบอร์ก คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ทันทีในปีแรกที่เขาคุมทีมในปี 1971 อันเป็นงานแรกในฐานะผู้จัดการทีมของเขาด้วยวัยแค่ 30 ปีเท่านั้น

จากนั้นเขาขยับไปช่วยชาติ คุมทีมชาตินอร์เวย์ ทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่ ทว่า  โรเซนบอร์ก กลับมีปัญหา จน 5 ปีต่อมาพวกเขาต้องไปดึง เอ็กเก้น กลับมาคุมทีมอีกครั้ง

ตลอดเส้นทางอาชีพของ นิลส์ อาร์เน่ เอ็กเก้น เขาต้องกลับมากู้สถานการณ์ของ โรเซนบอร์ก อีกถึง 5 ครั้ง หลังจากการคุมทีมครั้งแรกในปี 1971

รวมแล้วเขาพาทีมได้แชมป์ลีกสูงสุดถึง 14 สมัย เขาคุมโรเซนบอร์กหนสุดท้ายในปี 2010 และปีนั้น โรเซนบอร์ก ก็ได้แชมป์จริงๆ  ผีของ เอ็กเก้น ก็ต้องให้ เอ็กเก้น ลงมาปราบเองกระมัง

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ประสบความสำเร็จหนเดียวในศตวรรษที่ 20 คือ เอฟเอ คัพ ในปี 1959 ก่อนที่ ไบรอัน คลัฟ  จะเข้ามาคุมทีมในปี 1975 แต่หลังจากนั้น 5 ปี ทีมเจ้าป่ากวาดทั้งแชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) และแชมป์ยุโรป 2 สมัยติด



คลัฟ  คุมทีมอยู่ถึง 18 ปี และหลังจากเขาอำลาตำแหน่งไปในปี 1993 ฟอเรสต์ ไม่เคยประสบความสำเร็จใดๆ อีกเลย ทั้งที่เปลี่ยนกุนซือนับไม่ถ้วน และน่าเสียดายที คลัฟ ไม่สามารถกลับมาปราบผีตัวเองได้อีกแล้ว เพราะหลังจากเลิกคุมเจ้าป่าปี 1993 เขาก็ไม่คุมทีมใดๆ อีกและเสียชีวิตด้วยวัยแค่ 69 ปี ในปี 2004

โชเซ่ มูรินโญ่ นำอินเตอร์ มิลาน คว้า 3 แชมป์ทั้ง เซเรีย  อา, โคปปา อิตาเลีย  และที่สำคัญที่สุด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2010

มูรินโญ่ คือนักปราบผี ทำลายล้างเงาที่ปกคลุม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า อยู่นานถึงกว่า 4 ทศวรรษ เงานี้ถูกสร้างไว้โดย เอเลนิโอ เอร์เรร่า นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ ผู้เชี่ยวชาญสไตล์คาเตนัคโช่

เอร์เรร่า นำทีมงูใหญ่คว้าแชมป์ยุโรป 2 สมัยติดในปี 1964 และ 1965 แต่หลังจากเขาแยกทางไปในปี 1968 เทรนเนอร์เก่งๆ หลายคนไม่เคยนำอินเตอร์ กลับไปยิ่งใหญ่ได้อีกเลย โดยเฉพาะผลงานใน ยูโรเปี้ยน คัพ แม้แต่จอมแท็คติกอย่าง โจวานนี่ ตราปัตโตนี่

อย่างไรก็ตาม โชเซ่  มูรินโญ่ ที่พิฆาตปีศาจร้ายของ เอเลนิโอ เอร์เรร่า ลงได้ กลับสร้างปีศาจตัวใหม่ขึ้นมาเสียเอง เพราะผลงานของเขาในปี 2010 มันยิ่งใหญ่เกินไป



ราฟา เบนิเตซ, จานปิเอโร กาสเปรินี่, เคลาดิโอ รานิเอรี่, วอลเตอร์ มาซซารี่, โรแบร์โต้ มันชินี่, ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ต่างโดนปีศาจของ มูรินโญ่ หลอกหลอน อย่าว่าแต่แชมป์ยุโรปเลย อินเตอร์ ไม่เคยได้แชมป์สคูเด็ตโต้ เลยด้วยซ้ำ ตลอด 9 ปีมานี้ พวกเขาได้เพียงแค่ โคปปา อิตาเลีย สมัยเดียว

เช่นเดียวกับที่ คัมป์ นู แม้กระทั่ง หลุยส์  ฟาน กาล ก็ลบล้างเงาดำของ ครัฟฟ์ ไม่ได้ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด เหนื่อยอยู่นานกว่าจะทำได้ในปี 2006 และหลังจากนั้นก็ถึงคิวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เราเข้าถึงฟุตบอลสมัยใหม่อย่างเป็นทางการ

แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังย้อนรอยอาถรรพ์ของตัวเองเมื่อ 40 ปีก่อนโน้น เมื่อคนที่ปราบผี แม็ทท์ บัสบี้ อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็สร้างอสูรตนใหม่ขึ้นมาเอง

อสูรตัวนี้น่ากลัว ใหญ่โตที่สุดเท่าที่เคยมีมา เฮี้ยนที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าจะมีใครเข้ามาปราบอสูรของ เซอร์ อเล็กซ์ ได้ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด


วันนี้ได้อ่านบทความดีดีมีสาระกันแล้ว อย่าลืมมาเลือกใช้ MYSBOBET กันนะครับ รับรองมีแต่ความสำเร็จรอคุณอยู่ พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment