ข่าว

Football Knowledge

"ทำไมโค้ชละตินถึงไม่ค่อยเปรี้ยงในเวทีใหญ่ยุโรป"

อัพเดตเมื่อ : December 02, 2019 12:10am โดย : admin

ในยุค 4-5 ปีหลัง ชื่อของกุนซือรุ่นใหม่อย่าง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ รวมถึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ถือว่าได้รับการยอมรับในวงกว้าง
 
รายหลังเพิ่งพาทีมอย่าง สเปอร์ส ที่ไม่ได้เสริมทัพเลย 1 ฤดูกาลเต็ม เข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้
 
ขณะที่ ซิเมโอเน่ นำ แอต มาดริด ผงาดขึ้นมาท้าชิงกับสองยักษ์ บาร์ซ่า-มาดริด และหลายครั้งทำได้ดีกว่ายักษ์ทั้งสองด้วยซ้ำ
 

เราอาจจะเห็น มานูเอล เปเยกรินี่ ที่เคยคุม บียาร์เรอัล, มาลาก้า, เรอัล มาดริด หรือ แมนฯ ซิตี้ ทำได้ไม่เลว
 
แต่ก็ต้องยอมรับว่า  โค้ชชาวอเมริกาใต้ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ยุโรป ยูโรเปี้ยน คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่าที่ควร
 
ทั้งที่อเมริกาใต้ สร้างนักคิดผู้ยิ่งใหญ่มากมายหลายคนในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ทวีปนี้เป็นต้นกำเนิดที่แท้จริงของแบ็กโฟร์, 4-2-4, คาเตนัคโช่, กับดักล้ำหน้า, การเพรสซิ่ง, ระบบไร้กองหน้า 4-6-0 และ ล่าสุดนี้ 3-1-4-2 ที่ถูกนำเสนอโดย อูนิเวร์ซิดาด เด ชิลี ของโค้ช ฮอร์เก้ ซามเปาลี
 

แม้จะมีสถิติที่น่าประทับใจ มีโค้ชอเมริกาใต้เพียงหยิบมือเดียวที่สามารถสร้างผลงานจับต้องได้ใน ยูโรเปี้ยน คัพ โดยมีแค่ 2 เท่านั้น และทั้งคู่เป็นอาร์เจนติเนี่ยน ที่เคยได้แชมป์รายการนี้ : หลุยส์ การ์นิญ่า (เรอัล มาดริด ปี 1958 และ 1959) และ เฮเลนิโอ เอร์เรร่า (อินเตอร์ มิลาน ในปี 1964 และ 1965)

ลองเทียบกันดู สลับฝั่งกันบ้าง เมียร์โค โยซิช ยังคงเป็นโค้ชชาวยูโรปคนเดียวที่ไปได้แชมป์ถ้วยใหญ่ในอเมริกาใต้ โดยได้ชูถ้วย โกปา ลิเบร์ตาโดเรส กับ โกโล่-โกโล่ ในปี 1991 และแน่นอน เมื่อฟุตบอลแพร่หลายไปทั่วโลกมากขึ้น โค้ชจากอเมริกาใต้ ก็ยังคงเจอกับกำแพงบางอย่างในยุโรปอยู่ดี
 
มีการวิเคราะห์กันว่าที่โค้ชจากละติน ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็นในยุโรป มีด้วยกันหลายสาเหตุ


1. ความคาดหวัง
 
โค้ชชาวบราซิลอย่าง วันแดร์เลย์ ลุกเชมบูร์โก้ ถูกตั้งความหวังว่าจะยังคงทำทีมให้เล่นได้สวยงาม เมื่อความเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปอย่างทันท่วงที พวกเขาเลยผิดหวังกัน หลังจากลา เรอัล มาดริด ในปี 2005 ลุกเชมบูร์โก้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ถ้า โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปคุมทีมในบราซิลสัก 10 ฤดูกาล พวกเขาคงคว้าแชมป์ได้ ถ้าผมได้คุม 10 ฤดูกาลในยุโรป ผมคงคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้เหมือนกัน"
 

ออสการ์ ตาบาเรซ ผู้เคยคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา กับทีมชาติอุรุกวัย ก็เผชิญความกดดันเดียวกันที่ เอซี มิลาน ในปี 1996 "สถานะของผมที่เป็นชาวต่างชาติคือปัญหาหนึ่ง" เขากล่าว โดยมองย้อนไปในช่วงครึ่งปีของเขาที่ ซาน ชีโร่ "พวกเขาต้องการจากชาวต่างชาติมากกว่าที่ต้องการจากคนในประเทศ และนั่นเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว"

2. ความแตกต่าง
 
ช่วงเวลาไร้ความสุขของ หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ในการคุมทีมเชลซีในช่วงต้นฤดูกาล 2008 ส่วนหนึ่ง เพราะความแตกต่างภายในห้องแต่งตัวของสิงโตน้ำเงินคราม ที่สโมสรในบราซิลนั้น คำว่านักเตะต่างชาติเองก็ยังเป็นคนอเมริกาใต้ด้วยกัน แต่ในยุโรป ทีมมีนักเตะหลากหลายเชื้อชาติกว่านั้น
 

"ทีมของผมไม่บราซิเลี่ยนมากพอ" สโคลารี่ บอกกับ France Football "มันเป็นทีมที่ 'มีการแบ่งชั้นวรรณะ' นั่นคือสไตล์ของลูกทีมผม นั่นคือเหตุผลว่าทำไมโรบินโญ่(ถ้าเข้ามา) ทำให้มีสิ่งดีๆ เกิดกับทีมได้มากแน่ ผมไม่มีความสัมพันธ์แบบครอบครัวกับผู้เล่นเลย ทุกอย่างอยู่แค่ในสนาม นอกสนามมันไม่มีอะไรเลย ในบราซิล ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนักเตะของผม"
 
3.รวบรวมความหลากหลาย
 
เฮเลนิโอ เอร์เรร่า คือโค้ชชาวอเมริกาใต้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุโรป ด้วยการทำงานและคว้าแชมป์ได้ทั้งในสเปน และอิตาลี เขาครอบครองคุณสมบัติทั้งด้านแท็คติก และจิตวิทยา แต่บางที ข้อดีที่สุดของเขาอาจเป็นความจริงที่ว่าเขาจากอาร์เจนติน่ามาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เติบโตในโมร็อคโก ก่อนย้ายมายังฝรั่งเศสและเริ่มต้นอาชีพโค้ชที่นั่น "ตั้งแต่อายุ 14 ผมเล่นกับทั้งพวกอาหรับ, ยิว และฝรั่งเศส หรือพวกสเปน นั่นคือโรงเรียนชีวิต" เขาบอก
 

4.ความมีอคติ
 
ความล้มเหลวของกุนซือชื่อดังอย่าง สโคลารี่ และ ลุกเชมบูร์โก้ ยิ่งช่วยย้ำน้ำหนักให้กับความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าโค้ชอเมริกาใต้จะไม่สามารถประสบความสำเร็จในยุโรป ซึ่งทำให้สโมสรต่างๆ ยิ่งไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากสร้างบรรยากาศที่ไม่แน่ไม่นอน อันส่งผลให้งานของโค้ชนำเข้าจากอเมริกาใต้นั้นยากขึ้นไปอีก
 

5.โชค
 
วลีที่ยิ่งใหญ่อย่าง "ถ้าหากว่า" ในเรื่องราวความสำเร็จที่ไม่เป็นไปตามเป้าของ เซซาร์ หลุยส์ เมน็อตติ ระหว่างช่วงมีนาคม 1983 ถึง มิถุนายน 1984 ชายผู้ที่เคยนำอาร์เจนติน่าไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกปี 1978 ผู้นี้ ได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย 3 ใบกับ บาร์เซโลน่า ทีมที่มี ดิเอโก้ มาราโดน่า อยู่ด้วย แต่เขาเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากมารดาป่วย และความพ่ายแพ้ในสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ส ส่งผลให้เกิดความโกลาหลในอาร์เจนติน่า การกลับสู่ยุโรปของเขา  เพื่อมาคุม ซามพ์โดเรีย ในปี 1997 นับเป็นเรื่องราวแอนติ-ไคลแม็กซ์
 
ทั้ง การ์นิญ่า และ เอร์เรร่า นั้นเล่นฟุตบอลอยู่ในยุโรปมาก่อนที่จะก้าวมาครองความยิ่งใหญ่ในฐานะโค้ช และหากจะมีชาวอเมริกาใต้คนที่สาม ที่จะได้แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ บนม้านั่งผู้จัดการทีมก็คงเป็นอดีตนักเตะจากบราซิล หรือไม่ก็อาร์เจนติน่า ที่ใช้ชีวิตการค้าแข้งเกือบทั้งหมดในยุโรปนั่นเอง
 

ซึ่งจากการวิเคราะห์ เราจะพบว่า โปเช็ตติโน่ กับ ซิเมโอเน่ ที่ดูผลงานแล้วทำได้ดีกว่าเพื่อนร่วมทวีป เพราะพวกเขาเคยมาค้าแข้งในยุโรปตั้งแต่หนุ่มๆ ปรับตัวเข้ากับวิถีของแนวทางบนทวีปแห่งนี้ได้ดีกว่าจริงๆ

---------------------
หอเกียรติยศ.. โค้ชอเมริกาใต้ที่เคยพาทีมเข้าชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ยุโรป
- หลุยส์ การ์นิญ่า เรอัล มาดริด (แชมป์ปี 1958, 1959)

- เฟร์นานโด ริเอร่า เบนฟิก้า (รองแชมป์ปี 1963)

- เฮเลนิโอ เอร์เรร่า อินเตอร์ มิลาน (แชมป์ปี 1964, 1965, รองแชมป์ 1967)

- อ็อตโต้ กอลเรีย เบนฟิก้า (รองแชมป์ปี 1968)

- ฮวน การ์ลอส ลอเรนโซ่ แอตเลติโก้ มาดริด (รองแชมป์ปี 1974)

- เอคตอร์ กูเปร์ บาเลนเซีย (รองแชมป์ปี 2000, 2001)

- ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ แอตเลติโก้ มาดริด (รองแชมป์ 2014, 2016)

- เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สเปอร์ส (รองแชมป์ 2019)

ใครจะเปรี้ยงไม่เปรี้ยง แต่เราเปรี้ยงแน่นอน!! มาลองดูสิ MYSBOBET ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@MY-SB99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment