breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ไบรอัน คิดด์ คนที่ถูกรัก"

อัพเดตเมื่อ : October 28, 2019 11:50pm โดย : admin

มีนักเตะไม่กี่คนที่เคยเล่นให้ทั้งฝั่งสีแดง และฟ้า ของแมนเชสเตอร์ แล้วจะได้รับความนับถือจากแฟนบอลของทั้งสองทีมในฐานะตำนาน
 
ไบรอัน คิดด์ คือหนึ่งในนั้น
 
อันที่จริง คิดด์ นอกจากจะเล่นให้ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้ แล้วเขายังเล่นให้ อาร์เซน่อล, เอฟเวอร์ตัน และ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ด้วย
 

แฟนบอลท้องถิ่นจะพบว่า เมื่อเขาเจอ "คิดโด้" นอกสนาม นี่คือชายที่ถ่อมตัว นิสัยดี และเป็นกันเองกับทุกคน
 
ไบรอัน คิดด์ เกิดย่านคอลลี่เฮิร์สท์ ในแมนเชสเตอร์ และเข้าอคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 13-14 ปี
 
ในวันเกิดครบ 19 ปี คิดด์ ยืนเป็นกองหน้าให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดวลกับ เบนฟิก้า ในศึกยูโรเปี้ยน คัพ นัดชิงชนะเลิศ และเป็นคนโหม่งพังประตู 3-1 ให้ทีม  ในชัยชนะ  4-1 คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกของสโมสรเมื่อปี 1968
 
There's only one Kiddo แฟนผีร้องเพลงมอบให้กับเด็กระเบิดวัย 19 ปีคนนี้ หลังมีส่วนสำคัญช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกจากอังกฤษที่คว้าแชมป์ยุโรป
 
อย่างไรก็ดี หลังจากจุดสูงสุดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเข้าสู่ขาลง อีก 1 ปีต่อมาเมื่อ เซอร์ แม็ทท์ บัสบี้ อำลาจากตำแหน่งผู้จัดการทีม
 
วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ ถูกแต่งตั้งเข้ามารับงานแทนบัสบี้
 


เพียงปีเศษ และทำผลงานได้ย่ำแย่ วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ ก็โดนปลด บัสบี้ ต้องลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรลงมาคุมทีมขัดตาทัพ  จากนั้นได้ดึงเอา แฟรงค์ โอฟาร์เรลล์ โค้ชชาวไอริช ผู้นำเลสเตอร์  เป็นแชมป์ดิวิชั่น 2 หมาดๆ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ในปี1971/72  และเขาเป็นกุนซือนอกสหราชอาณาจักรคนแรกของสโมสรด้วย
 
สัญญานความโรยรามาเยือนปีศาจแดงอย่างต่อเนื่องเมื่อ น็อบบี้ สไตล์ส, เชย์ เบรนแน่น ย้ายทีม ขณะที่ บิลล์ โฟล์คส์ และ แพ็ดดี้ ครีแลนด์ แขวนสตั๊ด บ็อบบี้ ชาร์ลตัน  วัย 34 ปี เข้าสู่ขาลง จอร์จ  เบสต์ เริ่มมีปัญหาเรื่องนอกสนาม  และ เดนิส ลอว์ เจ็บมาในปีก่อนหน้านั้น
 
โอฟาร์เรลล์ คุมทีมได้แค่ราว 18 เดือน ยูไนเต็ด ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกรอบ หลังทีมจบอันดับ 8 มา 3 ปีติด
 
ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ กุนซือทีมชาติสก็อตแลนด์ โดนดึงมาคุมทีมแทนตั้งแต่เดือนธันวาคม 1972 โดยเชื่อกันว่า เดนิส ลอว์ ที่เคยเล่นให้ ด็อคเคอร์ตี้ ในนามทีมชาติเป็นคนสนับสนุนความคิดนี้
 
จาก 22 ทีม "เดอะ ด็อค" พาแมนฯ ยูไนเต็ด  จบอันดับ 18 แต่นั่นคือยุคขาลงของทีมอย่างแท้จริง พวกเขารอดตายหวุดหวิด
 
บ็อบบี้ ชาร์ลตัน อำลาทีมหลังฤดูกาล 1972/73
 
เดนิส ลอว์ ก็ย้ายเช่นกัน โดยโยกกลับไปเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ ทีมเก่าของตัวเอง
 

หมายความว่า ซีซั่น 1973/74  แมนฯ ยูไนเต็ด ของทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ กลายเป็นทีมเลือดใหม่แทบจะเต็มตัว มีเพียง นายทวาร อเล็กซ์ สเต็ปนี่ย์ วัย 32 ที่อยู่มาตั้งแต่ยุคแชมป์ยุโรป
 
จอร์จ เบสต์ สภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำลงต้องกลายเป็น เดอะ แบก
 
ทีมเต็มไปด้วยเด็กหนุ่ม และนักเตะที่เพิ่งย้ายมาใหม่ อเล็กซ์ ฟอร์ไซธ์ 21 ปี, จิม โฮลตัน 22 ปี, มาร์ติน บัคคั่น 22 ปี, ไบรอัน กรีนฮอฟฟ์ 23 ปี,  เด็กปั้นอย่าง โทนี่ ยัง  22 ปี และ แซมมี่ แม็คอิลรอย วัย 19 ปี, ลู มาคาริ เพิ่งย้ายมาแค่ 6 เดือน
 
ด้วยสภาพทีมแบบนี้ทำให้ ไบรอัน ดิดด์ ในวัย 24 ปี เลยกลายเป็นแข้งซีเนียร์ของทีม
 
ผลงานตั้งแต่ซีซั่นเปิดจนถึงวันบ็อกซิ่ง เดย์ ทั้งหมด 21 นัด ชนะ 4 เสมอ 6 แพ้ถึง 11 เกมด้วยกัน
 
ดาวซัลโวของทีมถึงวันแกะกล่องของขวัญยิงไปแค่ 2 ลูก ประกอบด้วย เบสต์, แม็คอิลรอย, คิดด์ และ ผู้รักษาประตู อเล็กซ์ สเต็ปนี่ย์ (วิลลี่ มอร์แกน มือสังหารจุดโทษเจ็บในช่วงนั้น ด็อคเคอร์ตี้ เลยให้ สเต็ปนี่ย์ รับหน้าที่ยิงจุดโทษแทน และเขายิงเข้าทั้ง 2 ครั้ง)
 

 ปีนั้น ลีกเพิ่มโควต้าทีมตกชั้น จากเดิม 2 ทีม เป็น 3 ทีม หมายความว่า อันดับ 20, 21 และ 22 ต้องร่วงสู่ดิวิชั่น 2
 
ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงช่วงสงกรานต์ เป็นช่วงที่สาวกอสูรเริ่มมีความหวังบ้าง ทีมทำผลงานดี 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 ไม่แพ้ใครเลย โดยเฉพาะเกมบุกชนะเชลซี 3-1 และเปิดบ้านอัดเอฟเวอร์ตัน 3-0
 
ทว่า ความหวังเริ่มเลือนราง การเจอ เอฟเวอร์ตัน ติดๆ กันอีกนัดภายใน 8 วัน หนนี้  ยูไนเต็ด ออกไปแพ้ 0-1 กับอีก 2 นัดที่เหลือ ทำให้พวกเขาต้องลุ้นผลคู่อื่นด้วย คือ เบอร์มิงแฮม และ เวสต์แฮม ที่เป็นกลุ่มหนีตายด้วยกัน
 
วันที่ 27 เมษายน แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ แมนฯ ซิตี้ และ เดนิส ลอว์ ก็ตอกส้นใส่ทีมเก่าช่วยให้เรือใบซิวชัย 1-0
 
โดยหลายคนยังเชื่อกันว่า เดนิส ลอว์ คือคนส่ง ยูไนเต็ด ตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2  ซึ่งไม่เป็นความจริง
 
ความจริงก็คือ การที่ เบอร์มิงแฮม เอาชนะ นอริช ได้ และ เวสต์แฮม มีแต้มในเกมกับลิเวอร์พูล หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่สองทีมนี้ไม่ทันแล้ว
 
เพียงแต่การแพ้ต่ออริร่วมเมืองด้วยประตูของอดีตฮีโร่ เป็นการการันตีว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจบรองบ๊วย
 

ปีนั้น ไบรอัน คิดด์ ลงเล่นไปเพียงครึ่งเดียว 21 นัด และทำได้แค่ 2 ประตู มาจากเกมๆ เดียว คือนัดเปิดบ้านชนะเวสต์แฮม 3-1 ช่วงต้นซีซั่น
 
เมื่อ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด  ตกชั้นสู่ ดิวิชั่น 2 ไบรอัน คิดด์ ก็ได้ย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 110,000 ปอนด์ ขณะที่สถิติอังกษ ปีนั้นเป็นของ บ็อบ แลทช์เฟิร์ด จากเบอร์มิงแฮมสู่ เอฟเวอร์ตัน 350,000 ปอนด์
 
คิดด์ ประเดิมสนามให้ทีมปืนใหญ่ในเกมไปเยือนฟิลเบิร์ต สตรีทของ เลสเตอร์ ซิตี้ และพังประตูได้ทันที เป็นประตูชัย 1-0
 
เขายิงรวม 19 ประตูในเกมลีกซีซั่นแรกให้กับอาร์เซน่อล เป็นดาวซัลโวของทีม โดยเฉพาะเกมเปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-0 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 1975
 
อยู่ที่ลอนดอนได้แค่ 2 ปีไบรอัน คิดด์ ก็กลับ แมนเชสเตอร์ แต่หนนี้เขาย้ายมาสวมสีฟ้าของแมนฯ ซิตี้ โดยตลอด 3 ปีที่ เมน โร้ด นั้น คิดด์ กลับมายิงแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเก่าถึง 3 ประตูด้วยกัน
 
จากนั้น คิดด์ ย้ายไป  เอฟเวอร์ตัน และ โบลตัน ก่อนไปหากินในอเมริกา และแขวนสตั๊ดในปี 1984


หลังเลิกเล่น ไบรอัน คิดด์ จับงานคุมทีมทันทีกับ แบร์โรว์ จากนั้นมาคุม เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ช่วงสั้นๆ



ความสัมพันธ์ของเขากับ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาบรรจบกันอีกครั้งในปี 1988 เมื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ติดต่อให้เขาเข้ามาเป็นโค้ชทีมเยาวชน
 
จากนั้นอีก 3 ปี มือขวาของ เฟอร์กี้ อย่าง อาร์ชี่ น็อกซ์ ย้ายไปทำงานกับ  กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทำให้ คิดด์ ถูกดันขึ้นมาเสียบตำแหน่งนี้แทน
 
ไบรอัน  คิดด์ จึงมีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงยุคต้น 90s โดยเฉพาะแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 26 ปี เมื่อปี 1993
 
น่าเสียดายที่ตอน คิดด์ แยกทางกับ  เฟอร์กี้ มีรอยร้าวเล็กๆ จากการออกมาเปิดเผยในอัตชีวประวัติของเฟอร์กี้เอง ซึ่งอ้างว่า คิดด์ พยายามล็อบบี้ให้ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ เซ็น จอห์น ฮาร์ทสัน แทนที่จะเป็น ดไวท์ ยอร์ค ในหน้าร้อนปี 1998 ลงเอยด้วยการแยกทางไปคุม แบล็คเบิร์น และไม่ประสบความสำเร็จ
 
กระทั่งไปทำงานเป็นโค้ชให้กับ  ลีดส์ ยูไนเต็ด ศัตรูอีกทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด
 
สุดท้ายเป็น แมนฯ ซิตี้ ในยุคที่ได้กลุ่มทุนจากอาบู ดาบี เข้ามาเทคโอเวอร์ จะติดต่อให้ คิดด์ เข้ามาทำงานด้วย
 
ไบรอัน คิดด์ เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่โชคดี ได้สัมผัสกับทั้งสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์ ทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช ทั้งช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำ
 
เขายังถูกแฟนบอลทั้้งสองฝั่งของแมนเชสเตอร์ มองเป็นตำนานเสมอ นี่คือสิ่งที่ยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่า
 

ไบรอัน คิดด์ ไม่เคยพูดแย่ๆ  เกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลย แม้เขาจะย้ายออกมาจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิน 2 ทศวรรษแล้วก็ตาม
 
ไม่เพียงเท่านั้น ตลอดในช่วงเวลานี้ เมื่อไหร่ที่ คิดด์ พูดถึง เซอร์ อเล็กซ์ เขาจะยังเรียกเฟอร์กี้่ว่า "ลูกพี่" อยู่เสมอ

และถ้าหากใครตอนนี้เว็บไซด์ที่กำลังถูกพูดถึงมากมายว่าดีจริง เยี่ยมจัง รวดเร็วสุดๆล่ะก็ต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@MY-SB99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment