breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ผู้ช่วยเหลือในเงามืด "

อัพเดตเมื่อ : January 01, 2020 1:01am โดย : admin

เดือนพฤศจิกายน 1992 ฤดูกาลแรกที่ลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนโฉม เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ ลีก
 
ขณะนั้น ยังไม่มีการกำหนดตลาดนักเตะ ระหว่างฤดูกาลใครจะซื้อใครก็ได้เสมอ ยกเว้นตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปจนจบฤดูกาล เพราะถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อาจเกิดการ "ซื้อเพื่อเตะตัดขากันเกิดขึ้น"
 
ครั้งนั้น สัญญาที่ในภายหลังได้กลายเป็นการเซ็นแห่งประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้นเมื่อ เอริค คันโตน่า ย้ายจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด มายังอริอันดับ 1 ของพวกเขาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 
ผู้เกี่ยวข้องกับการย้ายตัวครั้งนี้มีหลายคน ตั้งแต่ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์, อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เดนิส เออร์วิน ไปจนถึง โฮเวิร์ด วิลคินสัน นายใหญ่ลีดส์ ในตอนนั้น
 
แต่หลายคนอาจไม่รู้จักชื่อ วิลเลี่ยม "บิลล์"  ฟอเธอร์บี้
 
วิลเลี่ยม หรือที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เรียกอย่างคุ้นปากว่า วิลลี่ คือผู้อำนวยการบริหารของทีมยูงทองชุดแชมป์ ดิวิชั่น 1 หนสุดท้ายปี 1992


 
เขาคือผู้ดึง โฮเวิร์ด วิลคินสัน มาคุมทีมยูงทอง และทำให้ "วิลโก้" เป็นกุนซือชาวอังกฤษคนสุดท้ายที่พาทีมได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ
 
รากฐานที่ ฟอเธอร์บี้ วางไว้ให้ ลีดส์ ค่อนข้างมั่นคง ด้วยการโปรโมตทีมเข้าสู่โลกธุรกิจ ปรับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงง่ายมากกว่าเดิม และทิ้งทรัพยากรนักเตะอายุน้อยฝีเท้าดีมากมาย ก่อนอำลาตำแหน่งไปในปี 1997 โดยมี ปีเตอร์ ริดส์เดล เข้ามาบริหารแทน
 
อย่างที่เราทราบกันว่าในยุคของ ริดส์เดล ลีดส์ กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ที่มี เดวิด โอเลียรี่ และแก๊งยังบลัด เดินหน้าลุยคู่แข่ง เพียงแต่การทำอะไรเกินตัว คาดการผิด ส่งผลให้พวกเขาฟุบจนถึงตอนนี้
 
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่จดจำชื่อของ บิลล์ ฟอเธอร์บี้ ก็คือเขาเป็นชายผู้ขายเอริค คันโตน่า ให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด"
 
มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์  อดีตประธานสโมสรปีศาจแดง เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้เองว่า จริงๆ แล้วเขาเซ็น ก็องโต้  มาจากลีดส์ ด้วยราคาต่ำกว่าที่เปิดเผยไปในข่าวเยอะ

 

ย้อนไปในปี 1992 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัวคันโตน่า ในราคา 1.6 ล้านปอนด์ ตามที่สำนักข่าวส่วนใหญ่ระบุ แต่จริงๆ มีการซื้อขายกันในวงเงินแค่ 1 ล้านปอนด์เท่านั้น
 
ที่ เอ็ดเวิร์ดส์ ต้องให้ข่าวว่าดีลกันที่ 1.6 ล้านปอนด์ ก็เพราะได้รับการขอร้องมาจาก ฟอเธอร์บี้
 
"กลัวแฟนบอลลีดส์  จะโกรธ ถ้ารู้ว่าขายไปแค่ 1 ล้าน" ฟอเธอร์บี้ ให้เหตุผล
 
ยุคนี้ ความต่างแค่ 6 แสนปอนด์มันแทบไร้ค่า เท่ากับค่าแรงของ เมสซี่, โรนัลโด้ หรือ ปอล ป็อกบา แค่สัปดาห์เศษๆ
 
หากย้อนไปเมื่อ 27 ปีก่อน เงินจำนวนนี้ถือว่ามากโข เพราะการจะมีนักเตะราคาระดับ 2-3 ล้านปอนด์ก็ฮือฮากันแล้ว ในยุคที่ 1 ปอนด์ มีมูลค่าสูงมาก
 
ยุคนั้น เบียร์ 1 ไพนต์ ราคาประมาณ 1.3-1.4 ปอนด์ แต่ทุกวันนี้กระโดดไปเหยียบๆ 5 ปอนด์
 
ซึ่งมันไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่เงินในวงการฟุตบอลมันเฟ้อไปมากกว่าค่าครองชีพโดยเฉลี่ยอีกหลายเท่า
 
วัดกันจริงๆ 1 ล้านปอนด์ กับ 1.6 ล้านปอนด์ ก็คงประมาณ 40 ล้านปอนด์ กับ 60 ล้านปอนด์ ในปัจจุบัน
 
เงินในวงการฟุตบอลยุคต้น 90s  ไม่ได้เว่ออย่างทุกวันนี้ คิดดูว่า ก่อนหน้านั้น 2 ปี แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อ เดนิส เออร์วิน มาด้วยราคา  650,000 ปอนด์  จน เออร์วิน ขึ้นหิ้งเป็นตำนาน
 
แล้วก็ เดนิส เออร์วิน นี่แหละคือชนวนการย้ายทีมอมตะครั้งที่ว่านี้
 
เวลานั้น คันโตน่าย้ายจากมาร์กเซยมาอยู่กับ ลีดส์ ได้ 9 เดือน แต่ก็ช่วยทีมปาดหน้าแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1  ไปได้

 

ก็องโต้ คือดาวดังของลีดส์ แต่ปัญหาก็คือ นิสัยส่วนตัว และบุคคลิกที่ใครก็กำราบให้อยู่ในร่องในรอยได้ลำบาก  โดยเฉพาะในการซ้อม
 
โฮเวิร์ด วิลคินสัน มีวิธีซ้อมที่เคร่งครัด และออกจะน่าเบื่อ ก็องโต้ ก็ไม่ทำตามเอาดื้อๆ
 
ลีดส์ และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความเป็นอริกันอยู่แล้ว และถือเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กันด้วย
 
พฤศจิกายน 1992 ทั้งสองทีมกำลังมองหาการเสริมทัพ
 
อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยากได้กองหน้า แต่ล้มเหลวในการซื้อ เดวิด เฮิร์สท์ และ แม็ทธิว เลอ ทิสซิเยร์ รวมถึง  ไบรอัน  ดีน
 
ขณะที่ ลีดส์ กำลังต้องการเสริมแนวรับ พวกเขาเล็งมาที่ เดนิส เออร์วิน แบ็กมาตรฐานสูงของปีศาจแดง

 

บิลล์ ฟอเธอร์บี้ โทรหา มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ สอบถามว่าจะขอซื้อ เออร์วิน  ได้ยินดังนั้น เอ็ดเวิร์ดส์ ตอบกลับทันที  "ไม่มีทาง"
 
แต่ก่อนจะวางสาย สมองอันปราดเปรื่องของอดีตประธานสโมสรปีศาจหัวก้าวหน้าผู้นี้ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ทันควัน
 
เขาระแคะระคายมาว่า คันโตน่า ไม่ค่อยลงรอยกับ โฮเวิร์ด วิลคินสัน ขณะที่  เฟอร์กี้ ก็อยากได้กองหน้าเก่งๆ อยู่พอดี เลยถามกลับไปยัง ฟอเธอร์บี้ว่า พวกเราเองอยากได้  คันโตน่า ทางคุณจะว่าไง
 
แน่นอน ฟอเธอร์บี้ ก็รีบบอกปัดทันควันเช่นกัน  "ก็องโต้คือสตาร์ของทีม ไม่มีไว้ขาย"
 
บทสนทนาวันนั้นจบลงไปแต่ ฟอเธอร์บี้ จำได้ว่าเขาเคยคุยกับ วิลคินสัน  และ มิค แฮนนิแกน หนึ่งในสต๊าฟฟ์โค้ชเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว  ทั้งคู่เคยเปรยๆ ว่า ถ้าขายคันโตน่าได้ ก็ให้ขายไปเถอะเก่งจริง แต่ ปัญหาเยอะ
 
เมื่อต่างฝ่ายต่างวางสายไปแล้ว  ต่างก็กลับครุ่นคิดถึงเรื่องนี้
 
เอ็ดเวิร์ดส์ คุยกับเฟอร์กี้ ซึ่งกุนซือสก็อตต์ก็เห็นด้วยทันที มันเหมือนของดีหลุดมาในตลาดแบบไม่คาดฝัน
 
ด้าน ฟอเธอร์บี้ ไม่ได้เจอกับ วิลคินสัน แต่เขาเจอ แฮนนิแกน แล้วคุยเรื่องการปล่อย คันโตน่า ออกไป "บิลล์ ถ้าคุณทำได้ละก็ ..." แฮนนิแกน กระตุ้นว่าถ้าขายได้ให้ขายเลย
 
วันต่อมา มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ โทรกลับหา บิลล์ ฟอเธอร์บี้ และทุกอย่างเสร็จสิ้นลง  ประธานปีศาจแดงบอกว่า อย่างกับเป็นการช่วยลีดส์ เสียด้วยซ้ำ ในการกำจัดนักเตะเรื่องเยอะ คุมยาก ออกมาให้
 
แมนเเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัว เอริค คันโตน่า มาจากอริตัวฉกาจในวันนั้นเอง
 
แม้ว่าจะถูกจดจำในฐานะชายผู้ขายคันโตน่าให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทุกครั้งที่เขาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ สายตาและน้ำเสียงของ บิลล์ ฟอเธอร์บี้ ยังสดใสเสมอ
 
เขาภาคภูมิใจเสมอที่นำพาสโมสรเลื่อนชั้นจาก ดิวิชั่น 2 ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
 
ครั้งที่ โฮเวิร์ด วิลคินสัน ออกหนังสือชีวประวัติส่วนตัว "Managing to Succeed" เขาได้มอบให้ บิลล์ ฟอเธอร์บี้ 1 เล่ม พร้อมข้อความขอบคุณ "แด่ บิลล์ ฟอเธอร์บี้ คุณคือลมใต้ปีกของผม"
 
บิลล์ ฟอเธอร์บี้ เคยบอกเอาไว้ว่า
"ลีดส์ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำมาเลย มันคือชีวิตของผม"
 
บิลล์ ฟอเธอร์บี้ เสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วยวัย 88 ปี

 
พักผ่อนให้สงบเถอะบิลล์ และเขาอาจเป็นคนที่ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่สมบูรณ์โดยไม่รู้ตัว

ได้อ่านบทความดีมีสาระกันแล้ว สุดท้ายต้องขอฝาก Sbobet777 ด้วยนะครับ ที่นี้บริการได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment