breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ตัวละครลับชาวบาสก์"

อัพเดตเมื่อ : November 25, 2019 1:48am โดย : admin

ราฟาเอล โมเรโน่ อารานซาดี้ "ปิชิชี่" เกิดในปี 1892

เตลโม่  ซาร์ร่า เกิดในปี 1921

ทั้งสองคนถือเป็นโคตรกองหน้าของ แอธเลติก บิลเบา แน่นอนว่าทั้งคู่คือชาวบาสก์

ในภายหลัง ชื่อของทั้ง ปิชิชี่ และ เตลโม่  ซาร์ร่า ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรางวัลดาวยิงประจำฤดูกาลของลีกสเปน

รางวัล "ปิชิชี่" มอบให้กับดาวยิงสูงสุดประจำฤดูกาล ส่วน เตลโม่ ซาร์ร่า มอบให้กับนักเตะสเปนที่ยิงสูงสุดประจำฤดูกาล

เพียงแต่ยังมีนักเตะชาวบาสก์อีกคน ที่ถือเป็นยอดดาวยิง เพียงแต่คนรุ่นหลังลืมเลือนเขาไป ชื่อของเขาไม่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น


นักเตะคนนี้ เกิดมาผิดจังหวะไปนิด เพราะในช่วงที่เขาหนุ่มฉกรรจ์ ช่วงที่ควรได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพต่อเนื่อง ดันเกิดสงครามในสเปนเสียก่อน ชื่อของเขาคือ อีซิโดร ลันการ่า
 
อีซิโดร ลันการ่า กาลาร์ราก้า ก็เป็นชาวบาสก์เช่นเดียวกัน เขาเกิดปี 1912 เรียกว่าเป็นรุ่นน้องของ ปิชิชี่ แต่เป็นรุ่นพี่ของ เตลโม่ ซาร์ร่า
 
ลันการ่า เกิดที่ ปาซาย่า เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรระดับสมัครเล่นในบ้านเกิด ขณะอายุ 18 ปีฟอร์มการถล่มประตูของเขาก็ไปเข้าตา เรอัล โอเบียโด้ เข้าอย่างจัง
 
ในปี 1930 เขาก็กลายเป็นนักเตะของ โอเบียโด้  และกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกพลังหนุ่มของทีมที่เล่นบอลฉับไวรวดเร็ว
 
ฟอร์มระเบิดตาข่ายของเขาแรงต่อเนื่อง ซิวรางวัล "ปิชิชี่" ไปครองได้ไม่ยาก และทำให้เขาติดทีมชาติสเปนด้วย โดยกระทุ้ง 17 เม็ดจาก 12 นัดให้ ลา โรฆ่า
 

แต่ปี 1936 สงครามก็ระเบิดขึ้น ภายใน 6 ปีเขาฝากผลงาน 142 ประตูจาก 113 นัดเอาไว้กับ เรอัล โอเบียโด้
 
ขณะนั้นเขาอายุเพียง 24 ปีเท่านั้นเอง เขาแทบจะไม่ได้เล่นฟุตบอลเป็นชิ้นเป็นอัน หลังจากผ่านไป 3 ปี เขาก็ตระเวนไปยังอเมริกาใต้  ลงเอยที่อาร์เจนติน่า
 
เขารู้จักเพื่อนที่นั่นให้เซ็นสัญญากับ ซาน ลอเรนโซ่ โดยนัดประเดิมของเขาเมื่อปี 1939 นั้น เป็นการเจอกับทีมแชมป์อย่าง ริเวอร์ เพลท เสียด้วย ผลคือ เขาเหมา 4 ประตูช่วย ซาน ลอเรนโซ่ ชนะไป 4-2
 
ในปีต่อมา เขาก็คว้ารางวัลดาวยิงลีกอาร์เจนไตน์ ด้วยจำนวน 33 ประตูจาก 34 นัด โดยเขาค้าแข้งกับ ซาน ลอเรนโซ่ อยู่ทั้งสิ้น 4 ปี ทำได้ 110 ประตูจาก 121 นัด
 
สถิติอีกอย่างคือ เป็นนักเตะที่ทำประตูในนัดเดียวในเกมลีกสูงสุดอาร์เจนติน่า ที่ 7 ประตู ซึ่งยังคงยืนยงมาจนทุกวันนี้
 

ในปี 1943 ลีกเม็กซิโกเริ่มบูมขึ้นมา ลันการ่า ในวัย 31 ปี ก็ได้เซ็นสัญญากับ เรอัล กลุ๊บ เอสปันญ่า และที่นี่เอง เขาก็คว้าแชมป์ลีกอาชีพ ครั้งแรกและครั้งเดียวในเส้นทางการค้าแข้งของเขาได้ เขาเป็นดาวยิงลีกเม็กซิโก 2 สมัย โดยตลอด 3 ปีกับ เรอัล เอสปันญ่า เขาทำได้ถึง 105 ประตูจาก 68 นัด
 
แล้วเมื่อปี 1946  ลันการ่า ในวัย 34 ปีก็คืนถิ่น เขากลับมาเล่นให้ เรอัล โอเบียโด้ อีกครั้งอีก 2 ปี ก่อนแขวนเกือก หนนี้เขายิง 23 ประตูจาก 29 นัด
 
เขาเป็นเพียงนักเตะ 4 คนบนโลก ร่วมกับ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, โรมาริโอ และ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่เป็นดาวซัลโวลีกสูงสุดได้ถึง 3 ประเทศที่ไปค้าแข้ง
 
แม้ทีมชาติบาสก์จะเป็นเพียงการรวมตัวกันของนักเตะเชื้อบาสก์ ลงเตะเกมเกียรติยศนานๆ หน ทว่า เจ้าของสถิติดาวยิงตลอดกาลของบาสก์ ก็ยังยืนยงเป็นของ ลันการ่า เมื่อทำได้ 17 ประตู

ส่วนในนามทีมชาติสเปน เขาก็ทำได้ 17 ประตูเท่ากัน จากการลงเล่นเพียง 12 นัดเท่านั้น
 

ด้วยสถิติอัตราการทำประตูของเขา ในฟุตบอลลีกสเปน 142 ประตูจาก 113 นัด และต้องหยุดเล่นไปเพราะสงคราม ขณะที่อายุแค่ 24 ปีเท่านั้น

ลองนึกภาพว่า หากไม่เพราะสงครามมาขัดขวางฟุตบอลลีก ตัวเลขการพังประตูของเขาจะพุ่งไปขนาดไหน
 
ได้อ่านเรื่องราวของ อีซิโดร ลันการ่า กันไปแล้ว น่าจะประทับใจกับฝีเท้าของเขากันไม่น้อย น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้เจิดจรัสเป็นดาวแสงสว่างนำทาง แต่คุณยังมีโอกาสนะ... ลองมาติดตามกันที่ MYSBOBET รับรองว่าจะได้เจอกับโอกาสที่คุณมองหา ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment