breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เส้นทางสีแดงของบี-ร็อด "

อัพเดตเมื่อ : December 28, 2019 2:43am โดย : admin

คาร์นล็อค เป็นเมืองเล็กๆ ติดทะเล อยู่ในเคาน์ตี้ อัลทริม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนือ

เมืองเล็กๆ เมืองนี้เป็นบ้านเกิดของหนึ่งในกุนซือฝีมือดีที่สุดของพรีเมียร์ ลีก ชั่วโมงนี้ มันคือบ้านเกิดของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ประสบการณ์มากมายที่หล่อหลอมเด็กชายจากคาร์นล็อคคนนี้ให้กลายเป็นผู้จัดการทีมที่มีวิธีการทำทีมที่มีเอกลักษณ์

เชื่อว่าหลายคนคงคิดไม่ถึง บี-ร็อด มีความสัมพันธ์อย่างมากกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดเริ่มต้นจุดแรกๆ ของการเดินทางสายลูกหนังของเขา และสำหรับ ร็อดเจอร์ส เขาก็เป็นอีกคนที่ยกย่องเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่างมาก



ย้อนไปในยุค 80s ร็อดเจอร์ส ก็เหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปที่ชอบฟุตบอล ก็ฝันอยากเป็นนักฟุตบอล ตอนเป็นวัยรุ่นเขาเคยเดินทางมาทดสอบฝีเท้ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  แต่ไม่ผ่านการทดสอบ

หากพูดถึงเส้นทางอาชีพการงานในฐานะนักเตะของร็อดเจอร์ส ก็ไม่ประสบความสำเร็จนักหรอก ทีมใหญ่ที่สุดที่เคยเล่นคือ เรดดิ้ง

ตอนอายุ 14 เมื่อปี 1987 ร็อดเจอร์ส มาทดสอบฝีเท้ากับ ยูไนเต็ด และได้พบกับเซอร์ อเล็กซ์ ที่ตอนนั้นมาคุมปีศาจแดงแล้ว และความประทับใจของ ร็อดเจอร์ส ต่อเฟอร์กี้ ก็มีมาตั้งแต่ตอนนั้น

"แม้แต่ตอนนั้น สิ่งที่แจ่มชัดสำหรับผมคือทุกครั้งที่ผมไปที่นั่นผมเห็น อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ทุกวัน ผมอายุ 14 และเห็นเขาทุกวัน แต่นั่นคืองานที่เขาทุ่มเทลงไปในทุกสิ่ง รวมถึงเรื่องเยาวชนด้วย เขารู้จักโค้ชอายุน้อยทุกคนและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมากๆ"
 
หลังจากมุ่งมั่นที่จะเอาดีด้านงานโค้ช เขาก็เริ่มเรียนรู้อย่างหนัก  เขา เริ่มต้นงานโค้ชด้วยการเป็นหนึ่งในทีมงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เชลซียุคแรก จากนั้นมาคุมวัตฟอร์ด และเรดดิ้ง อดีตต้นสังกัด  เขาโดนปลดหลังคุมไปได้แค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง



แค่เริ่มต้นก็ไม่ค่อยสวยซะแล้ว  ตอนนั้นเองที่ เฟอร์กี้ เขียนจดหมายไปหา  เพื่อให้กำลังใจโค้ชหนุ่ม อายุแค่ 36 ปี

"มันมีความหมายกับผมมากมันน่าอัศจรรย์กับสิ่งที่เขาทำสำเร็จ เขาอยู่ข้างบนนั้นเหมือนไฟส่องทางสำหรับผู้จัดการทีมทุกคน เขาเป็น "บิ๊กบอส" ของทุกๆ คน"  ร็อดเจอร์ส ให้สัมภาษณ์

"เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นหลัง และแน่นอนว่ามีสมองเต็มเปี่ยมด้วยปัญญา และความรู้ในการบริหารทีมในระดับสูง"

ความสนิทสนมระหว่างทั้งคู่เริ่มก่อตัวหลังจาก ร็อดเจอร์ส สร้างชื่อกับสวอนซีเป็นต้นมา เพราะได้ดวลกันในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งถ้าดูเส้นทางอาชีพของ ร็อดเจอร์ส จะเห็นว่าเขารู้จักวางตัว และเป็นคนทำการบ้านมาดีเสมอ

"เราคุมทีมเจอกันในปีสุดท้ายของเขาตอนผมอยู่ลิเวอร์พูลด้วย ทีมของเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะสวอนซีในบ้าน ผมว่าเราไม่เสียประตูเลยด้วยมั้งจนถึงเดือนพฤศจิกายน"

"ทีมของเขาเอาชนะเรา 1-0 แต่เขาชื่นชมเราอย่างมากและผมก็เตรียมไวน์แดงขวดพิเศษไว้สำหรับเขา - ฟิน เดล มุนโด้ มันมาจาก ปาตาโกเนีย - เขตที่มีคนพูดภาษาเวลช์กัน"



ภูมิภาคปาตาโกเนียในอาร์เจนติน่าเป็นส่วนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ มีความสวยงามทั้งธารน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ รวมไว้ด้วยกัน และมีชาวเวลส์อพยพไปอยู่นั่นมา 100 กว่าปีแล้ว พวกนั้นยังรักษาขนบ ประเพณี และภาษาเวลช์เอาไว้อย่างเข้มแข็ง และแน่นอนว่ามีการปลูกองุ่นทำไวน์ ถ้าไม่รู้ก็คงนึกไม่ออกว่าในอาร์เจนติน่า เนี่ยมีคนพูดภาษาเวลช์ด้วย

"ไวน์ขวดนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นเกี่ยวกับว่า ใครเป็นนักเตะที่พูดเวลช์คนสุดท้ายที่ยิงประตูได้ในเวมบลีย์สนามเดิม"

"ทุกคนคงคิดถึงไรอัน กิ๊กส์ หรืออะไรทำนองนั้น แต่คำตอบคือ กาเบรียล บาติสตูต้า ที่ยิงให้ฟิออเรนติน่าที่เวมบลีย์ เขามาจากปาตาโกเนีย และพูดเวลช์ได้คล่อง เซอร์ อเล็กซ์ ชอบเรื่องนี้ ดังนั้นเขาเลยเอา ฟิน เดล มุนโด้ ไป 2 ขวดเลย"

"เขาดีกับผมเสมอตอนที่ผมคุมลิเวอร์พูล เรายังคุยกันเรื่องนี้เมื่อวันก่อน เขารักความเป็นอริกัน"

 "ผมเป็นอริโดยตรงในปีสุดท้ายของเขา แต่เขาก็เปิดต้อนรับเสมอ ตอนที่นักเตะออกไปวอร์มอัพกัน เขาเชิญผมเข้าไปจิบชากันก่อนด้วย"

นี่เรื่องเล่าจากปากของ เบรนดัน  ร็อดเจอร์ส คนที่ครั้งหนึ่งเคยมาทดสอบฝีเท้ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยคุมลิเวอร์พูล จนเกือบได้แชมป์ และกำลังพาเลสเตอร์บินสูงอยู่ในขณะนี้



มันจะน่าแปลกใจอะไร หากในอนาคตเขาจะมีชื่อเป็นแคนดิเดตกุนซือคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด !

ได้อ่านเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนกันแล้ว มาลองมาติดตาม Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าที่นี้มีความสำเร็จรอคุณอยู่และคุณต้องติดใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment